
ชวรัตน์ยันสัมพันธ์พรรคร่วมแน่นแฟ้นดี
"ชวรัตน์"ยันความสัมพันธ์พรรคร่วมฯยังแน่นแฟ้นดี พร้อมระบุยังไม่ได้รับการติดต่อจาก"จิ๋ว" เสื้อแดงรอดีเดย์ 27 มี.ค.แสดงพลังย้ำจะไม่ติดกับดักรัฐบาล จตุพรอัดกลับอานันท์ ชี้ที่ออกเคลื่อนไหวเพราะอยากเป็นนายกฯรอบสามใช่หรือไม่ ตามที่ "อานันท์" ชี้การชุมนุมมีว
(24มี.ค.) นายชวรัตน์ ชาญวีระกุล รมว. มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังการเข้าพบนายกฯว่า เป็นการเข้ามารายงานการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้พูดถึงสถานการณ์การชุมนุม ส่วนการนำเสนอข้อเสนอให้ถอยคนละก้าวระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อหาแนวทางในการเจรจานั้น ยังไม่ได้บอกกับนายกฯ เพราะทางกลุ่มผู้ชุมนุมเขาระบุต้องให้นายกฯ ยุบสภาก่อนจึงจะมีการเจรจา ก็ไม่มีการคุย
เมื่อถามว่า ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่นหรือไม่ เนื่องจากพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยจะเดินสายหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค นายชวรัตน์ กล่าวว่า วันนี้ไม่มีปัญหา (กล่าวพร้อมกับหัวเราะ) ไม่มี วันนี้ยังแน่นแฟ้น ส่วนเรื่องข้อเสนอนั้น เป็นเพียงเพื่อต้องการให้มีการคุยกันเท่านั้นเอง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากพล.อ.ชวลิต
เสื้อแดงรอดีเดย์27มี.ค.แสดงพลังย้ำจะไม่ติดกับดักรัฐบาล
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธ์ และ น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ได้แถลงข่าว โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การที่รัฐบาลสามมารถประชุมครม. และประชุมสภาได้นั้น ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คงจะดีใจแต่ได้ลืมคิดไปว่า ได้แลกกับภาพลักษณ์ของประเทศ ที่ใครๆก็พูดกันว่าเป็นปฏิวัติเงียบ เพราะไม่ได้บริหารงานอยู่บนความเชื่อมั่นของประชาชน แต่อยู่ได้ด้วยกองทัพ
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ที่นปช. ชุมนุมอยู่ในที่ตั้ง เพราะเราเห็นว่าในขณะนี้เป็นเกมที่รัฐบาลต้องการรุกคืบเพื่อประกาศใช้พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อสกัดกั้นการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 27 มี.ค. ซึ่งเราจะไม่รบในสมรภูมิที่เราไม่ได้กำหนด และมั่นใจว่าเมื่อถึงวันที่ 27 พลังประชาชนที่บริสุทธิ์จะปรากฏและเป็นอำนาจมหาศาลกว่าทุกครั้ง นายอภิสิทธิ์จะได้เห็นของจริง นอกจากนี้จะมีกลุ่มนักศึกษาจากสนนท. จะมาร่วมและลงพื้นที่ เพื่อพบปะประชาชน ชี้แจงถึงความจำเป็นและสาเหตุของการชุมนุม และเชิญชวนคน กทม. มาร่วมชุมนุมใหญ่ในวันที่ 27 ที่จะถึงนี้
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เราจะไม่เข้าไปสู่กับดักพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่รัฐบาลวางไว้ ทั้งนี้ตั้งแต่มีการชุมนุมมาทุกอย่างยังอยู่ในความคาดคิด และแผนกการณ์ที่วางเอาไว้ อย่างไรก็ตามเราไม่ประสงค์ที่จะแตกหักด้วยกำลัง แต่เราจะใช้พลังบริสุทธิ์ของประชาชนรุกไล่รัฐบาล สำหรับการเจรจานั้นเราก็ไม่ได้ตั้งตารอคอย หากอยากมาเมื่อไหร่ก็มา เราก็สู้ต่อไป
นายณัฐวุฒิ กล่าววต่อว่า ในวันศุกร์ ที่ 26 มี.ค. นี้เราจะเปิดเวทีปราศรัยให้กับส.ส.พรรคผ่ายค้าน โดยจะทำเวทีชุมนุมให้กลายเป็นเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา โดยจะพูดเรื่องทุจริตล้วนๆ
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้มีข่าววว่า มีประชาชนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปทำบัตรประชาชนจำนวนมาก โดยอ้างว่าแกนนำที่พามาชุมนุมได้ยึดบัตรประชาชน ตนยืนยันว่าไม่มีเรื่องเช่นนี้ หรือถ้ามีก็ให้แจ้งชื่อแล้วพาตัวมา
ด้านนายจตุพร กล่าวต่อว่า อีกไม่กี่วันนายอภิสิทธิ์จะได้รู้จักคำว่าประชาธิปไตย โดยพวกกตนรอวันที่ 27 มี.ค. ที่พลังประชาชนจะเปลี่ยนแปลงระบบ การที่รัฐบาลเอาลวดหนามเอาแท่งคอนกรีตมาวางขวางนั้น ถ้าจะเอาจริงเราจะเอาออกวันไหนก็ได้ แต่ที่ยังไม่เอาออกเพราะต้องการที่จะประจานนายอภิสิทธิ์
นายจตุพร ยังกล่าวถึงการเจรจา ว่า พวกตนพร้อมเจรจาโดยมีข้อเสนอเดียว คือรัฐบาลต้องยุบสภา และคนที่จะเจรจามีสี่คน คือ ตน นายวีระ มุสิกพงษ์ นายณัฐวุฒิ และ น.พ.เหวง เพราะพวกตนมีหน้าที่และมีอำนาจ หากจบก็คือจบ โดยจะเจรจาที่ไหนได้ทั้งนั้น
นายจตุพร ยังกล่าวตอบโต้นายอานันท์ ปันยารชุนที่โจมตี แกนนำนปช. และระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่มีโอกาสกลับประเทศไทยนั้น ว่า การที่นายอานันท์ ออกมานั้น เพราะรู้ว่านายอภิสิทธิ์ไปไม่ได้แล้วใช่หรือไม่ และตัวเองต้องการที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยวิธีพิเศษสมัยที่สามใช่หรือไม่ นายอานันท์ไม่เคยเข้าสู่การเมืองและอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย และตอนเป็นนายกฯก็ไม่เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับไพร่ แต่ทำประโยชน์ให้เฉพาะชนชั้นตนเองเท่านั้น นายอานันท์ อยากเป็นนายกฯสมัยที่สามขนาดนี้เชียวหรือ แต่หากคนเสื้อแดงยังอยู่ชาตินี้ทั้งชาติ นายอานันท์ก็จะไม่ได้กลับมาอย่างแน่นอน
ด้าน น.พ. เหวง ได้กล่าวตอบโต้นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่าจะไม่ปล่อยให้คนเสื้อแดวชุมนุมยืดเยื้อ อยากถามว่าจะฆ่าพวกเราหรือ และที่บอกว่าเรื่องถูกผิดต่อรองกันไม่ได้ อยากถามว่าทำไมคดีปิดสนามบินของพันธมิตร ผ่านมาปีกว่าทำไมถึงยังไม่มีการดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เสนอตัวเป็นผู้เจรจากับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเรื่อง ของพ.อ.อภิวันท์ที่ปราศรัยบนเวที ไม่ใช่มติของแกนนำนปช. แต่หากพล.อ.เปรมติดต่อมา และอยากเจรจา เราก็จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม และมีมติทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การชุมนุมในช่วงเย็นนั้นเริ่มมีประชาชน ทยอยเข้ามารับฟังการปราศรัย ที่หน้าเวทีบริเวณสะพานผ่านฟ้า ขณะที่ด้านหลังเวทีนั้นก็มีอดีต กรรมการบริหารทั้งพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน รวมไปถึง ส.ส.เพื่อไทย เป็นจำนวนมาก นอกจานี้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีต นายกฯยังมาปรากฏตัวอีกด้วย ขณะที่นายสมบัติ เมทะนี นักแสดง อาวุโส และ อดีต ส.ว. เลือกตั้ง ได้ขึ้นเวทีปราศรัย และร้องพลงผู้ชนะสิบทิศให้กำลังใจผู้ชุมนุมด้วย
"อานันท์"ชี้การชุมนุมมีวาระซ่อนเร้น
เว็บไซต์เอเชียไทม์สออนไลน์ เผยแพร่บทความเรื่อง "อะ รอยัล สปีคส์ อิน ไทยแลนด์" ซึ่งเป็นข้อเขียนที่เรียบเรียงขึ้นจากคำให้สัมภาษณ์ของนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีไทย โดยบทความนี้เรียกนายอานันท์ว่า เป็น "รอยัลลิสต์" หรือผู้นิยมสนับสนุนสถาบันกษัตริย์ และระบุว่าเป็นตัวอย่างของ “อำมาตย์” ที่ นปช.ต้องการต่อต้าน
บทความนี้ได้สรุปคำให้สัมภาษณ์ของนายอานันท์ในหลายๆ ประเด็น โดยในเรื่องการประท้วงของ นปช.นายอานันท์บอกว่า “พวกเขาคงต้องอยู่ในสภาพล้มละลายทางความคิด และไม่มีความเป็นผู้นำ พวกผู้นำ นปช. 3-4 คน อย่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายวีระ มุสิกพงศ์ มีแต่เล่นสำนวนโวหารตลอดเวลา พวกเขาไม่มีเครดิตอะไร บางคนที่มีเครดิตมากกว่าในค่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่ได้ออกโรงมา พล.อ.ชวลิตก็หายตัว พล.อ.พัลลภก็ไม่รู้อยู่ไหน ไม่มีใครออกมา ซึ่งตัวผมคิดว่า ในใจของ พล.อ.ชวลิตคงรู้ว่าการประท้วงครั้งนี้คงไปไม่รอด และพวกเขาต้องใช้เงินมาก"
นายอานันท์ยังกล่าวถึงข้อเรียกร้องบางประเด็นที่ นปช.หยิบยกขึ้นมาพูดว่า แม้จะมีน้ำหนัก เช่น เรื่องช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นนานแล้วและแก้ไม่ได้ในเร็ววัน จึงเกิดข้อสงสัยกันว่า นปช.มีวาระซ่อนเร้นอำพรางเอาไว้หรือไม่ ส่วนความพยายามทำสงครามระหว่างชนชั้นนั้นจะไม่ได้ผลสำหรับเมืองไทย โดยคอมมิวนิสต์พยายามทำมาแล้วเมื่อ 25 ปีก่อน แต่ก็ไม่สำเร็จ
ฟันธงโอกาสทักษิณกลับไทยมีไม่มาก
โอกาสที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับไทยนั้น นายอานันท์เชื่อว่า “มีไม่มาก” เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณถูกมองว่า “ไปไกลเกินกว่าจุดที่จะหวนกลับคืนมาได้แล้ว ทั้งในเรื่องคำพูดและการกระทำ” อีกทั้งในฐานะที่หลายคนมองว่าเป็นนักโทษหนีคดี และการที่เขาไปนั่งอยู่ต่างประเทศเพื่อยุยงให้เกิดการจลาจลในประเทศ จึงทำให้ตนคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณไปได้ไม่ดีเท่าใดนัก
นายอานันท์กล่าวอีกว่า การจัดการเลือกตั้งใหม่อาจช่วยแก้ปัญหาวิกฤติการเมืองในประเทศได้ แต่ไม่สามารถเยียวยาทุกอย่างได้ โดยกล่าวว่า การเลือกตั้งอาจจะเป็นทางออกที่รวดเร็วในการแก้ปัญหา แต่การเลือกตั้งก็เหมือนกับรัฐธรรมนูญที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้แบบอัตโนมัติ
นายอานันท์ยังคาดการณ์ด้วยว่า การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่จะมีขึ้นในปีหน้า หาก นปช.ล้มเหลวในการโค่นรัฐบาล โดยนายอภิสิทธิ์อาจอยู่จนครบเทอมในสิ้นปีหน้า หากเขาพุ่งเป้ายกระดับชีวิตเกษตรกร และเศรษฐกิจของไทยยังคงฟื้นตัวต่อไป และแม้ นปช.กับ พ.ต.ท.ทักษิณวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่เชื่อว่า ประเทศไทยจะยังคงวุ่นวายกับประชาธิปไตยในแบบของตัวเองต่อไป ซึ่งเป็นประชาธิปไตยแบบเหลาะแหละเหมือนกับ "กลุ่มเฉพาะกิจ" ที่นักการเมืองปรับเปลี่ยนเอาตัวรอดไปตามสถานการณ์
กษิตเผยยูเออีรับปากไม่ให้แม้วป่วน
เมื่อเวลา 09.00 น. นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เชิญนายโมฮัมเหม็ด อาลี อาเหม็ด ออมรัน อัล แชมซี เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประจำประเทศไทย เข้าพบ เพื่อย้ำจุดยืนของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ในยูเออี โดยนายกษิตย้ำถึงความสำคัญที่ประเทศไทยให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ รวมถึงความหวังว่ายูเออีจะไม่ให้ผู้ใดใช้ยูเออีเป็นฐานในการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ขณะที่เอกอัครราชทูตยูเออีย้ำถึงความสำคัญที่รัฐบาลยูเออีให้แก่ความสัมพันธ์ทวิภาคีเหนือสิ่งอื่นใด และท่าทีของรัฐบาลยูเออีที่จะไม่ให้ใครใช้ยูเออีเป็นฐานในการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะส่งผลกระทบต่อมิตรประเทศ โดยรับจะไปรายงานเรื่องทั้งหมดให้รัฐบาลยูเออีทราบ รวมถึงจะตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่มีรายงานข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับไปพำนักอยู่ในยูเออีอีกครั้งหนึ่งด้วย



