
สั่งปิดถนนรอบสภาฯขู่เสื้อแดงรุกถือผิด
รองผบช.น. แจงข้อกฎหมายตามประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง ห้ามเข้าพื้นที่ถนน 8 สายรอบรัฐสภา ห้ามเข้าพื้นที่รัฐสภา อู่ทองใน เขตดุสิต ขู่ม็อบแดง แค่บุกเข้ามาเหยียบพื้นที่ต้องห้ามถือว่าผิดแล้ว ไม่ใช่เป็นการชุมนุมโดยสงบ
(23มี.ค.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานด้านการสอบสวนและมือกฎหมายนครบาล แถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดตามประกาศ เรื่องห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือใช้ยานพาหนะและห้ามบุคคลเข้าหรือออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนด ออกตามความในมาตรา 18 วรรคท้ายแห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ว่า ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ ศอ.รส.ได้ออกประกาศห้ามใช้เส้นทางคมนาคมและยานพาหนะเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ใน 8 เส้นทางนั้น
ประกอบด้วย 1. ถนนนครราชสีมาตั้งแต่แยกกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ถึงแยกสวนรื่นฤดี 2. ถนนราชวิถีตั้งแต่แยกการเรือนถึงแยกอุทัย 3.ถนนพระราม 5 ตั้งแต่แยกสุโขทัยถึงแยกวัดเบญจมบพิตร 4.ถนนศรีอยุธยาตั้งแต่แยกกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ถึงแยกเสาวนีย์ 5.ถนนอู่ทองในตั้งแต่แยกพระรูป ร.5 ถึงแยกอู่ทองใน 6.ถนนสวรรคโลกตั้งแต่แยกเสาวนีย์ถึงแยกสวรรคโลก 7.ถนนสุโขทัย ตั้งแต่แยกสวรรคโลกถึงท่าน้ำสามเสน และ 8. ถนนพิชัย ตั้งแต่แยกขัติยานีถึงแยกอู่ทองใน
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า การห้ามใช้เส้นทางทั้ง 8 สายอาจทำให้เกิดปัญหาการจราจรขึ้นได้ แต่ทางศูนย์ฯเห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อความปลอดภัยในการดูแลพื้นที่และคาดว่าในอีก 1-2 นี้จะมีการประชุมสภาฯตามปกติด้วย นอกจากนี้ยังมีประกาศอีกฉบับหนึ่ง คือ ห้ามมิให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการร์อันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบ ทำลายหรือทำความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ อาทิ การปลุกระดมยุยงปลุกปั่น สร้างสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความรุนแรงหรือเป็นอันตรายต่อความสงบสุขของประชาชน และความมั่นคงของรัฐ เข้าหรือต้องออกบริเวณพื้นที่รัฐสภา ถนนอู่ทองใน และเขตพื้นที่ดุสิต เว้นแต่เป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น ฉะนั้นการห้ามใช้ถนนต่างๆดังที่กล่าวมาและการห้ามบุคคลเข้าไปในเขตรัฐสภาและพื้นที่ที่กำหนดนั้น หากพบว่าผู้ใดเข้าไปก็ถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 แม้จะเข้าไปเฉยๆ โดยไม่ได้ก่อเหตุใดๆก็ตาม ถือว่ามีความผิดแล้ว และมีความผิดทันทีมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
“ ถ้าเป็นกรณีผู้ชุมนุมก็จะถือว่า มิใช่เป็นการชุมนุมโดยสงบ ตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เพราะฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งศาลปกครองกลางเคยมีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 ต.ค.2551 ตามคดีหมายเลขที่ 1605/2551 เป็นแนวทางไว้แล้ว เจ้าหน้าที่มีหน้าที่เข้าดำเนินการกับผู้ชุมนุมโดยไม่สงบได้ ฉะนั้นอยากชี้แจงว่า ในพื้นที่เหล่านี้เมื่อห้ามยานพาหนะ เมื่อห้ามคนไม่ให้เข้าไปในพื้นที่รัฐสภา ห้ามเข้าไปในบริเวณต่างๆที่กำหนดไว้ ถ้าเข้าไปก็ผิดกฎหมายและมีผลทำให้การชุมนุมนั้นไม่เป็นการชุมนุมที่สงบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ อยากนำเรียนพ่อแม่พี่น้องประชาชนไว้ด้วย ส่วนการหลีกเลี่ยงเส้นทางการคมนาคมต่างๆตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้นทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะชี้แจงประชาสัมพันธ์เส้นทางหลีกเลี่ยงต่อไปพร้อมนำป้ายประกาศห้ามเข้าไปติดตามจุดต่างๆทั่ว กทม.ซึ่งมีจำนวน 1 แสนแผ่น ด้วยกัน “ รอง ผบช.น.กล่าวและว่า ส่วนจะห้ามจนถึงเมื่อไหร่นั้นทางศูนย์ฯ จะพิจารณาและแจ้งให้ทราบต่อไป โดยประกาศดังกล่าวทั้ง 2 ฉบับนั้นมีผลตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นต้นไปโดยไม่มีกำหนด



