ข่าว

อัยการจ่อยื่นศาลออกหมายบังคับคดียึด4.6หมื่นล.แม้ว

อัยการจ่อยื่นศาลออกหมายบังคับคดียึด4.6หมื่นล.แม้ว

25 มี.ค. 2553

อัยการเดินหน้ายึดทรัพย์4.6หมื่นล้าน "แม้ว-ครอบครัว" ถกหน่วยงานเกี่ยวข้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ออกหมายบังคับคดี-ตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก่อนศุกร์นี้ ชี้เป็นสิทธิ์ “ครอบครัวแม้ว” ยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน ขณะที่ “อริสมันต์” ส่งทนายร้องศาลล้มละลาย เลื่อ

 นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด ในฐานะประธานคณะทำงานอัยการรับผิดชอบคดีที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวว่า อัยการเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ให้ทรัพย์สินจำนวน 46,373 ล้านบาทเศษของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัวตกเป็นของแผ่นดิน เพื่อออกหมายบังคับคดีและตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ก่อนวันที่ 26 มีนาคมนี้

 มติดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการหารือของตัวแทนกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กรมบังคับคดี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอัยการ เพื่อยึดทรัพย์จำนวน 46,373 ล้านบาทเศษของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นไปตามหลักการเมื่อศาลมีคำตัดสินแล้วก็ได้ออกคำบังคับคดีไว้ในท้ายคำพิพากษา และถ้าผู้ต้องคำพิพากษานั้นไม่ปฏิบัติตามอัยการก็จะยื่นคำร้องขอศาลให้ออกหมายบังคับคดี

 "เมื่อศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาแล้วระบุว่าให้ทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว ที่เป็นบัญชีเงินฝาก ซึ่งได้ระบุรายละเอียดไว้แล้วว่าเป็นธนาคารใดและสาขาใดบ้าง ก็เป็นหน้าที่ของป.ป.ช. คู่ความคดีนี้ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ต่อจาก คตส. เมื่อหมดวาระลง ต้องไปดำเนินการติดตามทรัพย์สินที่ศาลสั่งให้ยึดตกเป็นของแผ่นดิน ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะทรัพย์สินดังกล่าวได้ถูกอายัดไว้ตามคำสั่ง คตส. แล้วก่อนการฟ้องคดี" นายวัยวุฒิระบุ

 ส่วนยื่นอุทธรณ์คดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวนั้น รองอัยการสูงสุดชี้แจงว่า ถือเป็นสิทธิของคู่ความที่จะยื่นได้ตามกฎหมายภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ซึ่งขั้นตอนการพิจารณารับอุทธรณ์หรือไม่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ จะเลือกองค์คณะผู้พิพากษาจำนวน 5 คน มาพิจารณาอุทธรณ์ว่ามีพยานหลักฐานใหม่ปรากฏถูกต้องที่จะทำให้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณาได้หรือไม่ หากไม่ปรากฏพยานหลักฐานใหม่องค์คณะก็จะมีความเห็นยกคำร้องเสนอที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ตามขั้นตอน

 อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนดังกล่าวยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับอัยการ แต่หากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งรับอุทธรณ์ จึงจะมีคำสั่งส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อัยการแก้อุทธรณ์ของคู่ความต่อไป

 ก่อนหน้านั้น นายฉัตรทิพย์ ตัณฑประศาสน์ ทนายความพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ได้ร่างคำอุทธรณ์ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่า 100 หน้า และใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว ในการร่างอุทธรณ์พ.ต.ท.ทักษิณ รับทราบรายละเอียดโดยตลอด โดยกำหนดจะยื่นคำอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ในวันที่ 26 มีนาคมนี้ เวลา 13.00 น. อย่างไรก็ดีสำหรับประเด็นอุทธรณ์นั้นยังไม่ขอพูดถึง แต่จะเปิดเผยในวันยื่นอุทธรณ์ ในส่วนของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เข้าใจว่าจะยื่นพร้อมกันในวันดังกล่าว

 ด้านนายมนต์ชัย หนูสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารการลงทุน บมจ.ทีโอที ในฐานะประธานคณะทำงานประเมินผลกระทบทางการเงินที่มีต่อทีโอทีจากคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท กล่าวว่า มูลค่าความเสียหายของทีโอทีอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3.4 หมื่นล้านบาท จากกรณีแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต ซึ่งทำให้ทีโอทีเสียประโยชน์จากการรับส่วนแบ่งรายได้ที่ลดลงเพราะ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) สามารถนำภาษีไปหักจากค่าสัมปทานที่ต้องนำส่งส่วนแบ่งรายได้ทีโอทีได้ กรณีโทรศัพท์มือถือเพดานภาษีอยู่ที่ 10% ทำให้ตั้งแต่ปี 2546-2550 เอไอเอสนำส่งส่วนแบ่งรายได้เพียง 15% จาก 25%

 อีกส่วนประมาณ 7 หมื่นล้านบาท จากกรณีการแก้ไขสัญญาปรับลดส่วนแบ่งรายได้บริการพรีเพดให้เอไอเอสเมื่อ 15 พฤษภาคม 2544 ส่งผลให้เอไอเอสจ่ายส่วนแบ่งรายได้จากบริการดังกล่าวเพียง 20% คงที่ตลอดอายุสัญญา (ตั้งแต่ 1 มิ.ย.44) จากเดิมต้องจ่ายในอัตรา 25% ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2543-30 กันยายน 2548 และ 30% (1 ต.ค. 2548-30 ก.ย. 2558) ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน

 ล่าสุด อยู่ระหว่างการทำเอกสารอย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเรื่องให้นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ได้รับทราบ โดยในรายงานจะระบุถึงรายละเอียดผลกระทบทางด้านการเงิน พร้อมทั้งการเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาจากคณะทำงาน ซึ่งโดยปกติหลังจาก กก.ผจกใหญ่ ได้เอกสารแล้ว ก็จะใช้เวลาไม่เกิน 2 วันในการตรวจดู และจะพิจารณาว่า ประเด็นใดเกี่ยวข้องในฝ่ายไหน ก็จะส่งเรื่องให้ฝ่ายนั้นไปดำเนินการต่อ

 รายงานข่าวจาก บมจ. ทีโอที ระบุว่า ในวันที่ 26 มีนาคม จะมีการประชุมบอร์ดทีโอที ซึ่งเป็นไปได้ที่จะมีวาระการพิจารณาตัวเลขความเสียหายที่ทางผู้บริหารทีโอที จะเสนอเข้าบอร์ดด้วยก่อนส่งต่อให้กับทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ต่อไป เพราะทางไอซีที ได้เร่งขอข้อมูลเรื่องนี้ เพื่อนำไปเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้น และดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งต่อไป

 ขณะเดียวกัน ที่ห้องพิจารณาคดี 10 ศาลล้มละลายกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ วันที่ 24 มีนาคม เวลา 09.30 น. ศาลนัดฟังคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ คดีหมายเลขดำที่ 10320/2552 ที่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย เจ้าหนี้ ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ลูกหนี้ เรื่องขอให้พิทักษ์ทรัพย์มูลค่า 17 ล้านบาท

 โดยวันนี้นายอริสมันต์ ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่มอบหมายให้ทนายความมายื่นคำร้องขอเลื่อนนัดออกไปก่อน ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตและนัดฟังคำสั่งพิทักษ์อีกครั้งในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.30 น.