ข่าว

ปธ.วุฒิฯนำส.ว.ซัดมาตรการคุมเข้มสภา

ปธ.วุฒิฯนำส.ว.ซัดมาตรการคุมเข้มสภา

25 มี.ค. 2553

วุฒิ ฉุน จัด ปธ.วุฒิสภา นำส.ว. ตั้งโต๊ะแถลงจุดยืนกลางห้องโถงรัฐสภา ซัด มาตรการคุมเข้มสภา ทำวุฒิได้รับผลกระทบ ระบุ ไม่มีใครเห็นหัว ย้อนถาม ภัยคุกคามคืออะไร จี้ รัฐบาลเอาบังเกอร์-ลวดหนามออกด่วน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ประเทศพังเพราะมีประชุมไอพียู

(25มี.ค.) เวลา 09.00 น. ที่ห้องโถงอาคารรัฐสภา 1 นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วยนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และตัวแทนส.ว.จำนวนหนึ่ง ตั้งโต๊ะแถลงจุดยืนของวุฒิสภาต่อกรณีที่รัฐบาลดำเนินมาตรการการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในรัฐสภาและบริเวณโดยรอบรัฐสภาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมีการปิดถนนบริเวณโดยรอบรัฐสภาหลายสายและยังมีลวดหนามและบังเกอร์คอนกรีตกีดขวางทางและห้ามส.ส. ส.ว. ข้าราชการ สื่อมวลชนเข้ารัฐสภา

 นายประสพสุข กล่าวว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยรัฐสภาและรอบรัฐสภาอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้วุฒิสภาได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ไม่ได้รับการประสานแจ้งเรื่องดังกล่าว รวมทั้งการปิดถนนจากฝ่ายใดเลย ส.ว.จำนวนมากไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งในฐานะเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติ ยังไม่สะดวกในการทำงานเป็นอย่างมากและงานต่างๆต้องเลื่อนหมด ทั้งนี้วุฒิสภาหารือกันแล้วเห็นว่า การที่ฝ่ายรัฐบาลจะดำเนินการอะไรที่กระทบกับวุฒิสภา ต้องแจ้งวุฒิสภาด้วย นอกจากนี้ต้องประเมินสถานการณ์ว่า มาตรการที่จะใช้เหมาะสมหรือไม่ และเมื่อภัยที่คิดว่าคุกคามหมดแล้วก็ต้องแก้ไขปรับปรุง และประสานวุฒิสภาโดยตลอดในฐานะที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะแจ้งจุดยืนของวุฒิสภาไปยังรัฐบาลโดยตรงหรือไม่ นายประสพสุข กล่าวว่า ก็จะคุยกับรัฐบาล แต่เท่าที่คุยเป็นการภายในก็ทราบว่า รัฐบาลกำลังจะผ่อนปรนมาตรการต่างๆ เพราะภัยคุกคามไม่มีแล้ว ทั้งนี้ วันที่ 29 มีนาคม จะมีการประชุมวุฒิสภา จึงต้องไม่มีมาตรการเข้มงวดขนาดนี้ เพราะไม่มีภัยคุกคามกับวุฒิสภา ไม่ต้องรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพราะวุฒิสภาเป็นกลาง ทั้งนี้ก็จะคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีวันที่ 27 มีนาคม ในงานประชุมสหภาพรัฐสภา

 เมื่อถามว่า วุฒิสภาเห็นว่ามาตรการแค่ไหนถึงจะเหมาะสม นายประสพสุข กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ารัฐบาลคิดว่าภัยคุกคามคืออะไร ขนาดไหน ทั้งนี้วุฒิสภาแยกกับสภาผู้แทนราษฎรโดยเด็ดขาด เมื่อมีอะไร ทำอะไรไปแล้ว จะไม่พูดกับวุฒิสภาได้อย่างไร แต่ต้องมาเล่าให้ตนฟัง วันที่ 23 มีนาคม ที่มีการปิดถนนไม่ให้คนเข้าเลย ตนก็ตกใจมาก เพราะไม่ได้รับการประสานเลย ส.ว.ก็มาทำงานไม่สะดวก ตนต้องเป็นผู้โทรศัพท์ประสานวุ่นวายไปหมด

 เมื่อถามอีกว่า วุฒิสภาเห็นว่ามาตรการนี้เป็นอุปสรรคเรื่องการทำงานหรือเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศด้วย นายประสพสุข กล่าวว่า เรื่องภาพลักษณ์ก็มีส่วน แม้วันแถลงข่าวการจัดประชุมสหภาพรัฐสภาวันที่ 24 มีนาคม เลขาสหภาพรัฐสภาที่เป็นชาวต่างชาติจะมั่นใจถึงการรักษาความปลอดภัย แต่ข้อสำคัญคือ วันที่ 29 มีนาคม สมาชิกที่มาประชุมจะมาเยี่ยมรัฐสภา ถ้ามาเห็นบังเกอร์ไม่รู้ว่าจะยังมั่นใจอยู่อีกหรือเปล่า ฉะนั้นฝ่ายบริหารจัดการสถานการณ์จะออกมาตรการใด ต้องรักษาภาพลักษณ์ประเทศด้วย

 เมื่อถามว่า หากรัฐบาลยังไม่มีท่าทีรับฟังวุฒิสภาจะมีมาตรการทางอื่นเช่นระงับการพิจารณากฎหมายชั่วคราวหรือไม่ นายประสพสุข กล่าวว่า กฎหมายก็คือกฎหมาย วุฒิสภามีหน้าที่ต้องพิจารณาไป ถ้ากฎหมายดีก็ผ่าน ถ้าไม่ดีก็ยับยั้ง ทำตามเนื้อผ้า จะเอาตรงนี้มาเล่นเกมการเมืองไม่ได้

 เมื่อถามถึงกรณีที่วุฒิสภายื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติรัฐบาลตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลตอบรับแล้ว นายประสพสุข กล่าวว่า วุฒิสภาพร้อมแล้วเพราะอยากใช้มาตรานี้ แต่ก็รอให้รัฐบาลหาข้อมูลซึ่งพร้อมเมื่อไหร่ก็มาได้เลย