ข่าว

ธปท.ชี้ตั้งแต่ต้นปีเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทย

ธปท.ชี้ตั้งแต่ต้นปีเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทย

23 มี.ค. 2553

ธปท. ระบุตั้งแต่ต้นปี เงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยประมาณพันล้านดอลลาร์รองประธาน ส.อ.ท. ระบุ การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถ แต่กระทบเชื่อมั่นผู้บริโภค

(23มี.ค.) นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวว่า เงินทุนจากต่างชาติยังคงไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องในภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย โดยตั้งแต่ต้นปี มีเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยจนถึงปัจจุบันประมาณพันล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่มากนักเมื่อเทียบกับภูมิภาค เช่น เกาหลีใต้ และอินเดียที่มีเงินไหลเข้าซื้อหุ้นสุทธิ 3 พันล้านดอลลาร์

ขณะที่ค่าเงินบาทที่ผ่านมาไม่ได้เป็นสกุลที่แข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาค โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งค่า 3.18% เป็นอันดับ 2 รองจากมาเลเซียที่แข็งค่า 3.3% เนื่องจากมาเลเซียขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว ส่วนอันดับ 3 คืออินโดนีเซียที่แข็งค่า 3.1% และ หากดูตั้งแต่ต้น เดือนมี.ค. ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ค่าเงินบาทแข็งค่า 2.23% เป็นอันดับ 4 เมื่อเทียบกับภูมิภาค ขณะที่มาเลเซีย ยังเป็นอันดับ 1 ที่ 2.6% อินโดนีเซียอันดับ 2 ที่ 2.5% และเกาหลีใต้อันดับ 3 ที่ 2.3%

ทั้งนี้ การที่นักลงทุนเข้ามาในตลาดหุ้นและได้เงินกลับไปเป็นการเก็งกำไรปกติ และค่าเงินบาทที่แข็งค่าไม่ได้กระทบการส่งออกของไทย เนื่องจากตัวเลขการส่งออกของไทยล่าสุดยังเติบโตได้ดี อีกทั้ง จากผลศึกษาของ ธปท.ระบุว่า ผลกระทบการส่งออกเกิดจากภาวะการขยายตัวเศรษฐกิจโลก
มากกว่า

นายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารอาวุโสบริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ช่วงกว่า 1 สัปดาห์ ที่ผ่านมา ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายรถยนต์ เพราะเป็นปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง แต่อาจมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงเฝ้ายอดการผลิตรถยนต์ในปีนี้ไว้ที่ 1.4 ล้านคัน โดยเป็นยอดขายในประเทศ 6 แสนคัน และส่งออก 8 แสนคัน ซึ่งจะสร้างมูลค่าได้ประมาณ 4-5 พันล้านบาท ทั้งนี้การเคลื่อนไหวเป็นสิทธิ์ที่สามารถดำเนินการได้ หากอยู่ใต้กรอบของกฎหมาย แต่มองว่า หากมีการเจรจาได้จะเป็นเรื่องที่ดี