ข่าว

อุตฯกังวลการเมืองฉุดการบริโภคดัชนีเชื่อมั่นทรุด

อุตฯกังวลการเมืองฉุดการบริโภคดัชนีเชื่อมั่นทรุด

24 มี.ค. 2553

ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนกุมภาพันธ์ลดลง กังวลปัญหาการเมืองฉุดการบริโภคในประเทศ หวัง 3 เดือนข้างหน้าสถานการณ์คลี่คลาย ทำให้ยอดซื้อเพิ่มขึ้น ส.อ.ท.มั่นใจส่งออกปีนี้ยังโตเกิน 15%

 นายสันติ วิลาสศักดานนท์ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงจากระดับ 115.4 ในเดือนมกราคมมาอยู่ที่ 114.5 เนื่องจากกังวลสถานการณ์การเมือง ทำให้การบริโภคในประเทศลดลง และกังวลกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อจากตลาดต่างประเทศยังคงปรับตัวสูงขึ้น

 สำหรับดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับสูงขึ้นจาก 111.0 ในเดือนมกราคม มาอยู่ที่ 114.6 ในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่ายอดคำสั่งซื้อรวม ยอดขายรวม และปริมาณการผลิตและผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังมีความกังวลในต้นทุนประกอบการในอนาคตว่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีกทั้งจากราคาน้ำมัน ราคาน้ำตาลและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในต้นทุนประกอบการคาดการณ์ลดลง

 "ผู้ประกอบการกังวลเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยน และราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเอกชนเห็นตรงกันว่า รัฐต้องควบคุมสถานการณ์การเมืองไม่ให้เกิดความรุนแรง เพราะจะกระทบเศรษฐกิจและการค้า รวมถึงสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคธุรกิจว่ารัฐบาลจะสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเมืองไว้ได้ รวมทั้งเร่งแก้ปัญหาโครงการมาบตาพุดอย่างเร่งด่วน" นายสันติกล่าว

 นายสันติกล่าวถึงสถานการณ์ส่งออกในปีนี้ว่า มั่นใจว่าการส่งออกของไทยในปีนี้จะขยายตัวจากปีที่แล้วเกินกว่า 15% เพราะในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ การส่งออกขยายตัวเกินกว่า 15% ส่วนไตรมาส 2 เชื่อมั่นว่าการส่งออกก็ยังจะเติบโตมากกว่า 15% โดยปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยคือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งหากเศรษฐกิจไม่ผันผวนอย่างรุนแรงโอกาสที่ตัวเลขส่งออกของไทยจะลดลงก็น้อยลงไปด้วย

  ขณะที่การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้ ก็กระทบต่อการส่งออกโดยเฉพาะสินค้าเกษตร เพราะใช้วัตถุดิบในประเทศเกือบทั้งหมด ส่วนภาคอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เพราะอาศัยวัตถุดิบในประเทศน้อยกว่า

 นายสันติยอมรับว่า ปัญหาการเมืองเป็นปัจจัยที่น่าห่วง แต่หากไม่มีการปิดระบบขนส่งที่สำคัญของประเทศอย่างสนามบิน ท่าเรือ และอื่นๆ ที่ใช้สำหรับการขนส่งสินค้า ภาคอุตสาหกรรมก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ประกอบกับผู้ชุมนุมมีความชัดเจนว่า จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเป็นห่วงภาคบริการ เช่น การท่องเที่ยว หรือผู้ที่มาติดต่อธุรกิจในประเทศไทยจะเดินทางเข้าออกไม่สะดวก