ข่าว

จีนยอมคายข้อมูลน้ำโขงเอาใจเอ็มอาร์ซีรอบ15 ปี

จีนยอมคายข้อมูลน้ำโขงเอาใจเอ็มอาร์ซีรอบ15 ปี

24 มี.ค. 2553

“จีน” ยอมคายข้อมูลน้ำโขงช่วงห ล้งให้กับเอ็มอาร์ซี ครั้งแรกในรอบ 15 ปีเ อาใจการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ต้นเม.ย.นี้ ฮุนเซน ตอบรับชาติแรก พร้อมระดับนายกรัฐมนตรี 4 ชาติร่วมวงถก

 (24มี.ค.) นายสุวิทย์   คุณกิตติ   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)   แถลง ข่าวการเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 2-5   เม.ย.นี้ ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า   ขณะนี้มีข่าวดีว่าประเทศจีน โดยกระทรวงทรัพยากรน้ำ ได้แสดงเจตนารมย์ที่จะ ร่วมมือในการแก้ไขปัญหาแม่น้ำโขง ตอนล่าง แล้ว   โดยได้ตอบหนังสือส่งผ่านมาทางเอ็มอาร์ซีว่าจะส่งข้อมูลน้ำ จากสถานีจิงหง และสถานีมานวาน จากมณฑลยูนนานของจีนให้กับเอ็มอาร์ซีทุกๆวันในเวลา 9 โมงเช้า โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้กรมทรัพยากรน้ำ กำลังตรวจสอบข้อมูลอยู่   อ ย่างไรก็ตาม   การที่จีนยอมให้ข้อมูลน้ำ โขงในช่วงฤดูแล้ง ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกในรอบ 15 ปีของการก่อตั้งเอ็มอาร์ซี ที่จีนยอมให้ข้อมูลน้ำโขง ซึ่งแสดงถึง ความตั้งใจและเป็นจุดเริ่มต้นที่จีนจะขยายความร่วมมือกันมากขึ้นในอนาคต  

 “ ถือเป็นความสำเร็จของนายอภิสิทธิ์ ที่ได้เจรจากับผู้แทนจากจีนในช่วงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เพราะข้อมูลจากสถานี 2 แห่งจะทำให้เราทราบว่าปัญหาน้ำโขงแห้งเกิดจากอะไร จะได้ไม่ต้องถกเถียงกัน เพราะข้อมูลที่เราเห็นอาจไม่สอดคล้องกันก็ได้ แต่ทั้งหมดก็เท่ากับจีนแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจการเป็นผู้นำ เนื่องจาก ข้อมูลที่ได้รับจะเป็นประโยชน์และช่วยให้สามารถวางแผนการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำโขงได้   ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยได้รับข้อมูลในส่วนนี้จากจีนเลย ”   รัฐมนตรีทส.ระบุ

 เมื่อถามว่าจีนจะให้ข้อมูลการเปิดปิดเขื่อนของจีนที่สร้างเสร็จหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มองไกลไปถึงขนาดนั้น แต่จากสิ่งที่จีนยอมให้ความร่วมมือและตอบมาเป็นหนังสือทางการให้เอ็มอาร์ซี น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่จะขยายความร่วมมือกับจีนมากขึ้นและก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลน้ำโขงทั้งระบบ

   นอกจากนี้ นายสุวิทย์   กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ได้รับการตอบรับอย่างเป็นทางการ   จากกระทรวงการต่าง ประเทศแล้วว่าจะมีผู้นำระดับนายกรัฐมนตรีของ 4 ชาติเข้าร่วมประชุมเอ็มอาร์ซีอย่างแน่นอนได้แก่   สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา   นายบัวสอน บุปผาวัน นายกรัฐมนตรีจากลาว   และนายเหวียน เติน สง นายกรัฐมนตรีของเวียดนาม ส่วนของพม่า อาจเป็นระดับรัฐมนตรี ขณะที่ประเทศจีนได้ส่ง นายหู เจิง เห่ว   รองนายกรัฐมนตรี เข้ามาร่วมประชุมในฐานะผู้สังเกตการณ์ และจะมีการหารือในระดับทวิภาคี ในวันที่ 4-5 เม.ย.นี้ ร่วมกับนายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย เพื่อหารือถึงสถานการณ์น้ำ โขงแห้ง ในช่วงที่ผ่านมาเป็นการเฉพาะ ด้วย

    ด้าน   นาย กิติชัย รัตนะ ภาควิชาอนุรักษ์วิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   และบัณฑิต ปิยะศิลป์   นักวิจัยสถาบันพัฒนาลุ่มน้ำ   ได้นำเสนอผลงานวิจัยเรื่องผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนจากการเปลี่ยนแปลงลักษณะการไหลของน้ำโขง บริเวณ ต . ริมโขง อ . เชียงของ จ . เชียงราย   โดยการวิจัยพบว่า ปริมาณน้ำท่า 30 ปี มีค่าเฉลี่ย 985,724 ลูกบาศก์เมตร ก่อนมีการสร้างเขื่อน พ . ศ .2522-2539 มีปริมาณน้ำเฉลี่ยรายปี 951,310 ลูกบาศก์เมตร และหลังมีการสร้างเขื่อน พ . ศ . 2539-2549 ปริมาณน้ำเฉลี่ยรายปี 973,552 ลูกบาศก์เมตร เห็นได้ว่าปริมาณเฉลียรายปีไม่ต่างกันมากนัก แต่เมื่อวิเคราะห์รายฤดูกาลในช่วงแล้งฝน และช่วงน้ำหลาก จะมีแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลง

 ผลการวิจัย ยังระบุว่า สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนพบว่า มีพื้นดินริมโขง เกาะกลางแม่น้ำโขงที่ชุมชนทำการเกษตรหลังน้ำลด พื้นที่หายไป พันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงลดลงร้อยละ 10 ของจำนวนปลาในแม่น้ำโขง เกษตรกรในชุมชนไปทำงานต่างถิ่นเพิ่มมากขึ้นคิดเป็นร้อยละ 51 มีอาชีพรับจ้างเพิ่มร้อยละ 9 อาชีพประมงพื้นบ้านลดลงทุกปี ความคิดเห็นของชุมชนพบว่าเกษตรกรจะทำมาหากินลำบากขึ้นส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน ปัจจัยจากเขื่อนอาจเป็นเพียงปัจจัยที่เร่งหรือกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวของชุมชน แต่ชุมชนจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติที่กำลังเปลี่ยนแปลง