ข่าว

ปืนจ่อศีรษะปล้นญาติ"เฉลิม อยู่บำรุง”

ปืนจ่อศีรษะปล้นญาติ"เฉลิม อยู่บำรุง”

24 มี.ค. 2553

ปาดหน้าชักปืนจ่อศีรษะ ปล้นรับอรุณหนุ่มนามสกุลดังญาติ"เฉลิม อยู่บำรุง” กลางเมืองพระรถ ก่อนนำตัวมาทิ้งไว้ที่ศรีราชา

(24มี.ค.) เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชาได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตู้ยามห้วยกรุ ต.บางพระ ว่า มีคนเจ็บเป็นชายถูกทำร้ายตามร่างกาย เนื่องจากถูกชิงทรัพย์แล้วนำตัวมาทิ้งไว้ที่บริเวณบ้านห้วยกรุ หมู่ 8 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

 จากการสอบถามเหยื่อผู้ถูกทำร้าย ทราบชื่อคือ นายอนิรุทธิ์ อยู่บำรุง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/2 หมู่ 7 ตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม ซึ่งเป็นญาติห่างๆของ ” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” โดยได้บอกว่า ช่วงเวลา 05.00 น.ได้ขับรถยนต์กระบะมิตซูบิชิสตาร์ด้าสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บบ-6360 ชลบุรี ออกจากบ้านเพื่อจะไปทำงานที่นิคมอมตะชลบุรี เมื่อขับรถถึงตลาดพนัสนิคม ก็ได้มีรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้แค็ปสีบรอนเงินไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับปาดหน้าแล้วมีชายอายุประมาณ 30 ปีสวมเสื้อคลุมสีดำกางเกงยีนส์เดินลงมาจากรถแล้วใช้อาวุธปืนจี้ที่ศีรษะบังคับให้จอดรถทิ้งไว้แล้วให้ขึ้นรถคนร้ายไป

 โดยภายในรถมีคนร้ายอีกคนแต่งตัวแบบเดียวกัน เป็นคนขับรถ หลังจากนั้นคนร้ายก็ค้นกระเป๋าสตางค์แล้วบังคับให้บอกรหัสบัตรเอทีเอ็มแต่ตนเองขัดขืนไม่ยอมบอกจึงถูกคนร้ายใช้ปืนตบที่ศีรษะ ลำตัว และใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าด้านซ้าย จึงต้องยอมบอกรหัสเอทีเอ็มให้คนร้ายไปกดเงินที่พื้นที่ตัวเมืองชลบุรีจำนวนเงิน 20,000 บาท แล้วคนร้ายก็ยังนำแหวนทองคำ 2 วงรวม 2 สลึง และโทรศัพท์มือถือโนเกียอีก 1 เครื่อง

 โดยที่คนร้ายได้คืนซิมการ์ดโทรศัพท์ให้แล้วก็พานั่งรถมาเรื่อยๆโดยจับกดหัวไว้ในรถและนำตัวมาปล่อยทิ้งที่บริเวณข้างถนนสายบ้านทางตรงแล้วก็ขับรถหลบหนีไป จนชาวบ้านมาพบนอนอยู่ริมถนนแล้วพาไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตู้ยามดังกล่าวซึ่งตอนแรกที่โดนรถขับปาดหน้าแล้วมีคนร้ายลงมาจากรถนั้นคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงยอมเปิดประตูลงมาคุยด้วยแล้วโดนปืนจี้บังคับดังกล่าว ซึ่งคาดว่าคนร้ายทั้งคู่นั้นน่าจะเป็นคนในพื้นที่พนัสนิคมซึ่งตนเองไม่เคยเห็นหน้าคนร้ายทั้ง 2 คนมาก่อนเลยและไม่เคยมีศัตรูที่ไหนและไม่รู้ว่าทำไมคนร้ายเจาะจงมาลงมือปล้นตนเองในครั้งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ศรีราชาได้แนะนำให้ไปแจ้งความที่สภ.พนัสนิคมซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ