
ผบช.น.สั่งตั้งจุดตรวจ-สกัดบึ้มรายวัน
ผบช.น.สั่งการท้องที่ให้ตั้งจุดตรวจเข้ม หลังเกิดเหตุระเบิดรายวัน คาดโทษ ท้องที่ใดหย่อนยานมีสิทธิโดนเด้งทันที
(25มี.ค.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. เปิดเผยถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่มีการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมาว่า สำหรับการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าเหตุการณ์ทั่วไปยังปกติ ส่วนที่รัฐสภามีผู้เข้าประชุม 212 คน จากจำนวนเต็ม 470 คน หากมีคนถึง 1 ใน 5 ก็ประชุมได้ และเมื่อประชุมเสร็จสิ้นก็จะมีการปรับลดกำลังในจุดนี้ เพื่อเข้าเสริมพื้นที่ชั้นกลาง ทั้งแยกซังฮี้ แยกศรีอยุธยารวมทั้ง จุดอื่น โดยวันนี้ช่วงบ่ายจะมีพิธีฝังศพของนายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรี ที่มัสยิดอัลฮุสนา บ้านเจียรดับ ถนนมิตรไมตรี แขวง-เขตหนอกจาก กทม. ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และฝ่ายรัฐบาลจะเดินทางไปร่วมพิธีด้วย โดย ผบช.น.มอบหมายให้ พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.น.3 จัดกำลังดูแลแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.จะได้เรียกประชุม รอง ผบช.น. และผบก.ทุกหน่วย รวมถึงผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงวันที่ 27 มีนาคมนี้ และเป็นวันเดียวกันกับที่จะมีงานประชุมสมาชิกรัฐสภาโลก ที่โรงแรมเซ็นทาร่า แกรนด์ เพื่อจัดระบบการวางแผนงานและการปฏิบัติควบคู่กันไปให้ชัดเจน โดยจะให้ตำรวจนครบาลเป็นพี่เลี้ยงตำรวจจากภูธรต่าง ๆ ที่มาเสริมในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการปรับกำลังในพื้นที่ต่าง ๆ รอทาง ศอ.รส.สั่งการอีกครั้ง ขณะนี้ที่สะพานผ่านฟ้ายังใช้กำลังตำรวจ 14 กองร้อย
พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เชื่อว่าคนร้ายไม่สามารถก่อเหตุในพื้นที่ชั้นในได้จึงไปก่อเหตุชานเมืองที่พื้นที่ บช.ภ.1 หรือย่านฝั่งธนบุรี เพื่อสร้างสถานการณ์ โดยวานนี้ (24 มีนาคม) เวลา 20.40 น. เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดลูกเกลียงชนิดเอ็ม 67 บนทางเดินติดกับเสาไฟฟ้าข้างรั้วเหล็กด้านหน้ากรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ทำให้เกิดหลุมกว้างประมาณ 8 นิ้ว ลึกประมาณ 5 นิ้ว ตรวจสอบแล้วไม่มีทรัพย์สินผู้ใดได้รับความเสียหายและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้ระเบิดทำการตรวจสอบเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งระดมเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว โดยแม้ถนนบรมราชชนนีไม่มีกล้องวงจรปิด แต่จะตรวจสอบจากกล้องของกรมบังคับคดีและตู้เอทีเอ็มในจุดใกล้เคียง
“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผบช.น. ได้วิทยุสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยในสังกัดดำเนินการดังนี้ 1.เพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ให้ครอบคลุมพื้นที่และห้วงเวลา มุ่งเน้นการตรวจค้นอาวุธ วัตถุต้องสงสัย ป้องกันการวินาศกรรม 2.สายตรวจรถยนต์ให้เปิดสัญญาณไฟวับวาบ ส่วนสายตรวจและชุดเคลื่อนที่เร็วทั้งระดับ บก.และสน.ให้ออกตรวจพื้นที่ ปรากฏกายให้เห็นเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และบริเวณสถานที่สำคัญต่าง ๆ พื้นที่รับผิดชอบ 3.กำลัง ปจ.ที่ปฏิบัติตามภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณพื้นที่ชุมนุม ให้เพิ่มความเข้มในการตั้งจุด ว.43 ตามแผนที่กำหนด 4.ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดอย่างใกล้ชิดจริงจังและต่อเนื่อง และหากตรวจพบหน่วยใดไม่ปฏิบัติอย่างจริงจัง หรือไม่ปฏิบัติการตามข้อสั่งการจะพิจารณาข้อบกพร่องผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทุกระดับชั้น” โฆษก บช.น.กล่าว
พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา สันติบาลรายงานยอดของผู้ชุมนุมสูงสุดว่ามี 20,000 คน ซึ่งขณะนี้เวลา 10.30 น. มียอดประมาณ 2,300 คนโดยในพื้นที่ชุมนุมไม่มีเหตุแต่อย่างใด ส่วนพื้นที่อื่นในกทม. มีเหตุปล้นทรัพย์ 2 รายและชิงทรัพย์ 6 ราย ผลการตั้งด่านจุดตรวจค้นความมั่นคงยึดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 43 ราย ครอบครองยาเสพติด 5 ราย (ยาบ้า 4 รายและยาไอซ์ 1 ราย)และพกพาอาวุธมีด 1 ราย



