
ทักษิณไม่วิดีโอลิงค์คืนนี้อภิสิทธิ์ถกแกนนำพรรคร่วม
ทักษิณทวิตวันนี้ไม่วิดีโอลิงค์อ้างให้หมอฉีดยาแก้เจ็บคอ บอกการเจรจาเป็นเรื่องเสื้อแดง "อภิสิทธิ์"ย้ำทหารอารักขาสภาฯกันซ้ำรอย 7 ต.ค.อภิสิทธิ์ย้ำทหารอารักขาสภาฯกันซ้ำรอย7ต.ค. ถกแกนนำพรรคร่วมฯเครียดประเมินสถานการณ์การเมือง ชัยเผยยังสั่งเชือดอภิวันท์ไม่ได
(24มี.ค.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์ http://www.twitter.com/thaksinlive เมื่อช่วงเย็นวันนี้ความว่า "ต้องให้หมอฉีดยาเพื่อจะได้พูดกับพี่น้องได้เร็วๆ ต้องขอโทษเป็นอย่างมากที่ดันมาป่วยในช่วงสำคัญ อย่างไรก็ขอให้เข้มแข็งผนึกกำลังให้แข็งแรงนะ
มีคนพูดว่าทำไมไม่เจรจา ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องของคนเสื้อแดงที่เห็นความไม่ชอบธรรมในการเข้าสู่อำนาจของรัฐบาล แล้วก็ยังแย่ได้อีกเขาจึงขอให้ยุบสภา เพราะฉะนั้นการเจรจาหรือไม่เจรจาไม่ใช่เรื่องของผม เป็นเรื่องของสามเกลอและคนเสื้อแดงเขา ถึงแม้ว่าผมจะถูกรังแกอย่างเจ็บปวดแต่ยังเทียบไม่ได้กับความเสียหายของประเทศ ประชาชนโดยรวมที่ต้องตกอยู่ในภาวะที่ประเทศเป็นเผด็จการอำมาตย์ รัฐบาลเป็นเพียงหุ่นเชิดกระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซง 2 มาตรฐาน"
นอกจากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณยังทวิตด้วยว่า ทหารเตรียมพร้อมปราบปรามประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ในยุคที่โลกทั้งโลกเขาพากันไปไกลแล้ว แถมยังมีสื่อสารมวลชนที่เป็นสถานีโปรปากานดามากกว่า
อภิสิทธิ์ย้ำทหารอารักขาสภาฯกันซ้ำรอย7ต.ค.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ตนจะเดินทางไปประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามปกติ ส่วนการปิดกั้นถนนรอบๆรัฐสภาวันนี้นั้น นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง หารือกันเพื่อให้ ส.ส.ได้เดินทางเข้าประชุมได้อย่างปลอดภัย และวันนี้ก็เรียบร้อย
"เราประชุมสภาได้อย่างเรียบร้อย และกฎหมายที่ผ่านในวันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาเกษตรกร และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่ งานนิติบัญญัติต้องเดินต่อและสิ่งที่ทำไม่ได้ไปริดรอนสิทธิ์ของส.ส.ฝ่ายค้านเลย ฝ่ายค้านสามารถเข้ามาประชุมได้ทุกฝ่ายสามารถเข้ามาประชุมได้โดยปลอดภัย"
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยมีมติแล้วว่าจะไม่มาร่วมประชุมสภาฯ จนกว่ารัฐบาลจะถอนกำลังทหารออกไป นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจ เพราะที่ทำทั้งหมดเพื่อให้งานนิติบัญญัติเดินได้ ไม่มีเหตุผลอะไรไปริดรอนสิทธิ์ใคร ในทางตรงข้ามเราควรเก็บเกี่ยวบทเรียนในอดีตเวลาที่มีการปิดล้อมสภาเเละเผชิญหน้า ความสูญเสียจะเกิดขึ้นกับประชาชน ไม่ได้เกิดขึ้นกับสมาชิกรัฐสภา ดังนั้นมาตรการที่รัฐบาลทำอยู่เป็นการให้ความมั่นใจกับ ส.ส.เเละคุ้มครองไม่ให้ประชาชนที่มาชุมนุมเข้าไปอยู่ในสถานการณ์การเผชิญหน้าเเละความรุนเเรง เป็นการทำเพื่อประโยชน์บ้านเมือง งานนิติบัญญัติเเละเพื่อความมั่นใจของ ส.ส.ที่เคยถูกผู้ชุมนุมขว้างปาในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเเละเข้าใจผิดจนเกิดความสูญเสียกับประชาชน
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยอ้างว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นประชาธิปไตยเเละเป็นการปฏิวัติเงียบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงไหน ใครไปยึดอำนาจใคร ทุกคนมาใช้สภาทำหน้าที่กันได้ตามปกติ ฉะนั้นไม่เป็นเหตุเป็นผล เเต่ตรงกันข้ามถ้าเป็นการขัดขวางสมาชิกสภาไม่ให้ทำหน้าที่ต่างหากที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
เมื่อถามต่อว่า พรรคเพื่อไทยจะเสนอถอดถอนนายกฯด้วย โดยอ้างว่าเเทรกเเซงฝ่ายนิติบัญญัติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ทำผิดกฎหมายเลย การออกมาตรการก็เป็นการปรึกษากันระหว่างประธานสภากับรองนายกฯ เเละทำตามความจำเป็นเพื่อให้การประชุมสภาดำเนินการต่อได้
เมื่อถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีผลกระทบกับการสัญจรของประชาชน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นช่วงที่มีการประกาศใช้พื้นที่ความมั่นคง ตนก็เห็นใจเเต่จะพยายามทำให้น้อยที่สุด เเต่หากมีความชัดเจนว่าผู้ชุมนุมไม่มาปิดล้อมรัฐสภา มาตรการเหล่านี้คงไม่จำเป็น ส่วนสัปดาห์หน้าคงจะดูสถานการณ์การชุมนุมว่าจะคงมาตรการเหล่านี้ไว้หรือไม่ หากผู้ชุมนุมประกาศจะไปปิดล้อมไล่ตามคนทำหน้าที่เราจำเป็นต้องใช้มาตรการทำให้ทุกคนปลอดภัยเเละให้งานเดินต่อไปได้ ตนได้เรียนเเล้วว่าสัปดาห์นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการนำสังคมกลับสู่สภาวะปกติ ครม.เเละสภาประชุมได้ ผู้ชนุมนุมก็ชุมนุมต่อไปได้ในกรอบกฎหมาย ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ได้ เเต่เมื่อตัดสินใจไม่ทำหน้าที่เองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อถามว่าเเม้สภาจะสามารถผ่านกฎหมายไปได้โดยครบองค์ประชุม เเต่ฝ่ายค้านมีน้อยนั้นเป็นภาพที่ไม่ดีพอ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเป็นการตัดสินใจของฝ่ายค้านเองที่ไม่เข้าประชุมเเละมีความพยายามขัดขวางสมาชิกฝ่ายรัฐบาลไม่ให้เข้าประชุม เเต่สมาชิกฝ่ายรัฐบาลก็มาทำหน้าที่ เเต่ยังมี ส.ส.ฝ่ายค้านเช่น พรรคเพื่อไทย พรรคประชาราช พรรคมาตุภูมิมาประชุมสภาด้วย เข้าใจว่าคณะกรรมการประสานงานสภาผู้เเทนราษฎรคุยกันเเละเห็นว่างานสภาต้องเดินต่อ สัปดาห์ที่เเล้วที่ไม่สามารถเดินได้เพราะกลัวว่าจะไปสร้างเงื่อนไขความขัดเเย้ง
เมื่อถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยเเละคนเสื้อเเดงเป็นเนื้อเดียวกัน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็ชัดอยู่เเล้วตอนนี้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยขึ้นเวที70-80คนเเล้ว
เมื่อถามถึงความเหาะสมที่ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้เเทนราษฎรที่ไปขึ้นเวทีคนเสื้อเเดง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขอไม่วิจารณ์ เเต่เป็นห่วงสาระกับสิ่งที่ พ.อ.อภิวันท์ พูดมากกว่า เพราะเป็นตัวบ่งบอกอีกครั้งในสิ่งที่ยื่นมาเป็นเงื่อนไขการยุบสภาที่ไม่ชัดเจน เพราะพ.อ.อภิวันท์ ขึ้นไปพูดถึงขั้นว่านายกฯไม่มีอำนาจ ต้องไปถึงประธานองคมตรี อันนี้ตนจึงยืนยันว่าหากเรื่องการเจรจาระหว่างฝ่ายการเมืองด้วยกัน การยุบสภาไม่มีวาระที่เกินเลย คงพูดกันง่ายไม่น่ามีข้อขัดข้อง
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกฯไปหารือกับประธานองคมนตรี นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนได้ตั้งข้อสั้งเกตตั้งเเต่ต้นโดยดูว่ามันมีสิ่งบ่งบอกว่ามันไม่จบ จากจุดหนึ่งจะไปอีกจุดหนึ่งเเละไปอีกจุดหนึ่ง พอส่งตัวเเทน ตนส่งรัฐมนตรีไปคุยก็ไม่ยอม ต้องให้นายกฯไปคนเดียว ตอนนี้จะลามไปถึงประธานองคมนตรีเเล้วจะไปไหนต่ออีก ถึงบอกว่าหากจะพูดคุยกันต้องขีดเส้นให้ชัดว่าจะคุยเรื่องอะไรเเละมาตกลงกัน
เมื่อถามต่อว่า ทำไมมีความพยายามพาดพิงถึงประธานองคมนตรี นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องไปถามผู้ชุมนุมเพราะเป็นฝ่ายที่ทำเเบบนั้น อย่าให้ตนพูดเลย เพราะจะกลายเป็นเงื่อนไขเเตกเเยกเพิ่มเติม
ต่อข้อถามว่านายกฯหวังไว้ว่า การชุมนุมจะจบในอีกไม่นาน ยังเชื่อมั่นอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พยายามทำไปโดยลำดับตอนนี้พยายามทำให้ทุกคนทำหน้าที่ให้ได้เป็นปกติมากที่สุด
ต่อข้อถามว่านายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานนปช.เสนอว่าอยากให้ประเทศไทยมีนายกฯสองคนเหมือนกัมพูชา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าต้องถามประชาชนว่าอยากให้ประเทศไทยใช้ระบบเเบบนั้นหรือไม่ เเต่ตนไม่คิดอย่างนั้น
เมื่อถามว่า การดำเนินการเปิดอภิปรายตามมาตรา 179 กับมาตรา161 เเห่งรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มาตรา161 ดำเนินการอยู่เล้วเพราะญัตติของส.ว.หากมีความสมบูรณ์จะเเจ้งมาที่รัฐบาล ตนได้คุยกับนายประสพสุข บุญเดช ประธานส.ว.เเล้วว่าขอให้ส่งมาเเละรัฐบาลจะกำหนดวันที่เหมาะสม เข้าใจว่าจะเป็นช่วงหลังการประชุมรัฐสภาโลก(IPU)ส่วนการอภิปรายตามมาตรา179ชของส.ส.นั้นคงยังไม่ดำเนินการเพราะเห็นได้ชัดว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยยังไม่พร้อมมาร่วมประชุมในตอนนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าอะไรที่จะทำให้ปัญหาจบลงได้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สิ่งที่บอกว่าจบ หากเราไปยึดเอาความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคงไม่ได้ เพราะมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้ชุมนุมต้องการ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือคำนึงถึงความเหมาะสมที่เป็นทางออกของบ้านเมืองอย่างเเท้จริง สำหรับตนหากทางออกมันเลยเถิดไปจนข้ามเส้นความถูกต้อง กระทบกระเทือนสถาบันหลักเเละระบบกฎหมายประเทศตนคงโอนอ่อนไม่ได้ ฉะนั้นเราจะพูดกันอยู่ในกรอบทางออกการเมืองที่เหมาะสม ต้องไม่ให้มันเกินเลย
เมื่อถามว่าทางออกที่เหมาะสมในสายตาของนายกฯจากนี้ไปคืออะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตนอยากฟังจากเเกนนำเเละผู้ชุมนุมว่าเป็นข้อเรียกร้องของฝ่ายผู้ชุมนุม ไม่ใช่ข้อเรียกร้องของรัฐบาล
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการหารือกับส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์เพื่อเตรียมรับการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อเเดงในวันที่27 มี.ค.อีกครั้งว่า ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ได้สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชน มีการเเลกเปลี่ยนกันว่าการทำหน้าที่ส.ส.ควรเป็นอย่างไรในการบรรเทาความเดือดร้อนเเละสื่อสารกับผู้ชุมนุม ขณะเดียวกันรัฐบาลมีหน้าที่ดูเเลความเรียบร้อย ส่วนการชุมนุมเคลื่อนไหวในวันเวลาดังกล่าวนั้นยังไม่มีการประเมินว่าจะเป็นรูปเเบบใด เเละคงต้องติดตามสถานการณ์กันไป เเต่การชุมนุมต้องไม่ผิดกฎหมาย หากผิดกฎหมายรัฐบาลต้องดำเนินการ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้หากจะฟันฝ่าปัญหาไปได้ต้องอาศัยความอดทนของทุกฝ่าย วันนี้ส.ส.กทม.ได้สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ชุมนุม เเละให้ข้อคิดไปว่า ตนเห็นใจ การที่ไปบอกว่าขอให้เด็ดขาดนั้น ในความเป็นจริงหากใช้ความเด็ดขาดเเละเกิดความสูญเสียขึ้น สังคมไม่ยอมรับ เพราะสังคมมีความห่วงในเรื่องสิทธิร่างกายเป็นพิเศษไม่ว่าเป็นการล้มตายบาดเจ็บ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ฉะนั้นรัฐบาลต้องอยู่บนความพอดี วันนี้ต้องเเสดงให้เห็นก่อนว่า การทำงานของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติต้องเดินต่อไป ส่วนเรื่องพื้นที่จะใช้วิธีเจรจาไปเรื่อยๆว่าตรงไหนสามารถคืนพื้นที่ให้ประชาชนได้ ตรงไหนลดความเดือดร้อนของประชาชนได้ รัฐบาลจะอาสาเข้าไปเจรจา
ผู้สื่อข่าวถามว่า เเกนนำนปช.พยายามนำประชาชนเป็นตัวเร่งปฏิกริยาบีบรัฐบาล จะได้ผลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราคงทำความเข้าใจกับประชาชนทุกกลุ่ม
เมื่อถามว่า การอภิปรายของ ส.ว.เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่เสนอให้นายกฯประกาศวาระประเทศเเก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระหว่างชนชั้นนั้นมีความเห็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากมีการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา161 คงจะได้มีการรับฟัง
ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ช่วงนี้ยังเกิดเหตุยิงเอ็ม79 เข้าไปที่กระทรวงสาธารณสุขหลังการประชุมครม. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งเเละหมายจับในส่วนของคนที่ใช้จรวดอาร์พีจียิงกระทรวงกลาโหมตอนนี้ก็ออกมาเเล้ว ฉะนั้นทุกฝ่ายทำงานอย่างเเข็งขันในการบังคับใช้กฎหมาย
ถกแกนนำพรรคร่วมฯเครียดประเมินสถานการณ์การเมือง
เมื่อเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ ได้เปิดห้องรับรองนายกรัฐมนตรีบนอาคารรัฐสภา 1 ชั้น 2 เป็นวอร์รูมติดตามสถานการณ์ทางการเมืองของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว. อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) นายโสภณ ซารัมย์ รมว. คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และนพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว. พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) อย่างไรก็ตามไม่มีตัวแทนพรรคกิจสังคมเข้าร่วมประชุมแต่อย่างใด
จากนั้นนายกฯ ได้ประชุมร่วมกับส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ที่ห้องกรรมาธิการ 4 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และหลังจากนั้นนายกฯได้กลับมาเพื่อรับฟังรายงาน และอุปสรรคของการทำงานในส่วนของกระทรวงมหาดไทยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ที่ห้องรับรองนายกฯ โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย และนายอำพล กิติอำพล เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าพบ
“ชัย”เผยยังสั่งเชือด“อภิวันท์”ไม่ได้อ้างยังไม่มีกม.รองรับ
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านยื่นข้อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนำรั้วลวดหนามออกจากหน้ารัฐสภา ไม่อย่างนั้นจะไม่ร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้ (25 มี.ค.) ว่า ตนในฐานะประธานรัฐสภาจะไปสั่งให้เจ้าหน้าที่ให้นำรั้วลวดหนามออกไม่ได้ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ซึ่งตอนนี้ มีการประกาศใช้กฎหมายควบคุมความสงบในพื้นที่นั้น ตามมาตรา 18 ของกฎหมายความมั่นคง ที่ต้องการคุ้มครองความปลอดภัยให้กับ ส.ส. และ ส.ว. ซึ่งเป็นความตั้งใจดีของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยวันที่ 7 ต.ค. 51
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายอภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานรัฐสภา ขึ้นเวทีผู้ชุมนุมเสื้อแดง นายชัย กล่าวว่า ในขณะนี้ ได้มีการออกระบียบจริยธรรมนักการเมือง ซึ่งต่อไปเป็นขั้นที่ให้แต่ละพรรคการเมืองนำส่งรายชื่อตัวแทนเข้ามาเป็นกรรมการ โดยในฐานะที่เป็นประธานจะสั่งลงโทษเป็นการส่วนตัวไม่ได้ ต้องอิงกฎหมายจริยธรรม
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า นายอภิวันท์คงถูกกดดันจากหลายด้าน โดยที่ผ่านมาตนก็พึ่งพานายอภิวันท์อยู่หลายอย่าง เช่น การขอให้นายอภิวันท์ช่วยพูดไม่ให้กลุ่มผู้เสื้อแดงมาชุมนุมในระหว่างการประชุม การจัดประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภาอาเซียน หรือไอพียู ครั้งที่ 122 และการประชุมสมาคมเลขาธิการรัฐสภา หรือเอเอสจีพี ประจำฤดูใบไม้ผลิ ปี 2553 ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 27 มีนาคม - 1 เมษายน 2553 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ



