ข่าว

มาร์คสั่งรปภ.เข้มทางด่วน-รัฐสภา-กลุ่มผู้ชุมนุม

มาร์คสั่งรปภ.เข้มทางด่วน-รัฐสภา-กลุ่มผู้ชุมนุม

24 มี.ค. 2553

"นายกฯ"กำชับคุมเข้มแผน รปภ. “ทางด่วน-รัฐสภา-กลุ่มผู้ชุมนุม” พร้อมปฎิเสธส่งสปายแฝงเสื้อแดง แถมเตือนให้ระวังสปายแฮ็คข้อมูลส่งให้ฝ่ายตรงข้าม

 (24มี.ค.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ว่าที่ประชุม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงกรณีการนำอาวุธสงครามเอ็ม 79 และ อาร์พีจี มาใช้ก่อเหตุรุนแรง จึงได้มีการปรับมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะบนทางด่วน และทางด่วนโทลล์เวย์ เนื่องจากคนร้ายปฏิบัติการหลายหนแล้ว จึงต้องปรับให้รัดกุม

 นอกจากนี้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่อาคารรัฐสภา มีจุดประสงค์ในการวางกำลังเพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับรัฐสภา รวมถึงดูแลเจ้าหน้าที่ และส.ส.ให้เข้าออกได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีประสบการณ์ในการเรื่องชุมนุม จึงต้องมีการวางระบบให้ดีและรอบคอบ และดูแลผู้ชุมนุมให้ได้รับความปลอดภัย

 “นายกรัฐมนตรีได้กำชับในที่ประชุมศอ.รส. ให้เจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจกับประชาชน และผู้มาชุมนุม ถึงจุดประสงค์ในเรื่องการวางกำลัง สำหรับเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในวันนี้ทางศอ.รส.ก็จะจัดกำลังดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาล และศอ.รส.ทำงานอย่างตรงไปตรงมา และยึดผลประโยชน์ของประชาชน และประเทศเป็นที่ตั้ง ส่วนการที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจับกุมสายข่าวของกองทัพนั้น ก็เป็นเพียงเจ้าหน้าที่เพื่อไปหาข่าว และดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมเท่านั้น ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาล หรือศอ.รส. ไม่ได้มีการส่งสปาย หรือหน่วยข่าวเพื่อไปเกาะติดเพื่อล้วงข้อมูลแต่อย่างใด” นายปณิธาน กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ได้กำชับในที่ประชุม ศอ.รส.ให้ระมัดระวังเกี่ยวกับข้อมูลหลักฐานต่างๆ ที่มีการนำเสนอ เพราะเกรงว่าจะถูกมือที่ 3 หรือบุคคลที่ไม่หวังดีต่อกองทัพ และรัฐบาล โดยเฉพาะการทำงานของศอ.รส. จึงอยากให้มีความเข้มงวด และเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังจากที่ฝ่ายเสนาธิการฯ ในที่ประชุมศอ.รส. ได้จับกุมทหารยศจ่าสิบเอก ซึ่งเป็นทหารอยู่เหล่าทหารม้า คาน็ตบุคส์ ที่กำลังจะส่งข้อมูลไปให้ปลายทาง ซึ่งเบื้องต้นจ่าสิบเอกคนดังกล่าวก็ยอมรับว่าเคยทำมาครั้งหนึ่งแล้ว