ข่าว

 คมชัดลึกตอน:มองคนกรุงเทพฯมองคนเสื้อแดง

คมชัดลึกตอน:มองคนกรุงเทพฯมองคนเสื้อแดง

24 มี.ค. 2553

รายการ คม - ชัด - ลึก ตอน : มองคนกรุงเทพฯ .... มองคนเสื้อแดง ทางเนชั่นทีวีเมื่อวันที่ 24 มี.ค. โดยมีผุ้เข้าร่วมรายการประกอบด้วย นายสุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต และผู้อำนวยการสถาบันวิจับสวนดุสิต นายสุรศักดิ์ อินทรประส

 นายสุขุม กล่าวว่า การทำโพลล์ของสวนดุสิตเกี่ยวกับการชุมนุมในครั้งนี้ ได้แบ่งการทำโพลล์ออกเป็น 3 ช่วง  ซึ่งการทำการสำรวจจะมีการกระจายสอบความคิดเห็นจากคนกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต แต่จะไม่เทน้ำหนักไปยังคนที่มีความสนิยมในกลุ่มสีเหลือง สีแดง หรือคนที่อยู่ตรงกลาง จนมากเกินไป ซึ่งหากเราให้น้ำหนักกับกลุ่มนั้นกลุ่มนี้มากจนเกินไป ผลสำรวจก็ไม่ได้รับสำรวจที่มีออกตรงความเป็นจริง

อย่างไรก็ตามตนเห็นคนได้ในช่วงนี้มีความตื่นตัวเรื่องการเมืองอย่างมาก จนถึงมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่มีกระแสวิกฤตเกี่ยวกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาในอดีตการตอบโพลล์จะเกรงกระมิดกระเมี้ยน แต่ในช่วงหลังมา ที่มีเสื้อเหลืองเสื้อแดงมานี้ เราถามคำถามยังไม่ทันจบ ก็มีการแสดงความเห็นออกมาเลยทันที ดังนั้นหากมีการตั้งคำถามการสำรวจไม่ดี และไม่มีเหตุไม่มีผล ผลการสำรวจออกมาจากกลายเป็นการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้  

 นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับที่มาของสมาชิกสภาพลเมือง มีที่มาจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 มาตรา 78 (4) ที่ให้สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองมาจากการสรรหาของสภาชุมนุมจังหวัดนั้นๆ และสภาชุมชนในจังหวัดต่างๆ ก็จะมีการวมตัวสมาชิกกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มอาชีพ กลุ่มสวัสดิการ กลุ่มสิ่งแวดล้อม กลุ่มออมทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งในกรุงเทพฯของเราจะมีอยู่ 20 สภาองค์กร หรืออาจจะเรียกว่า 20 เขต ถ้าในต่างจังหวัดจะเป็นตำบล ดังนั้นในส่วนของกรุงเทพฯ หากจะนับเป็นองค์กรจะมีทั้งสิ้น 1,183 องค์กร โดยการชุมนุมที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ก่อนการชุมนุมเกิดขึ้นทางกลุ่มเราได้มีการพูดคุยก่อนการชุมนุมยังไม่เกิดขึ้นซึ่งสิ่งที่กลุ่มเราพยายามที่จะดำเนินการมีด้วยกัน 2 เรื่อง คือ 1. พยายามให้มีการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มนปช.เพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เราได้พยายามดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา 2. ในช่วงวันที่ 13 -16 ทางกลุ่มมีความเห็นว่าให้ชุมชนต่างๆ ให้เตรียมการเฝ้าระวัง ดูแลชุมชนตัวเอง และในระหว่างที่ยังมีการชุมชนอย่างต่อเนื่อง

 อย่างไรก็ตามทางกลุ่มได้มีการวิเคราะห์ และร่วมกันประเมินสถานการณ์กันตลอดเวลา ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า 1. การชุมนุมที่เกิดขึ้นได้กระทบสิทธิของคนกรุงเทพฯหรือไม่ 2. เราจะทำอย่างไรต่อไปหากการเจรจาระหว่างรัฐบาลและทางนปช.ยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้นในวันนี้พรุ่งนี้ทางกลุ่มจะเริ่มแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ และต่อจากนั้นเราจะเริ่มดำเนินการตามสิทธิที่มี เช่นเดียวกับที่พวกเราเคยดำเนินการกับกลุ่มคนเสื้อเหลือง ที่การชุมนุมไปกระทบสิทธิกับโรงเรียนข้างเคียง

  นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นได้มีผลกระทบต่อคนกรุงเทพฯอย่างมาก เพราะเราต้องเข้าใจว่าการดำรงชีวิตของคนกรุงเทพฯกับคนต่างจังหวัดมีความแตกต่างกัน เช่น คนต่างจังหวัดการดำรงชีวิตจะอยู่กับการทำไร่ ทำนา ทำสวน หรือการทำเกษตรกรรม แต่ชีวิตคนกรุงเทพฯ ต้องดำรงชีวิตอยู่กับท้องถนน หรือใช้ท้องถนนในการทำมาหากิน ซึ่งจะเห็นว่าในวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนกรุงเทพฯได้รับผลกระทบอย่างมาก  ทุกคนที่ใช้ถนนไม่สามารถใช้ถนนในการเดินทางได้ อย่าางไรก็ตามตนยอมรับว่าคนกรุงเทพฯมีความรู้สึกกับการชุมนุมครั้งนี้มีทั้งบวกและลบ โดยในแง่บวก คือ การเรียนรู้สถานการณ์ทางการเมือง และการพัฒนาทางการเมือง ส่วนผลด้านลบ คือ ผลกระทบด้านจิตใจ มีความหวาดวิตกกังวลเกิดขึ้นว่าจะเกิดความรุนแรง  เรื่องนี้ทำให้ชุมชนต้องลุกขึ้นมาปรึกษาหารือกัน

 " ตอนนี้พวกเราต่างได้บอกว่าให้มีความอดทน และอดกลั่นให้ถึงที่สุด ปัญหาต่างที่กลุ่มชุมนุมได้บอกมา ผมเห็นด้วยที่รัฐบาลจะต้องรับฟัง และจะต้องมีการรแก้ไข เวลานี้แต่ละฝ่ายได้ออกมาต่างคนต่างพูด จึงมีการเสนอให้มีคนกลาง แต่คนกลางเราจะต้องถามว่ามีการยอมรับกันหรือไม่ ดังนั้นวันหนึ่งเราอาจจะต้องออกมาพูดว่า เราจะเป็นผู้บอกกับฝ่ายรัฐ และฝ่ายนปช. ที่รัฐบาลและนปช.จะต้องฟัง " นายสุรศักดิ์ กล่าว
 
 นายสุเจน กล่าวว่า การรวมตัวของกลุ่มตนเป็นกลุ่มคนที่ไม่เคยเจอหน้ากัน และแต่ได้มีการติดต่อผ่านสื่อสารผ่านสื่ออิเล็คทรอนิกส์ อินเตอร์เน็ต ซึ่งเราเห็นการนำเสนอข่าวสารต่างๆ ของสื่อกระแสหลักไม่ได้มีการนำเสนอข่าวที่คอบคลุมทุกด้าน ซึ่งในบางครั้งอาจจะเรียกได้ว่ามีกานำเสนอที่น้อยไปเสียด้วยซ้ำ และยิ่งรัฐบาลได้มีการสร้างภาพต่างๆให้ดูเหมือนว่าการชุมนุมมีความน่ากลัว แต่ความเป็นจริงแล้วไม่มีความน่ากลัวแต่อย่างใด ส่วนตัวมองว่าคนเสื้อแดงถูกทำให้กลายเป็นปีศาจมากจนเกินไป ดังนั้นกลุ่มพวกตนจึงพยายามนำเสนอภาพต่างๆออกมา ให้คอบคลุมในสื่อกระแสหลักไม่ได้นำเสนอ