ข่าว

สอบโยกย้ายไม่ฟันธงนักการเมืองถอดชื่อจ่าเพียรออก

สอบโยกย้ายไม่ฟันธงนักการเมืองถอดชื่อจ่าเพียรออก

24 มี.ค. 2553

ชุด คกก.พิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์ของ"พล.ต.ท.เอก"สอบหาคนผิดคำสั่งไม่โยกย้าย"ผกก.สมเพียร"ประชุมนัดแรกไร้ข้อสรุปตามคาด เตรียมสอบลึกไปถึงกระบวนการแต่งตั้งภาค 9 หาความบกพร่องเหตุใดไม่รับ"ผกก.สมเพียร"เป็นสภ.กันตัง ทั้งที่ตกลงกันแล้ว ไม่ฟันธง นักการเมืองถอดชื่อ รอ

 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผช.ผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์ในสมัยการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผบก.- ผกก. วาระประจำปี 2552 เป็นประธานการประชุมตรวจสอบการแต่งตั้งในบช.ภ. 9 ร่วมกับพล.ต.ท.อาจิณ โชติวงษ์ ผบช.ก.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต. ชัยยง กีรติขจร รองผบช.สกพ. ตัวแทนจาก กองร้องทุกข์ ก.ตร. และ กองการวินัย ให้พิจารณาตรวจสอบข้อบกพร่องการแต่งตั้งในบช.ภ. 9 เน้นเฉพาะในกรณีของ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา โดยใช้เวลาการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง

 พล.ต.ท. เอก กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในที่ประชุมได้หารือกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา มาดำรงตำแหน่งที่ สภ.กันตัง ซึ่งวันนี้ได้มีการนำหนังสือร้องทุกข์ของพล.ต.อ.สมเพียร ที่ได้ยืนไว้เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ และนำหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถแต่งตั้งได้ จากพล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก บช.ภ. 9 และ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชษฎ์ ผบช.ศชต. แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดมากพอ ที่ประชุมจึงเห็นว่าควรจะให้พล.ต.ท.วีระยุทธ และ พล.ต.ท.พีระ มาชี้แจงและให้ถ้อยคำด้วยตนเอง ซึ่งนัดวันเวลาไว้แล้ว ในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปว่ามีความบกพร่องตรงไหน อย่างไร

 “เรื่องนี้ถ้าถามจริงๆแล้วปัญหาของพล.ต.อ.สมเพียร ทางฝ่ายคณะกรรมการตรวจสอบการยกเว้นหลักเกณฑ์ไม่ทราบปัญหามาก่อนเลย เพราะพล.ต.อ.สมเพียร ดำรงตำแหน่งเดิมมากว่า 3 ปี อยู่ในกรณีที่ไม่ต้องขอยกเว้นหลักเกณฑ์ ทางเราจึงไม่ทราบปัญหา มารู้อีกทีก็ทราบว่า ท่านไปร้องกับทางนายกรัฐมนตรีด้วยวาจาและมาร้องทุกข์กับท่านปทีป”พล.ต.ท.เอก กล่าว

 พล.ต.ท.เอก กล่าวต่อว่า ในวันศุกร์นี้จะเชิญมาพูดคุยและสอบสวนถึงกระบวนการแต่งตั้ง โดยก่อนการทำการแต่งตั้ง ทราบว่า พล.ต.ท.พีระ และพล.ต.ท.วีระยุทธได้ตกลงกันแล้วว่า จะรับพล.ต.อ.สมเพียร มาดำรงตำแหน่งใน สภ.กันตัง ตามที่ พล.ต.อ.สมเพียร ร้องขอ แต่ทำไมถึงไม่แต่งตั้ง มีเหตุผลใด โดยข้อตกลงเรื่องนี้หลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่แล้ว ตรงนี้ ก็จะให้ผบช.ภ. 9 นำหนังสือดังกล่าวมาแสดงในที่ประชุมด้วย ส่วนเงื่อนไขการสับเปลี่ยนกำลังนั้นชึ้นกับ ผบช.9 ที่จะเสนอเงื่อนไข ซึ่งเรายังไม่ทราบว่า ทางผบช.ภ 9 มีดุลยพินิจในการสับเปลี่ยนกำลังกับ ศชต. อย่างไร

 “หนังสือชี้แจงของผบช.ทั้งสองชี้แจงกันคนละประเด็น อย่างบช.ภ. 9 ก็ไปทาง แต่ไม่อยากลงรายละเอียด รอให้เขามาให้ถ้อยคำ ถ้าอยากได้ข้อเท็จจริงต้องถามดีกว่า ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่า ตกลงกันรับแล้ว แต่ทำไมไม่แต่งตั้งให้หรือแต่งตั้งแล้ว ทำไมรายชื่อถูกถอด ส่วนจะสามารถสาวไปถึงว่า มีนักการเมืองมาขอมา ก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่า ผบช.ภ.9จะพูดอย่างไร ก็อยากให้รอวันศุกร์ ” พล.ต.ท.เอก กล่าว

 เมื่อถามว่าในวันศุกร์นี้จะสามารถทราบหรือไม่ว่าใครจะต้องรับผิดชอบหรือมีใครถูกใครผิด พล.ต.ท.เอก กล่าวต่อว่า ยังตอบไม่ได้ แต่ในวันศุกร์จะสามารถชี้ว่าปัญหาเกิดจากอะไร และใครมีความบกพร่องตรงไหน

 เมื่อถามต่อว่าหากนำกฎระเบียบมาพิจารณาอาจไม่มีคนผิด พล.ต.ท.เอก กล่าวว่า ก็ขอให้ใจเย็น อย่าง บช.ภ,2 เราก็สามารถไปแก้ไขได้ แต่มีความแตกต่างกันที่ บช.ภ. 2 มีปัญหาขณะที่ คำสั่งยังไม่มีผล

 ต่อข้อถามว่า ก่อนหน้าที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษาสบ10 ก็เข้าไปพูดคุยและทำหนังสือ กับพล.ต.อ.ปทีป มาแล้ว พล.ต.ท.เอก กล่าวว่า ข้อเท็จจริงตรงนี้เราไม่มี เราจะตรวจสอบเฉพาะในประเด็นเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องจริง ๆ แต่ตรงนี้ ผู้สื่อข่าวอาจรับทราบข้อมูลมาจากส่วนหนึ่ง เราจะดูถึงกระบวนการแต่งตั้งของ บช.ศชต.และบช.ภ.9

ปูดโจรใต้มีแผนเก็บตำรวจ3จว.ใต้หลังฮึกเหิมสังหาร“จ่าเพียร”

 วันนี้ (24มี.ค.)แหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้  เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้พบว่าขณะนี้กลุ่มก่อความไม่สงบได้ปรับรูปแบบการก่อเหตุด้วยการพุ่งเป้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น หลังจากที่ลอบทำร้าย พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา เสียชีวิต จนเกิดความฮึกเหิมที่สามารถทำร้ายเจ้าหน้าคนสำคัญที่สามารถสร้างมวลชนในพื้นที่เคลื่อนไหวสำคัญได้เป็นผลในทางบวกตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

 ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับ พล.ต.อ.สมเพียร มีผลในแง่จิตวิทยาในกลุ่มแนวร่วมทำให้เริ่มมีการเคลื่อนไหวถี่ขึ้นในระยะนี้ ที่สำคัญคนร้ายมีแผนการพุ่งเป้าสังหารข้าราชการตำรวจคนสำคัญในพื้นที่ 3 จังหวัดมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดยะลามีนายตำรวจคนสำคัญ3ราย ที่ฝ่ายตรงข้ามมีความพยายามลอบทำร้าย เพราะเป็นบุคคลที่สามารถสร้างความสูญเสียให้กับกลุ่มขบวนการเป็นอย่างมาก ซึ่ง1ใน3รายชื่อนั้นคือ “จ่าเพียร”รวมอยู่ด้วย ทำให้ข้าราชการระดับสูงที่เชื่อว่ามีชื่ออยู่ในรายชื่อที่แนวร่วมจ้องทำร้ายต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น

 “พี่เพียรได้ข้อมูลมาแล้วก่อนหน้านี้ว่าคนร้ายได้พุ่งเป้าและหาโอกาสเอาชีวิตเพราะเป็นตำรวจที่ดึงมวลชนมาเป็นฝ่ายรัฐได้มาก ขณะเดียวกันสร้างความสูญเสียให้กับแนวร่วมอย่างมาก ดังนั้นช่วงที่ผ่านมา พล.ต.อ.สมเพียร ได้เพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่ก็ไม่เคยบ่นและลงทำหน้าที่ตามปกติทุกวันกระทั่งตกเป็นเหยื่อของคนร้ายในที่สุด”แหล่งข่าวระบุ

 แหล่งข่าวรายเดิม บอกอีกว่า หลังจากการจากไปของ พล.ต.อ.สมเพียร สิ่งที่เจ้าหน้าที่กังวลมากที่สุดคือการสูญเสียมวลชนด้านการข่าวในพื้นที่บันนังสตา เนื่องจากฝ่ายผู้ก่อการได้พยายามแทรกซึมและกดดันเพื่อปิดช่องการให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่รัฐอย่างหนักในเวลานี้

 “เราจะคุมพื้นที่ได้น้อยลง หากมวลชนด้านการข่าวเราตกอยู่ในภาวะถูกกดดันอย่างหนักจากฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นเราต้องเร่งเข้าไปดูแลและให้ความเชื่อมั่นและความปลอดภัยเพื่อสกัดการรุกหนักของแนวร่วมในการก่อเหตุระยะนี้”แหล่งข่าว กล่าว