ข่าว

 ใครล่ะ..จะเที่ยวไทย ?

ใครล่ะ..จะเที่ยวไทย ?

25 มี.ค. 2553

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมพอหาเวลาว่างได้บ้างสักสองสามวัน ซึ่งโดยปรกติผมก็จะขับรถมุ่งหน้าไปที่จังหวัดบ้านเกิดเพื่อนอนหยอกล้อเล่นกับหลานๆ แต่เห็นว่าไหนๆ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็ต้องกลับไปไหว้บรรพบุรุษที่นั่นอยู่ดี สองวันที่มีอยู่จึงทำให้ผมตัดสินใจหักพวงมาลัยรถไปที่ระ

 สุดชายหาดแม่รำพึงทางด้านทิศใต้ผมไปอาศัยโรงแรมไนซ์บีช ที่แม้จะไม่ใช่โรงแรมหรูหราอะไรนัก แต่ราคาค่าที่พักก็สมกับห้องนอนที่มีอุปกรณ์ครบถ้วน แถมยังอยู่ติดกับชายหาดที่สามารถลงเล่นน้ำได้สบายใจ และมีความพลุกพล่านน้อยกว่าหาดแม่รำพึงทางด้านทิศเหนือ หากจะเทียบราคากับทิวทัศน์และบรรยากาศแล้ว พูดได้คำเดียวว่าคุ้มค่าเงินที่จ่ายไป

 ดำผุดดำว่ายกับน้ำทะเลที่แม้จะไม่ใสจนออกสีคราม สลับกับการขึ้นมาว่ายอยู่บนสระน้ำที่ตั้งอยู่ชั้นบนของโรงแรม ว่างก็คว้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กขึ้นมาพิมพ์ต้นฉบับส่งตามโรงพิมพ์  และอาศัยอินเทอร์เน็ตไร้สายของโรงแรมเป็นสื่อนำทางในการติดต่อสัญญาณต่างๆ เพียงเท่านี้ชีวิตในวันว่างที่หาไม่ค่อยได้ของผมก็เติมเต็มได้อย่างสมใจ

 เมื่อถึงวันเดินทางกลับซึ่งผมตั้งใจว่า จะใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์เป็นหลักในการกลับสู่กรุงเทพฯ พอถึงที่พักกลางทางหรือโอเอซีสตามชื่อที่ตั้งไว้แต่แรก ก็นึกขึ้นมาได้ว่า อาจารย์กริช กิตติโมรากุล พี่ชายที่เป็นครูเก่าแก่แห่งอำเภอบางคล้าเคยบอกกับผมไว้ว่า ถ้านึกอยากหาของกินอร่อยๆ ขึ้นมาเมื่อไหร่ให้ไปบางคล้า

 ผมจึงหักพวงมาลัยรถมุ่งหน้าผ่านตัวเมืองแปดริ้วย้อนไปที่บางคล้า ผ่านร้านอาหารเถ้าแก่ชื้อที่ด้านขวามือ ไปจนถึงทางเลี้ยวขวาหลังอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ขับรถไปจนเห็นธนาคารกสิกรไทยอยู่ด้านซ้ายมือ จึงเลี้ยวขวาเข้าซอกเพิงขายผลไม้ที่เรียงรายกันอยู่ หาที่จอดรถในลานได้ก็มองหาร้านค้าลักษณะเพิงที่อยู่ด้านในสุด
 
 แล้วผมก็รองท้องด้วยก๋วยเตี๋ยวร้านนายแหร่มผู้ทระนง เพราะกินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ห้ามสั่งล่วงหน้า สั่งได้แค่ชามแรกก่อนเท่านั้น ชามต่อไปเมื่อได้ชามแรกแล้วจึงมีสิทธิ์สั่ง ใครที่กลัวว่าจะรอนาน ก็สั่งหมูสะเต๊ะรสโอชาไม้ละสิบสลึงมารองท้องได้ตามอัธยาศัย หรือจะย้อนออกมาสั่งหมูแดงและต้มยำที่ร้านเถ้าแก่ชื้อ ก็ไม่มีใครว่าอะไรทั้งสิ้น

 ถ้ายังไม่หนำใจกับของกินเมืองแปดริ้ว จะขับรถต่อไปถึงพนมสารคามไปนั่งยองๆ กินปากหม้อเจ๊โบ้ให้อร่อยปากและสนุกสนานเล่นก็ทำได้ หรือจะย้อนกลับกรุงเทพฯ โดยผ่านตัวเมืองแปดริ้ว แล้วแวะเข้าห้องน้ำห้องท่าที่ร้านตั้งเซ่งจั๊วะ ซึ่งลงทุนก่อสร้างคล้ายเก๋งจีนและมีขนมเปี๊ยะขนมจันอับหลากหลายรสชาติจำหน่ายอยู่ก็ได้    

 หรือจะหาซื้อขนมหวานจำพวกทองหยิบทองหยอด ฝอยทองฝอยเงิน จากร้านริน ส่วนใครที่ชมชอบผลไม้ดองจำพวกมะม่วง ยี่ห้อวราพร เมืองแปดริ้วที่ส่งออกไปขายหลายประเทศ ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เอามาฝากใครก็ไม่อายคนรับ

 ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับหลายครอบครัว ที่ได้พบกันในช่วงของการเดินทางไปเที่ยวเมืองทางภาคตะวันออกครั้งนี้ ทำให้รู้ว่าเหตุผลของเขาเหล่านั้นคือ ภาคตะวันออกมีครบทุกรูปแบบของการท่องเที่ยว ที่พักราคาถูกสมเหตุผล อาหารอร่อยและไม่แพง สำคัญที่สุดคือภูมิภาคด้านนี้ ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงเหมือนภาคอื่นๆ ยกเว้นภาคกลาง

 ฟังเหตุผลอย่างนี้แล้วผมก็คิดถึงเพื่อนฝูงชาวเชียงใหม่ ที่เคยเรียนร่วมกันมาว่าหากการเมืองยังรุนแรง และมีทีท่าจะนำเอาไปผูกติดกับธุรกิจมากขึ้นเช่นที่เป็นทุกวันนี้ เพื่อนพ้องน้องพี่ของผมที่ทำมาค้าขายกับงานบริการจะอยู่กันได้อย่างไร คำถามที่เกิดขึ้นในใจของผมก็คือ “คิงบ่าหื้อคนไทยมาแอ่ว แล้วคิงจะเอาไผมาแอ่วบ้านเมืองเฮาแหม” ซึ่งคำตอบที่ผมอยากได้ที่สุดคือ การเมืองจะเป็นเช่นหมากัดก็เป็นไป แต่อย่ามาทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวเสียหายไปด้วยเลยครับ

.พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ