ข่าว

ยังไร้ข้อสรุปผู้รับผิดชอบย้าย"พล.ต.อ.สมเพียร"

ยังไร้ข้อสรุปผู้รับผิดชอบย้าย"พล.ต.อ.สมเพียร"

23 มี.ค. 2553

อนุ ก.ตร.ร้องทุกข์ ยังไม่สรุปใครต้องรับผิดชอบการตาย "จ่าเพียร" ระบุเอกสารยังไม่ครบเตรียมเรียก ผบช.ภ.9 ผบช.ศชต.ชี้แจง 30 มี.ค.นี้ ยันไม่พบมีข้อมูลการเมืองแทรกแซง ขณะที่ "ปทีป" ถกสิทธิประโยชน์ตำรวจใต้ได้ 10 ประการ เตรียมเชิญตัวแทน บช.ศชต.ลงรายละเอียดจัดทำระ

 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.อำนวย ดิษฐกวี ประธานอนุ ก.ตร. เกี่ยวกับการร้องทุกข์ ประชุมพิจารณาข้อร้องเรียนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมของ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา โดยใช้เวลาในการประชุม 45 นาที

 ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษก ตร. กล่าวว่า การประชุมวันนี้ที่ประชุมหยิบยกคำร้องของ พล.ต.อ.สมเพียร ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายมาพิจารณา โดยได้พิจารณาจากจดหมายร้องทุกข์และประเด็นอื่น เช่น เอกสารคำชี้แจงของ พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผบช.ศชต. โดยอนุ ก.ตร.มีประเด็นพิจารณา 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรกดูการแต่งตั้งของ บช.ภ.9 และ บช.ศชต. เป็นไปตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้ง และบันทึกสั่งการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ ส่วนประเด็นที่ 2 พิจารณาว่ามีข้อบกพร่องในการแต่งตั้งหรือไม่ และหากมีใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบบ้าง

 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า คณะอนุ ก.ตร.ได้พิจารณาประเด็นทั้ง 2 อย่างกว้างขวาง จากพิจารณาเอกสารคำชี้แจงของ บช.ภ.9 และ บช.ศชต. ยังไม่สามารถสรุปประเด็นนี้ได้ เนื่องจากเอกสารยังไม่ครบ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบจึงสั่งการให้เลขานุการ อนุ ก.ตร.ทำหนังสือเชิญ ผบช.ภ.9 และ ผบช.ศชต.มาชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการด้วยตนเองในวันที่ 30 มีนาคม คาดว่าในวันดังกล่าวน่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ส่วนเอกสารที่พิจารณาในวันนี้มีเอกสารการแต่งตั้งของ บช.ภ.9 และ บช.ศชต. และบันทึกการประชุมการแต่งตั้งทั้ง 2 บช. ที่เสนอมายัง ตร. อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบชัดเจนว่าบกพร่องตรงไหน เพื่อดูแลแก้ไขให้การแต่งตั้งครั้งต่อไปเกิดความเป็นธรรม หากพบข้อบกพร่องต้องเยียวยาว่าจะทำอย่างไร แม้ พล.ต.อ.สมเพียรจะเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นการจุดประกายให้การแต่งตั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความเป็นธรรม โดยขั้นตอนต่อไปหลังจากที่ได้ข้อสรุปจากคณะอนุ ก.ตร.จะเสนอให้ ก.ตร.พิจารณาต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) ต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ในที่ประชุมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ และไม่ได้เชิญ พล.ต.อ.ปทีปมาชี้แจง ส่วนจะมีการเมืองแทรกแซงการแต่งตั้งหรือไม่นั้น พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ตามเอกสารที่ปรากฏยังไม่มีข้อมูลเรื่องการเมืองแทรกแซง และไม่ทราบการที่คณะอนุ ก.ตร.เรียก ผบช.ภ.9 และ ผบช.ศชต.มาชี้แจงจะถามในประเด็นนี้หรือไม่ วันนี้ยังไม่คุยในประเด็นนี้ และไม่ใช่การปกป้องนักการเมือง ซึ่งการพิจารณาเป็นไปตามเอกสารที่ได้รับมา คิดว่าคณะอนุ ก.ตร.ตระหนักว่าสังคม ประชาชนหวังอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อจะสามารถตอบคำถามให้ชัดเจน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้สื่อข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้สื่อข่าวสายอาชญากรรมกลุ่มหนึ่งใส่เสื้อยืดพิมพ์ลายที่หน้าอก เป็นกรอบ 4 เหลี่ยม สีดำเขียนข้อความว่า "จ่าเพียร 12 มี.ค.53" ซึ่งเป็นวันที่ พล.ต.อ.สมเพียรเสียชีวิต ทั้งนี้เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่นายตำรวจคนดังกล่าว ในการพิจารณาหาผู้บกพร่องในการแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.อ.สมเพียร และการพิจารณาสิทธิประโยชน์ตำรวจในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 ส่วนการประชุมเรื่องสิทธิประโยชน์ในภาพรวมของข้าราชการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 โดยมี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.เป็นประธานการประชุม ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง โดยภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ของตำรวจใน บช.ศชต. มีจำนวน 10 ประการ โดยการประชุมได้ตีกรอบให้แล้วว่าอะไรควรให้ ไม่ควรให้ ส่วนรายละเอียดจะให้อย่างไรนั้น จะมีการประชุมย่อยกับตัวแทนของ บช.ศชต.อีกครั้งถึงรายละเอียดปลีกย่อย และมีการลงเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งออกเป็นกฎ กติกาของ ตร.ได้ ซึ่งจะนัดประชุมในวันที่ 5 เมษายนนี้ เช่นเบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัย ถ้าเป็นเม็ดเงินและเทียบกับหน่วยอื่นๆ จะได้มากกว่า 15-19 เท่า ส่วนสิทธิอย่างอื่น เช่นสิทธิการสอบเป็นนายตำรวจ ก็มีแต้มต่อกว่าตำรวจคนอื่น

 พล.ต.อ.ปทีป กล่าวต่อว่า ส่วนสิทธิที่จะทำ เช่น ระบบเรื่องการแต่งตั้งให้หมุนกันได้ โดยสามารถหมุนไปนอกหน่วยได้ โดยมี 2 นัย คือ หมุนไปในตำแหน่งที่เท่าเดิม หรือไปเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น แต่ก็ต้องมีตำแหน่งว่างในหน่วยนั้น ถ้าหากหน่วยใดมีตำแหน่งว่างมาก ก็ขอกันไว้ให้ ศชต. 1 ตำแหน่ง ขณะเดียวกัน เมื่อ ศชต.ย้ายออกนอกหน่วยได้ หน่วยอื่นๆ ก็สามารถเข้ามายัง ศชต.ได้เช่นกัน โดนมีเงื่อนไขเดียวคือ สมัครใจไป และไปเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น พร้อมเพิ่มอายุราชการทวีคูณ ซึ่งหลักการนี้ให้ แต่จะให้อย่างไรนั้นคงต้องคุยกันในชุดย่อยอีกครั้ง รวมถึง ก.ตร.ด้วย

 “เราตั้งคณะชุดย่อยขึ้นมาอีก โดยมีผู้แทนจาก ศชต.เป็นตัวแทนมาร่วมประชุมด้วย และนัดประชุมอีกครั้งในต้นเดือนหน้า เพื่อที่จะเป็นข้อตกลงเห็นชอบด้วยกันทั้งสองฝ่ายก็จะออกเป็นกฎ กติกาเลย โดยส่วนหนึ่งให้ ก.ตร.รับทราบเพื่ออนุมัติ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นระเบียบของ ตร.“ พล.ต.อ.ปทีป กล่าว

 เมื่อถามถึงกรณีการร้องทุกข์ของ พล.ต.อ.สมเพียร ที่ไม่ได้รับการตอบสนองนั้น พล.ต.อ.ปทีป เปิดเผยเรื่องนี้เป็นครั้งแรกว่า เรื่องของ พล.ต.อ.สมเพียร ขอแยกเป็น 2 ประเด็นคือ เรื่องการแต่งตั้งครั้งที่ผ่านมา และเรื่องการร้องทุกข์ ซึ่งอนุ ก.ตร.ร้องทุกข์ ได้ดำเนินการอยู่ คงต้องรอผล การไปวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นคงไม่ดี

 ต่อข้อถามที่ว่า ท่านทราบหรือไม่ว่า พล.ต.อ.สมเพียร ขอโยกย้ายออกนอกพื้นที่ไปที่ สภ.กันตัง จ.ตรัง ก่อนหน้านี้ และเดินทางมาร้องทุกข์กับท่าน พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ไม่ได้ทราบเรื่อง ตรงนี้คงมาตามสายงาน เมื่อเข้าสู่การร้องทุกข์ก็คือมาที่อนุกรรมการร้องทุกข์เลย ส่วนก่อนแต่งตั้งก็เป็นอำนาจของแต่ละ บช.ก็ไปว่ากัน

 พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า พยายามทำในสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว แต่ตรงนี้ก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ จะเป็นอย่างนี้ ขั้นตอนต่างๆ ก็ทำตามขั้นตอน จากนี้ก็ให้อนุกรรมการร้องทุกข์พิจารณาในประเด็นที่สังคมติดใจ คงบังคับอนุกรรมการร้องทุกข์ไม่ได้หากจะพบว่าไม่มีคนผิด หรือหากพบว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ต้องให้อนุกรรมการร้องทุกข์ดำเนินการต่อไป