
นักธุรกิจต่อปัญหาการชุมนุมฯ
การชุมนุมของคนเสื้อแดงเริ่มต้นจาก 12 มีนาคมซึ่งยืดเยื้อยาวนานมาเกินความคาดหมายนั้น บรรดานักธุรกิจเริ่มส่อแววกังวล ในระยะต้นๆ ที่มีการชุมนุมกันนักธุรกิจหลายคนก็เพียงออกมาบ่นปลอบใจตัวเองว่าหากการชุมนุมยุติลงโดยเร็วก็จะไม่ส่งผลเสียหายต่อการค้าขายของตนขออย่า
สังเกตว่านักธุรกิจเขามักระมัดระวังไม่เลือกข้างในที่สาธารณะ
ต่อมาเมื่อการชุมนุมเริ่มยืดเยื้อแม้จะไม่มีความรุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออกคำถามที่ยอดฮิตในหมู่นักธุรกิจก็คือ “แล้วมันจะจบลงได้อย่างไร”
ได้มีการทำโพลล์สอบถามข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้มีผลที่น่าสนใจว่าคนส่วนใหญ่ต้องการให้เหตุการณ์สงบโดยเร็ว คนที่ถูกสำรวจมากกว่าครึ่งเห็นว่าจะทำให้เรื่องสงบได้ก็โดยรัฐบาลเปิดการเจรจา แต่ขณะเดียวกันผลสำรวจก็ออกมาอีกว่า คนเกินกว่าครึ่งคิดว่าการเจรจาคงไม่สำเร็จ
ได้มีการตั้งวงสนทนากันหลายแห่งรวมทั้งออกโทรทัศน์กันหลายรายการเพื่อถกปัญหาว่าจะให้เหตุการณ์สงบได้อย่างไร ผู้ร่วมอภิปรายซึ่งใส่ยี่ห้อตนเองว่าเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ ให้ความเห็นว่าเรื่องจะลงเอยอย่างไรไว้ 3 แนวทาง คือ 1.เลิกรากันไปโดยรัฐบาลก็ไม่ได้ลาออกตามคำเรียกร้อง หรือ 2.รัฐบาลทำตามข้อเสนอของคนเสื้อแดง คือยุบสภาและลาออก หรือ 3.เกิดเหตุขัดแย้งบานปลายถึงขั้นจลาจล (ความเห็นทั้งสามที่นักธุรกิจเรียกว่า “3 ซินาริโอ” นั้นสื่อต่างประเทศก็ได้เขียนขึ้นมาหลายวันแล้ว) อย่างไรก็ตาม ไม่มีบทสรุปว่าจะขึ้นหัวขึ้นก้อยอย่างไร และถ้าเหตุการณ์เป็นอย่างใดอย่างหนึ่งนักธุรกิจจะเตรียมตัวอย่างไร มีแต่ผู้อภิปรายท่านหนึ่งอ้อมแอ้มแนะนำว่า ถ้าเห็นเหตุการณ์ไม่ดีก็ปิดร้านปิดรวงเสียชั่วคราว เช่น ร้านทองทำเมื่อขบวนเสื้อแดงผ่าน
สรุปจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีนักธุรกิจคนใดคาดเดาได้ว่า เรื่องจะลงเอยอย่างไร ได้แต่เฝ้ามองฝ่ายเสื้อแดงและฝ่ายรัฐบาลจะปล่อย “มุก” โต้ตอบกันไปมา โดยเฉพาะเรื่องการเจรจาซึ่งเป็นความต้องการของนักธุรกิจหลายคนนั้นขณะเขียนบทความนี้ (22 มี.ค.) ดูจะเริ่มต้นได้ยาก เรือคงจะล่มก่อนจะถึงปากอ่าวเสียอีก
ขณะเดียวกันก็มีนักธุรกิจช่างคิดวิตถารว่า การที่รัฐบาลปล่อยให้ยืดเยื้อนี้ก็เหมือนหมอเลี้ยงไข้เพราะเหตุการณ์จากการชุมนุมครั้งนี้ ช่วยบดบังความบกพร่องของรัฐบาลไปได้หลายเรื่อง เช่นปัญหาการจัดการบุคคลในสำนักงานตำรวจก็ตาม ในกระทรวงมหาดไทยก็ตาม และความล้มเหลวในการจัดการเรื่องการประกันราคาพืชผลเกษตร จนต้องนำเอาวิธีเดิมกลับมาใช้เพียงแต่เปลี่ยนชื่อจาก “การรับจำนำ” มาเป็น “การรับซื้อ ”เพื่อไม่ให้ชาวนาเดินขบวนปิดถนนและเรื่องอื่นๆ อีกสารพัด
ปัญหาการขัดแย้งขณะนี้เหมือน “เงื่อนตาย” เพราะมีผู้เกี่ยวข้องจากหลายส่วนหลายมิติเป็นการต่อสู้ระหว่างมือและเท้าที่มองไม่เห็น ยากที่ชาวบ้านอย่างเราๆ จะตามทันทำให้นึกถึงประวัติศาสตร์ยุโรปแต่โบราณเมื่อครั้งผู้คนยังนับถือเทพเจ้าและภูตผีปีศาจอยู่ ณ ศาลเจ้าแห่งหนึ่งมีคนขมวดปมเชือกทิ้งไว้ในศาลแล้วกำกับคำทำนายไว้ว่าใครแก้ได้จะได้เป็นใหญ่ ทั้งอำมาตย์ ทั้งแม่ทัพนายกอง ทั้งไพร่ฟ้าทั่วไปไม่มีใครแก้ปม “กอร์เดียน นอต” นี้ได้ จนมีวีรบุรุษชื่อ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชมาเจอเข้าแล้วใช้ดาบฟันเงื่อนปมนี้จนขาดกระจุย
ยุคนี้เรามีและต้องการคนที่จะแก้เงื่อนตายได้เช่นนี้หรือไม่
นายหนูใหญ่ [email protected]



