
สั่งปิดถนน2เส้นเข้าสภาขนตร.-ทหารป้อง
ศอ.รส. สั่งปิดถนน 2 เส้นเข้ารัฐสภา ขนกำลัง ตร.-ทหาร ป้องหวั่นแดงบุกล้อม "ยัน"ทหารไม่คิดใช้อาวุธสลายม็อบ มอบ มทภ. 1 คุมสถานการณ์ รับห่วงแดงปล่อยข่าวรัฐก่อบึ้ม
(23มี.ค.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ร. 11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงข่าวภายหลังการประชุม ศอ.รส. โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ ผช.ผอ.ศอ.รส. เป็นประธานการประชุมว่า ในวันที่ 24 มีนาคมนี้จะมีการประชุมสภา ศอ.รส. จึงได้จัดเตรียมพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัย และลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับกลุ่มผู้ชุมนุม จึงต้องประกาศข้อกฎหมาย และเงื่อนไขเพิ่มเติมในการใช้ถนนเส้นทาง ขณะนี้ได้ปิดเส้นทางบางเส้น คือ ถนนราชวิถี ตั้งแต่แยกการเรือนไปจนถึงแยกอุทัย ส่วนเส้นที่ 2 คือ ตั้งแต่พระราม 5 ตั้งแต่แยกสุโขทัยไปจนถึงแยกวัดเบญจมบพิตร ซึ่งทั้ง 2 เส้นนี้ ในช่วงเช้าจะเปิดให้เจรจาได้ตามปกติเฉพาะขาเข้า และหลังเวลา 15.00 น. จะเปิดการจราจรในช่วงขาออก สำหรับถนนอู่ทองในตั้งแต่แยกอู่ทองในจนถึงลานพระบรมรูปจะปิดการจราจรถนนพิชัย ตั้งแต่แยกขัตติยานีถึงแยกอู่ทองในปิดทางจราจร ส่วนคนที่มีสถานที่ทำงานและที่พักใกล้บริเวณนี้เจ้าหน้าที่จะพิจารณาเป็นกรณีไป
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับกำลังที่ใช้รักษาความปลอดภัยที่รัฐสภาเป็นกำลังที่เคยประจำอยู่ใน ร. 11 รอ. ส่วนหนึ่งและกำลังที่กระจายไปในพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นกองร้อยรักษาความสงบ ทั้งนี้เป็นมาตรการที่กั้นไว้ดีกว่าแก้ เราเชื่อมั่นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมาย แต่มีบางกลุ่มเท่านั้น ศอ.รส.ห่วงเรื่องการปล่อยข่าวลือ อยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณรับทราบข้อมูลหลายฝ่ายว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
“ส่วนข่าวที่ ศอ.รส. ไม่สบายใจ คือ การก่อเหตุวุ่นวายที่พยายามสร้างสถานการณ์ไม่ว่าระเบิดเอ็ม 79 ยิงอาร์พีจี ซึ่งยืนยันว่า ศอ.รส. เจ้าหน้าที่รัฐทหารตำรวจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องนี้ เป็นไปไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะทำ เพราะหากเกิดเหตุรุนแรงผู้ที่ได้รับผลกระทบและแรงกดดันคือเจ้าหน้าที่รัฐ และอีกเรื่องคือข่าวลือว่าเจ้าหน้าที่เตรียมการติดอาวุธและนำอาวุธมาใช้กับประชาชน โดยเข้ามาสลายผู้ชุมนุม เป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง”พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ขอยืนยันว่า ศอ.รส. ไม่ใช่คู่กรณีฝ่ายใด เราเป็นกลไกรัฐที่จะช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับสังคม ประชาชนเป็นผู้ชุมนุม เราพร้อมสนับสนุน ภารกิจทุกรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคอื่นที่มาจากการเลือกตั้ง เราพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดสามารถบริหารบ้านเมืองแล้วเดินไปได้
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า แนวทางในการรักษาความปลอดภัยรัฐสภา คงใช้แนวทางการรักษาความปลอดภัยที่สาธารณสุข ซึ่งการปิดถนนบางเส้นอาจทำให้การจราจรติดขัด แต่ไม่มีที่อื่นที่จะดูแลความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าของทั้งสองส่วนและไม่ให้ทั้งสองส่วนอยู่ใกล้กันมากเกินไป เพราะเวลาเห็นกันอาจจะเกิดความเครียด ส่วนเรื่องข่าวลือต่างๆ โดยเฉพาะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าต่างฝ่ายต่างโยนว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ก่อเหตุนั้น ซึ่ง ศอ.รส.ได้เร่งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินคดี โดยให้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ แต่ยืนยันได้เลยว่าไม่ได้เป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างผลดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐเลย ยิ่งสร้างแรงกดดันให้เจ้าหน้าที่เอง ในที่ประชุมได้สั่งการให้ กอ.รมน. ภาคเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในต่างจังหวัด เพื่อให้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะพยายามไม่ใช้หรือติดอาวุธ เพื่อนำมาสลายการชุมนุม หากเกิดความเข้าใจผิดจะทำให้คนต่างจังหวัดเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพมหานครมากขึ้น
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ในการจัดกำลัง รปภ.ที่รัฐสภา จะมี พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผบ.เหตุการณ์ ส่วนจะมีแผนเตรียม ฮ.ไปรับ นายกรัฐมนตรี หากเกิดมีการปิดล้อมสภาฯ หรือไม่นั้น คงเป็นไปได้ยาก เพราะพื้นที่ตรงนั้นแคบมาก ทั้งนี้มั่นใจว่าดูแลความปลอดภัยได้ เพราะเคยดูมาแล้วทุกกรณี หากการชุมนุมตรงรัฐสภามีการปิดล้อม ก็มีคำพิพากษาศาลระบุอยู่แล้วว่า ผิดกฎหมาย หากฝ่าฝืนก็ต้องมีการดำเนินการตามลำดับขั้น ต้องชี้แจงก่อน จากนั้นใช้น้ำ เครื่องเสียงกำลังส่งสูง แก๊ซน้ำตา กระบอง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัยที่ประชิดอยู่กับผู้ชุมนุมจะไม่พกอาวุธ แต่เจ้าหน้าที่อยู่ภายในที่รักษาสถานที่ราชการชั้นในต้องพกพาอาวุธเพื่อรักษาสถานที่ อย่างไรก็ตาม ศอ.รส.ยืนยันว่า ไม่มีความคิดที่สลายการชุมนุมเลย เพราะกลุ่มมวลชนมีจำนวนมากทำอะไรไม่ได้ และขณะนี้กลุ่มคนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำผิดกฎ ระเบียบ
เมื่อถามถึงกรณีคดีที่ยิงอาร์พีจีที่กระทรวงกลาโหม มีข่าวการโยงไปที่ทหารในค่ายทหารแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ตำรวจยังไม่ได้รายงานในที่ประชุม แต่จะเป็นใครหน่วยต้นสังกัดไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ ใครทำก็เป็นเรื่องตัวบุคคล ถ้าได้ตัว ตำรวจจะนำเรื่องราวทั้งหมดมาเปิดเผย ซึ่งผบ.ทบ.ไม่ได้กังวลในเรื่องนี้ ซึ่งหาตัวคนร้ายได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี จะเป็นทหารหรือตำรวจ ที่ไปลงมือล้วนเป็นคนที่แตกแถวทั้งสิ้น



