
ต้องคิดถึงชาติอย่างที่พร่ำพูด
กลุ่มคนเสื้อแดงนัดเคลื่อนไหวอีกครั้งในวันที่ 27 มีนาคม 2553 เป็นวันเดียวกับประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 122 ณ รร.เซ็นทาราแกรนด์ กรุงเทพฯ
สิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงกำลังวิตกกริ่งเกรง คือ กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยการประชุมอาเซียน ครั้งที่ 14 เมื่อเดือนเมษายน 2551
ครั้งนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงภายใต้การนำของ "อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง" นำผู้ชุมนุมกว่า 2,000 คนบุก รร.รอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี
จนการประชุมล่ม ผู้นำประเทศอาเซียนหนีตายชุลมุน เป็นภาพไม่น่าดูนัก
ประเทศไทยเสียหายอย่างหนัก นอกจากความร่วมมือในอาเซียนแล้ว ภาพลักษณ์ความปลอดภัยถึงกับติดลบ
ปีนี้มีการประชุมระดับนานาชาติอีกครั้ง มีสมาชิกสมัชชาสหภาพรัฐสภาตอบตกลงจะเข้าร่วมประชุมแล้วกว่า 1,400 คน จาก 153 ประเทศ
เริ่มชุมนุมตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ไปสิ้นสุดเอาวันที่ 1 เมษายน 2553
ถ้าเกิดความรุนแรงเหมือนครั้งก่อนอีก ประเทศชาติคงโงหัวไม่ขึ้นในสายตาอารยประเทศ
บรรดาแกนนำคนเสื้อแดงและผู้ชุมนุมต้องคำนึงถึงประเทศชาติอย่างที่พร่ำพูดทุกเมื่อเชื่อวัน
ต้องแสดงให้ประชาชนและคนในชาติได้ประจักษ์แจ้ง
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ตอนนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติหลายๆ ด้านที่รัฐบาลต้องรีบแก้ไข
ทั้งวิกฤติภัยแล้ง ราคาข้าวและพืชผลทางการเกษตร ผัก ผลไม้ที่เริ่มทะลักออกสู่ตลาดราคาตกต่ำ
เป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านรากหญ้าทั้งนั้น
และเป็นคนกลุ่มเดียวกันกับผู้ชุมนุม อาจจะจังหวัดเดียวกัน หมู่บ้านเดียวกัน หรือแม้แต่เป็นตัวเองเสียด้วยซ้ำ
ดังนั้น ต้องเปิดโอกาสให้รัฐบาลทำงานแก้ไขปัญหาปากท้องที่มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ด้วย
อย่าปิดกั้นหรือกีดกันไม่ให้รัฐบาลทำงาน ไม่เช่นนั้นความเดือดร้อนนั้น เมื่อตกมาถึงตัวเองจะโทษอำมาตย์ฝ่ายเดียวไม่ได้
สองเรื่องนี้สำคัญไม่แพ้กัน หนึ่งเป็นเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาสากลโลก อีกหนึ่งคือความเป็นอยู่ของคนในชาติ
ต้องแยกแยะให้ออกระหว่างเรื่องการเมืองและการทำงานของรัฐบาล
ถ้ามองว่ารัฐบาลอยู่ภายใต้อำมาตย์ไม่ทำงานช่วยเหลือคนยากจน
ก็ต้องหันกลับมาดูตัวเองด้วยว่า "เปิดโอกาส" ให้รัฐบาลทำงานแล้วหรือยัง ?!!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



