ข่าว

ตร.-ทหาร30กองร้อยตรึงสภา!

ตร.-ทหาร30กองร้อยตรึงสภา!

24 มี.ค. 2553

การส่งสัญญาณว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ รวมทั้ง ส.ส.ซีกรัฐบาลจะเข้าประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามปกติในวันที่ 24 มีนาคม ทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้นทันที เพราะมีเวทีคนเสื้อแดงที่มีคนนับหมื่นตั้งประจันอยู่ไม่ไกล

 เป็นเกม "รุกกลับ" ของรัฐบาลที่คล้ายจะส่งสัญญาณว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้ "กฎหมู่" มาอยู่เหนือ "กฎหมาย" และเป็นการแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลยังคงทำหน้าที่ได้ตามปกติ หลังจากนายกฯ และ ครม.ต้องหนีไปประชุมนอกทำเนียบรัฐบาลมานานกว่า 2 สัปดาห์

 เมื่อรูปเกมออกมาเช่นนี้ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) จึงมีคำสั่งให้มีการวางกำลังทหารตำรวจ รวมทั้งสิ่งกีดขวางในบริเวณโดยรอบรัฐสภาตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 22 มีนาคม เพื่อเคลียร์พื้นที่ ไม่ให้เสื้อแดงแห่มาจับจองที่นั่งริงไซด์ข้างรั้วสภาเสียก่อน

 สภาพของรัฐสภาในยามนี้จึงไม่ต่างจาก "บังเกอร์" ในสนามรบ เพราะมีการนำรั้วลวดหนามมาขึงกั้นไว้ด้านละ 2 ชั้น ทั้งยังมีการเสริมแท่นคอนกรีตปิดทุกด้านอีกด้านละ 3 ชั้น

 รวมทั้งนำเอารถบรรทุกน้ำ รถบดถนน รถเครน และรถขนขยะมาปิดกั้นเป็นชั้นๆ เพื่อวางเป็นแนวป้องกัน โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารยืนประจำการเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ทุกแยก

 มีรายงานว่า ในการเข้าเคลียร์พื้นที่เมื่อคืนวันที่ 22 มีนาคม มีการเอารถถัง รถหุ้มเกราะหลายคันไปวางซุ่มไว้ในจุดต่างๆ รอบสภาด้วย เล่นเอาคนที่ผ่านไปมาแถวนั้น รวมทั้งม็อบเสื้อแดงที่ตั้งเวทีอยู่ไม่ไกลแตกตื่นกันเป็นแถว

 นอกจากนี้ ศอ.รส.ยังใช้อำนาจตามความในมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.ความมั่นคง ปิดกั้นเส้นทางรอบสภาถึง 8 จุด ได้แก่

 1.ถนนนครราชสีมา ตั้งแต่แยกกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ถึงแยกสวนรื่นฤดี 2.ถนนราชวิถี ตั้งแต่แยกการเรือนถึงแยกอุทัย 3.ถนนพระราม 5 ตั้งแต่แยกสุโขทัยถึงแยกวัดเบญจมบพิตร 4.ถนนศรีอยุธยา ตั้งแต่แยกกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ถึงแยกเสาวนีย์

 5.ถนนอู่ทองใน ตั้งแต่แยกพระรูป ร.5 ถึงแยกอู่ทองใน 6.ถนนสวรรคโลก ตั้งแต่แยกเสาวนีย์ถึงแยกสวรรคโลก 7.ถนนสุโขทัย ตั้งแต่แยกสวรรคโลกถึงท่าน้ำสามเสน 8.ถนนพิชัย ตั้งแต่แยกขัตติยานีถึงแยกอู่ทองใน

 น่าสังเกตว่า อำนาจตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ครอบคลุมทั้งการห้ามเดินทางเข้าไป รวมถึงการห้ามปราศรัยปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวายอย่างเด็ดขาด

 สำหรับผู้ฝ่าฝืน แม้จะเข้าไปเฉยๆ โดยไม่ได้ก่อเหตุก็ถือว่ามีความผิดแล้ว และมีความผิดทันที โดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 ความหมายก็คือ แม้จะเป็นการเดินขบวนเข้าไปเฉยๆ ไม่ได้ไปยุ่มย่ามกับตำรวจทหาร หรือสิ่งกีดขวางที่เอามากั้น ก็จะถือว่า "มิใช่การชุมนุมโดยสงบ" เพราะฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

 โดย ศอ.รส.ใช้บรรทัดฐานจากการที่ศาลปกครองกลางเคยมีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2551 เป็นแนวทางว่า เจ้าหน้าที่มีหน้าที่เข้าดำเนินการต่อผู้ชุมนุมโดยไม่สงบได้

 สำหรับกำลังฝ่ายตำรวจมี พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้รับผิดชอบ จัดกำลังจากตำรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ตำรวจนครบาล 9 และตำรวจจราจร ซึ่งจะดูแลพื้นที่โซนชั้นนอกทั้งหมด

 ส่วนทหารจัดกำลังจากกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) (ลพบุรี) โดยใช้ชุดเคลื่อนที่เร็ว หรือ “อาร์ดีเอฟ” หรือ "นักรบหมวกแดง" โดยมี พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) จัดกำลังมาสนับสนุน

 กำลังส่วนนี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมสั่งการของ พ.อ.จิรพันธุ์ มาลีแก้ว ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ โดยปกติจะจัดกำลังชุดละประมาณ 42 นาย

 ชุดอาร์ดีเอฟจะรับผิดชอบดูแลพื้นที่โซนชั้นใน รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยให้แก่ ครม.และ ส.ส.ที่เข้าร่วมประชุม

 ขณะที่ตัวนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้จัดกำลังจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) (ชลบุรี) มาดูแลโดยเฉพาะ รวมทั้งการดูแลความปลอดภัยให้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วย

 ส่วน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. จะมีกำลังจาก ร.21 รอ. คอยรักษาความปลอดภัยเช่นกัน

 นอกจากนี้ยังจัดกำลังจากกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) โดยมี พล.ต.สุนทร อุทิศ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (ผบ.พล.ร.9) (กาญจนบุรี) เป็นผู้ควบคุมกำลัง รับผิดชอบช่วงรอยต่อพื้นที่โซนนอกกับพื้นที่โซนใน โดยจะอยู่โซนกลาง

 เบ็ดเสร็จแล้ว ศอ.รส.ระดมกำลังทหารเข้ามาคุ้มกันสภา ป้องกันการบุกเข้ามาของคนเสื้อแดงถึง 30 กองร้อย !!!

ทีมข่าวความมั่นคง