
สร้างสนามใหม่ รับฟุตซอลโลก
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พ่อเมือง กทม. ฝันสร้างสนามฟุตซอลมาตรฐาน เล็งหาที่ดินขนาด 20-30 ไร่ สร้างสังเวียนแข้งใหม่รับฟุตซอลโลกปี 2555 พร้อมวาง 3 จังหวัดมีเอี่ยวรับงานใหญ่ ขณะที่ บิ๊กป๋อม อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ วางแผนเตรียมทัพ พาทีมตระเวนหวดแข้งทั่วโลกใ
ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก รอบสุดท้าย ครั้งที่ 7 ปี 2555 ร่วมกับ นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. นายสมบัติ คุรุพันธ์ อธิบดีกรมพลศึกษา และนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
พ่อเมืองกรุงเทพฯ กล่าวว่า ในโอกาสที่เราได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดฟุตซอลโลก กรุงเทพฯ จะเร่งยกระดับมาตรฐานสนามฟุตซอลในลานกีฬาที่มีกว่า 1,200 แห่ง เพื่อส่งเสริมให้มีการเล่นที่กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมไปถึงการปรับปรุบอาคารกีฬาเวสน์ 1 และเวสน์ 2 สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อรองรับเป็นสนามฝึกซ้อมในช่วงการแข่งขัน พร้อมกันนี้จะหาที่ดินประมาณ 20-30 ไร่ เพื่อของบประมาณจากรัฐบาลในการจัดสร้างอาคารกีฬาในร่มที่ได้มาตรฐานขึ้นมารองรับเป็นสนามแข่งขัน ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท โดยจะมีการบรรจุเข้าไปในงบประมาณประจำปี 2554
“นอกจากนี้แล้วในส่วนของสนามแข่งขันเบื้องต้นที่วางเอาไว้จะมีอาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ และอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก รวมไปถึงการกระจายไปสู่จังหวัดท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ นครราชสีมา และภูเก็ต นอกจากนี้กรุงเทพมหานคร จะเข้าไปดูแลในส่วนของการยกเว้นภาษีการนำเข้าอุปกรณ์ เพื่อเข้ามาติดตั้งในสนามแข่งขัน และคาดว่าระยะเวลาที่ยังมีอีก 2 ปี เราจะสามารถจัดงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความประทับใจทั้งการแข่งขัน รวมไปถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ”
ด้าน “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอล กล่าวว่า ความสำเร็จในการเสนอตัวครั้งนี้ถือว่าสมาคมฟุตบอลได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย และนี่คือทัวร์นาเมนต์ที่มีความสำคัญในระดับโลกเป็นอันดับ 3 รองจากฟุตบอลโลก ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ซึ่งในการแข่งขันปี 2555 จะมีถึง 20 ทีมจากทั่วโลกมาแข่งขัน ดังนั้นเชื่อว่าจะเป็นการกระตุ้นทั้งเศรษฐกิจและการพัฒนาฟุตซอลในบ้านเราได้เป็นอย่างดี
“ขณะเดียวกันในส่วนของการเตรียมสนามแข่งขัน จากการหารือเราอยากกระจายความยิ่งใหญ่นี้ออกไปยังต่างจังหวัด ซึ่งทั้ง 3 จังหวัดที่ว่านั้นยังมีเวลาในการสำรวจเพื่อจัดเตรียมความพร้อม ที่รัฐบาลให้คำยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงสนามให้มีความสมบูรณ์”
ขณะที่ “บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ผู้จัดการทีมฟุตซอลชาติไทย กล่าวว่า แม้เราจะได้สิทธิ์ในการแข่งขันรอบสุดท้าย แต่สำหรับฟุตซอลชิงแชมป์เอเชียครั้งต่อไปในอีก 2 ปีข้างหน้า เรายืนยันจะส่งทีมเข้าร่วมเพื่อได้มีโอกาสประลองกับทีมในเอเชียด้วยกัน
“อย่างไรก็ตามในช่วงก่อนหน้านั้น จะไม่ให้ทีมฟุตซอลไทยได้เจอทีมในเอเชียเลย หากแต่เราจะตระเวนแข่งขันไปทั่วโลก หรือเชิญทีมชั้นนำของโลกมาอุ่นเครื่องในประเทศ โดยที่วางแผนเบื้องต้นเอาไว้คือจะส่งนักเตะไทยไปแข่งขันต่างประเทศ 4 เดือนครั้ง เวียนไปตามทวีปต่างๆ ทั่วโลก รวมไปถึงการส่งนักเตะไทยไปฝังตัวในลีกดังของยุโรปที่เขายินดีให้ความร่วมมือ นอกจากนี้แล้วยังจะดึงเอาโค้ชสมรรถภาพและโค้ชผู้รักษาประตูจากสเปนเข้ามาช่วยผนึกกำลังกับปูปิสอีกด้วย คาดว่าน่าจะใช้งบประมาณราว 20 ล้านบาทต่อปี สำหรับการเตรียมทีมเพียงอย่างเดียว”



