
พยานเห็นหมอเลิกปั๊มหัวใจไมเคิลแถมไม่ยอมเรียกรถพยาบาลทันที
ลอสแองเจลิส-พยานปากเอกเผย หมอประจำตัวไมเคิลหยุดปั๊มหัวใจราชาเพลงป๊อปไปเฉยๆ แถมยังมัวแต่เก็บกวาดยาอันตรายที่ตัวเองให้ไมเคิลจนหมดถึงจะยอมเรียกรถพยาบาล
สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันอังคาร (23 มี.ค.) ว่ามีพยานให้ปากคำว่านพ.คอนราด เมอร์เรย์ แพทย์ประจำตัวของไมเคิล แจ็กสันได้หยุดปั๊มหัวใจให้ราชาเพลงป๊อปที่กำลังจะตาย แถมยังถ่วงเวลาโทรศัพท์เรียกหน่วยกู้ชีพเพื่อที่ว่าตัวเองจะได้เก็บพวกขวดยาต่างๆ ออกจากที่เกิดเหตุเสียก่อน ซึ่งข้อมูลใหม่ที่ได้รับมานี้อาจทำให้คณะอัยการพุ่งเป้าไปที่ประเด็นพยายามซุกซ่อนหลักฐานในการเดินหน้าฟ้องร้องนพ.เมอร์เรย์ข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
ข้อมูลดังกล่าวมาจากการให้ปากคำของนายอัลแบร์โต อัลวาเรซ ผู้อำนวยการฝ่ายลอจิสติกของไมเคิล แจ็กสัน ที่อยู่ข้างๆ ไมเคิลขณะที่ราชาเพลงป๊อปกำลังจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนปีที่แล้ว โดยนายอัลวาเรซบอกว่าหลังจากรีบรุดไปที่ห้องแล้วก็เห็นนักร้องดังนอนอยู่บนเตียง มีสายน้ำเกลือแทงอยู่ที่ขา ปากอ้าค้าง ตาเปิดอยู่ แต่ไม่มีสัญญาณของชีวิตเลย
ระหว่างนั้น ปรินซ์ และปารีส ลูกชายและลูกสาวของไมเคิลมาที่ห้อง และร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นนพ.เมอร์เรย์พยายามจะช่วยชีวิตพ่อของพวกเขา แต่หลังจากนั้นมีคนโทรศัพท์เรียกพี่เลี้ยงมาพาเด็กทั้งคู่ออกไปรออยู่ในรถนอกบ้าน
นอกจากนายอัลวาเรซแล้วยังมีคนอีกเพียงคนเดียวอยู่ในห้องตอนที่นพ.เมอร์เรย์พยายามจะช่วยชีวิตไมเคิล นั่นคือ นายฟาฮีม มูฮัมหมัด คนขับรถและบอดี้การ์ดส่วนตัวของราชาเพลงป๊อป
นายอัลวาเรซกล่าวว่า ตอนที่เขามาถึงนพ.เมอร์เรย์ยืนอยู่ข้างเตียงไมเคิล และกำลังปั๊มหัวใจให้ด้วยมือข้างหนึ่ง เมื่อเขาถามว่าเกิดอะไรขึ้น นพ.เมอร์เรย์ตอบว่าไมเคิลมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ไม่ดีเลย ก่อนจะหันไปหยิบขวดยามาแล้วบอกให้นายอัลวาเรซเอาใส่ถุงแล้วก็บอกให้ถอดถุงน้ำเกลือออกจากเสาแล้วใส่ไว้ในถุงเช่นกัน
นายอัลวาเรซยังบอกด้วยว่า นพ.เมอร์เรย์รอจนกระทั่งเก็บยาใส่เต็มถุงแล้วถึงจะบอกให้เขาไปโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล เมื่อเขาแจ้งไปทางนั้นได้บอกให้พาตัวไมเคิลนอนลงบนพื้น ตอนนั้นเองที่นายมูฮัมหมัดได้เข้ามาในห้องพอดีจึงช่วยปั๊มหน้าอก ขณะที่นพ.เมอร์เรย์พยายามจะเป่าปากช่วยหายใจ แถมยังบอกพวกเขาด้วยว่านี่เป็นครั้งแรกที่ตัวเองได้ปั๊มหัวใจช่วยชีวิตคน
ด้านทนายความของนพ.เมอร์เรย์ได้แก้ต่างว่านายอัลวาเรซให้ปากคำกับตำรวจ 2 ครั้งไม่เหมือนกัน โดยครั้งแรกไม่เห็นมีการพูดถึงเรื่องการเก็บกวาดขวดยาออกไปจากห้องนอนของไมเคิลเลย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่นิติเวชลอสแองเจลิสระบุว่าไมเคิลเสียชีวิตเพราะถูกฆาตกรรมด้วยการให้ยาโปรโพฟอล ยาสลบที่มีฤทธิ์แรงมากเกินขนาด และยาระงับประสาทอีก 2 ตัวทำให้นพ.เมอร์เรย์ซึ่งเป็นคนจ่ายยาอันตรายดังกล่าวถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา



