
ทหาร-ตร.ไม่ยอมแดงรื้อถอนลวดหนามรอบรัฐสภา
ก๊วนส.ส.เพื่อไทย โวย ทหาร ปิดทางเข้า ออกรัฐสภา อ้าง ขัดขวางการเดินทางฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อแผ่นดินแทงกั๊กย้ายขั้วอ้างเป็นเป็นมิตรกับทุกคน
(23มี.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณแยกราชวิถี นพ.เหวง โตจิราการ ได้นำกลุ่มสันติวิธี กว่า 100 คน เคลื่อนขบวนมาเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เพื่อขอให้รื้อลวดหนาม และแท่งคอนกรีต ออกจากริมรั้วพระตำหนักจิตลดา รวมทั้งรั้วคอนกรีตที่วางปิดกั้นการจราจรบนถนนราชวิถี และถนนพระราม 5 เนื่องจากเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และทำให้การจราจรติดขัด
พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 ชี้แจงว่า เป็นการปฏิบัติตามพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอณาจักรและจะนำข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงเสนอต่อผู้บังคับบัญชาในช่วงเย็นวันนี้
ทางด้านคนเสื้อแดงได้นำสติกเกอร์ยุบสภามาติดที่รั้วลวดหนามและแท่งคอนกรีต นอกจากนี้ นพ.เหวง ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เพื่อให้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดง และในระหว่างการเคลื่อนขบวนของคนเสื้อแดง ทำให้ทหารและตำรวจเสริมกำลังเข้ามาบริเวณแยกราชวิถี เพื่อดูแลความเรียบร้อย ทั้งนี้ภายหลังฝ่ายเจ้าหน้าปฏิเสธ ที่จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดง
นพ.เหวง และกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปสังเกตุการณ์บริเวณถนนอู่ทองใน และพระตำหนักวิมานเมฆ จากนั้นเวลา 16.00 น.นพ.เหวง และกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวกลับสะพานผ่านฟ้าเพื่อหารือกำหนดมาตรการในการตอบโต้ต่อไป
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่า บนถนนพระราม 5 ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย มีการนำรถตีนตะขาบ , รถน้ำ และรถของทหาร มาจอดเพื่อปิดกั้นการจราจร ฝั่งขาเข้าที่จะมุ่งหน้าไปทางสวนสัตว์ดุสิต และมีการนำรั้วรัวหนามมาวางกองไว้เป็นจุด ๆ
ก๊วนส.ส.เพื่อไทย โวย ทหาร ปิดทางเข้า-ออกรัฐสภา
เมื่อเวลา 14.30 น.ที่แยกขัตติยานี ถ.สุโขทัย ตรงข้ามพรรคชาติไทย ส.ส.เพื่อไทยกว่า 10 คน นำโดย นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายไพจิตร ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พล.ต.ศรชัย มนตริวัตรส.ส.สัดส่วน นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ ได้เดินทางมาจากพรรคเพื่อไทย เพื่อยื่นหนังสือต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภา กรณีถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจนำสิ่งกีดขวางมาปิดถนน ซึ่งถือเป็นการขัดขวางการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลุ่มส.ส.เพื่อไทยมาถึงแยกขัตติยานีได้เจรจาต่อรองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เพื่อขอให้เปิดทางเข้าไปยังรัฐสภา โดยนายวิทยา พยามยามซักถามเจ้าหน้าที่ว่า มาจากหน่วยไหน ใครสั่งให้มาปิดถนน ใครเป็นผู้บังคับบัญชาที่นี่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ปฏิเสธจะตอบคำถาม โดยระบุทำตามคำสั่งศอ.รส และ ปฏิบัติตามมาตรา 18 พ.ร.บ.ความมั่งคง ทำให้กลุ่มส.ส.เพื่อไทยแสดงความไม่พอใจ
นายวิทยา กล่าวว่า การทำแบบนี้ต้องอธิบายให้เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร เพราะเป็นการขัดขวางการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ถือเป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่หน่วยงานภายใต้การกำกับของรัฐ การอ้างมาตรา 18 พ.ร.บ.ความมั่งคงจึงไม่ถูกต้อง อยากถามว่า ทำเช่นนี้ ต้องการที่จะยึดอำนาจใช่หรือไม่ เพราะพวกตนจะเข้าเพียงเพื่อยื่นหนังสือเท่านั้น
ขณะที่นายประเกียรติ กล่าวว่า การทำเช่นนี้ นายกฯใช้อำนาจแทรกแซงอำนาจรัฐสภา ถือว่าความเป็นนายกฯ ได้สิ้นสุดลง ตามมาตรา 266 268 นอกจากนี้ น.พ.ชลน่าน ยังกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า หากจะมีการปิดกันอยู่นี้อีก ต่อไปจะเอาคนเสื้อแดงมาลุย รบกันไปเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการการเจรจาบรรยากาศเป็นไปอย่างตรึงเครียด มีการว่ากล่าวตำหนิจากส.ส.เพื่อไทยอยู่ตลอดเวลา ขณะที่เจ้าหน้าที่พยามอธิบายว่า การห้ามออกเส้นทางจุดนี้ เป็นการห้ามประชาชนทุกคน ไม่ใช่เฉพาะเจาะจงที่ส.ส.และหากจะไปยื่นหนังสือ สามารถเดินทางไปที่แยกการเรือน และแยกราชวิถีได้ แต่ทางส.ส.เพื่อไทยยืนยันว่า ส.ส.ในฐานะประชาชนคนหนึ่งสามารถเดินทางเข้าออกได้ทุกเส้นทาง การกำหนดให้เข้าออกเฉพาะจุดยิ่งกว่าการปฏิวัติ ยึดอำนาจ
โดย นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ ระบุว่า การกระทำเช่นนี้ยิ่งกว่า การยึดอำนาจสมัย พล.อ.สุจินดา คราประยูร เมื่อการเจรจาไม่เป็นผล บรรยากาศจึงยิ่งร้อนแรงขึ้น เมื่อมีเจ้าหน้าที่ทหารได้บันทึกภาพกลุ่มส.ส.ทำให้นายการุณ แสดงความไม่พอใจ ก่นด่าและทำท่าทีฮึดฮัด พร้อมถามชื่อและสังกัด และท้าทายว่า ตนพร้อมเปิดเผยชื่อที่อยู่ แต่หากมีการถ่ายภาพ และไม่เปิดชื่อของทหารที่ถ่ายแสดงว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย เมื่อนายการุณ ฮึดฮัดพูดอย่างมีอารมณ์ทำให้กลุ่มเพื่อนส.ส.ต้องเข้ามาห้ามปราบ เมื่อการเจรจาผ่านไปประมาณ 20 นาที เจ้าหน้าที่รัฐสภา ได้เดินทางมารับหนังสือแทนนายชัย จากนั้นส.ส.จึงแยกย้ายกันกลับ พร้อมระบุว่า หากภายในคืนนี้ไม่เคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางออก พวกตนก็จะมาเส้นทางนี้เพื่อทวงถามเช่นเดิม เพราะเป็นเส้นทางที่จะเข้ามาประชุมสภา
เพื่อแผ่นดินแทงกั๊กย้ายขั้วอ้างเป็นเป็นมิตรกับทุกคน
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรมและหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา ได้วิดีโอลิงค์เชิญชวนพรรคร่วมรัฐบาลให้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลหลายครั้ง ว่า ยังไม่มีใครติดต่อมาที่พรรคเพื่อแผ่นดิน แต่พรรคเพื่อแผ่นดินถือเป็นมิตรกับทุกพรรคอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ ตนอยู่สภามานาน 30ปี เรามีเพื่อนทุกพรรค เพราะฉะนั้นอะไรที่ทำให้ได้ประโยชน์กับประเทศชาติก็ทำ เราเป็นพรรคกลางๆสมานฉันท์อยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พูดอย่างนี้เหมือนกับว่าถ้าสถานการณ์เปลี่ยน ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า เรายังไม่พูดว่าอนาคตข้างหน้าว่า จะเกิดอะไรขึ้นจะเปลี่ยน แต่เราเป็นมิตรกับทุกคน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดจะมีการส่งพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยเดินสายกล่อมพรรคร่วมรัฐบาลให้ถอนตัว นายชาญชัย กล่าวว่า “ไม่ได้พูดเรื่องพ่อใหญ่จิ๋วหรอก ที่บอกว่าโซ่ข้อกลาง ตอนนี้ไปอยู่ซีกแดงแล้ว จะยังใช่โซ่ข้อกลางหรือไม่ต้องไปถามพ่อใหญ่จิ๋วดู ตอนนี้อยู่กลางหรือเปล่า พี่จิ๋วไปอยู่พรรเคพื่อไทยแล้วก็ไม่ใช่โซ่ข้อกลาง”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้า พล.อ.ชวลิตไม่เป็นกลางแล้ว จะไม่สามารถประสานพูดคุยกันได้แล้วหรืออย่างไร หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า “ ถ้าพี่จิ๋วติดต่อมาก็คุยกันได้อยู่แล้ว เพราะธรรมดาก็คุยกันอยู่แล้วซึ่งเราก็คุยกันอยู่เรื่อยๆ ยังติดต่อมีความรักความนับถือกันอยู่ แต่ยังไม่มีใครเอ่ยปากชวนให้สลับขั้วย้ายข้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จนถึงขณะนี้ยังสบายใจที่จะร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ในการแก้ไขวิกฤติตอนนี้หรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า เราถือว่าเป็นเรื่องปกติของการเมืองที่จะคัดค้านกัน เราก็ต้องดูว่าประชาชนจะตัดสินเอง ขอให้ไปเป็นระบบรัฐสภา สภาเป็นที่ประชุมของอำนาจนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารก็ต้องไปชี้แจงตามกระบวนการระบบรัฐสภา ถ้าเป็นนอกระบบก็คงจะเป็นหลักการไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าจะมีเหตุผลให้พรรคเพื่อแผ่นดินถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล จะมีเหตุผลอะไรได้บ้าง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า 1 .ต้องวิกฤติทางเศรษฐกิจ 2.วิกฤติทางการเมืองในระบบรัฐสภา 3.วิกฤติพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งวิกฤติในบ้านเมืองขณะนี้คือวิกฤตินอกระบบรัฐสภาไม่ใช่ในรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้า พล.อ.ชวลิต มาคุยแล้วขอให้รัฐบาลยุบสภาจะพิจารณาอย่างไร นายชาญชัย กล่าวว่า “บิ๊กจิ๋วชวนกินข้าวก็จะไปอยู่ เราคุยกันได้อยู่แล้ว เป็นมิตรกับทุกคน”
ผู้สื่อข่าวถามว่า พูดอย่างนี้พรรคประชาธิปัตย์อาจจะระแวงได้ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ไม่มีใครเขาระแวง เพราะพูดตรงๆ เป็นคนตรงไปตรงมา ถ้านอกกระบวนการของระบบรัฐสภา ทีมผมก็ไม่รับหลักการใครทั้งสิ้น ต้องเป็นการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยระบบรัฐสภาเท่านั้น”



