
สนข.ชี้ 3 เส้นทางวิกฤติเร่งผุดรถไฟรางคู่
สนข.ระบุผลศึกษาต้องเร่งก่อสร้างรถไฟทางคู่ 3 เส้นด่วน วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท ชี้ช่วยแก้ปัญหาคอขวดเพิ่มความเร็ว ไม่ต้องให้สายเหนือ-อีสานรอหลีกเสียเวลา เผยเส้นมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระมี 2 ทางเลือก
นายประณต สุริยะ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยหลังการสัมมนาศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้น ระบบรถไฟทางคู่เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ ระยะที่ 1 ว่า มีเส้นทางที่ต้องดำเนินการก่อสร้างอย่างเร่งด่วน 3 เส้น ได้แก่ 1.มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ 2.ลพบุรี-นครสวรรค์-ปากน้ำโพ และ 3.นครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน รวมมูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากทั้ง 3 เส้นทางเป็นจุดที่วิกฤติมาก หากมีระบบทางคู่จะช่วยแก้ปัญหาคอขวดได้มาก
"คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปลายปีนี้ เพื่อให้รถไฟสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือไม่ต้องเสียเวลารอหลีกกัน ทำให้รถเพิ่มขึ้น" นายประณตกล่าวและว่า ในส่วนของเส้นทางจากมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ จะมี 2 ทางเลือก คือ ใช้เส้นทางรถไฟเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีข้อดีคือ แนวเส้นทางส่วนใหญ่อยู่ในเขตทางรถไฟเดิม ไม่ต้องจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มมากนัก และลดต้นทุนการขนส่งและเวลาในการเดินทาง
อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวมีข้อเสียคือ ต้องผ่านพื้นที่อ่อนไหวทั้งพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ 1 บี และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือทางเลือกที่ 2 คือ ใช้แนวเส้นทางของทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา เพื่อเลี่ยงพื้นที่อ่อนไหวดังกล่าว แต่จะต้องจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มขึ้นตลอดแนวที่เลี่ยงออกจากเส้นทางเดิม
“ในสัปดาห์นี้เราจะจัดประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความเห็นประชาชนใน จ.นครราชสีมา เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาเลือกแนวเส้นทางที่เหมาะสมในการก่อสร้างต่อไป” นายประณตกล่าว
ขั้นตอนหลังจากนี้ บริษัทที่ปรึกษาต้องจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และ ร.ฟ.ท.จะต้องจ้างที่ปรึกษาเพื่อออกแบบรายละเอียด รวมทั้งสรุปประมาณการค่าก่อสร้าง และวิธีการก่อสร้าง เพื่อเสนอขออนุมัติจาก ครม.ก่อนเปิดประกวดราคาต่อไป โดยที่ปรึกษาต้องพิจารณาว่าควรก่อสร้างทางรถไฟเพิ่มอีก 1 ทาง โดยใช้ทางเดิมที่มีอยู่ระหว่างการก่อสร้าง หรือควรก่อสร้างทางรถไฟเพิ่มขึ้นพร้อมกัน 2 ทาง และเมื่อรวมกับทางเดิมที่มีอยู่ จะส่งผลให้มีทางรถไฟเพิ่มเป็น 3 ราง



