
ประท้วงนี้ไม่มี"ควาย"
ไม่ใช่แต่บ้านเราเท่านั้นที่ "ควาย" ถูกนำไปเปรียบกับ "คนโง่" คนอิเหนาก็ "โยนบาป" ให้ควายที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่แบบเดียวกับพี่ไทยเปี๊ยบ
คำเปรียบเปรยแบบนี้นี่เองที่เป็นสาเหตุให้สัตว์หน้าซื่อสองเขาชนิดนี้ถูกแบน ห้ามไปปรากฏตัวยามที่มีการเดินขบวนกันบนท้องถนนโดยเด็ดขาด
เพราะประธานาธิบดีซูซิโล ยุดโดโยโน โกรธจนควันออกหูที่ถูกกลุ่มผู้ประท้วงนำไปเปรียบกับควาย
ต้นเหตุของเรื่องก็คือ ผู้ประท้วงที่กล่าวหายุดโดโยโนว่าล้มเหลวในการปราบปรามคอรัปชั่นได้พยายามจัดขบวน พาเหรดควาย ที่ถูกพ่นสเปรย์เป็นชื่อท่านผู้นำอิเหนาเอาไว้บนตัวไปเดินที่วงเวียนใจกลางกรุงจาการ์ตาในวันที่ยุดโดโยโนดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ครบร้อยวันพอดี
ร้อนถึงตำรวจต้องมาจูงควายออกไป ก่อนจะออกคำสั่งห้ามนำสัตว์ทุกชนิดเข้าร่วมการประท้วงตามมาในภายหลัง
ทว่า การกระทำครั้งนี้ทำให้เกิดเสียงกระแหนะกระแหนยุดโดโยโนว่า อาไร้ เป็นถึงผู้นำทั้งที ทำไมอีคิวถึงได้ต่ำแบบนี้ แค่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หน่อยก็ทำเป็นรับไม่ได้
ด้านยุดโดโยโนบอกว่าการที่ผู้ประท้วงบอกว่าตัวเขาเหมือนควาย ทั้งตัวใหญ่และโง่ เคลื่อนไหวก็ชักช้านั้นเป็นการกระทำที่ไร้ศีลธรรมจรรยา แล้วการใช้ควายก็ละเมิดกฎระเบียบอื่นๆ อย่างกฎจราจรด้วย
ขณะที่นายจูเลียน ปาชา โฆษกประจำตัวท่านผู้นำอิเหนา ออกมารับลูกว่า การห้ามควายเข้าร่วมชุมนุมไม่ได้เป็นการกระทำที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะถึงไม่มีควาย คนก็ยังประท้วงได้อย่างเสรีอยู่ดี
แถมยังเหน็บด้วยว่าคนทุกวันนี้มีเสรีภาพในการแสดงออกกันมากเสียจนบางคนคิดว่าตัวเองสามารถทำหรือพูดอะไรก็ได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตามมา ซึ่งเขาคิดว่าเป็นแนวคิดเรื่องประชาธิปไตยแบบผิดๆ
แต่นายฮิลมาร์ ฟาริด นักวิเคราะห์การเมืองจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ มองว่า ยุดโดโยโนเป็นห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองมากไป และควรจะเอาเวลาไปแก้ไขปัญหาทางการเมืองดีกว่าจะมาเป็นห่วงว่าตัวเองถูกเปรียบว่าโง่เหมือนควาย
จะดีกว่าไหม
ทัศนีย์ สาลีโภชน์



