ข่าว

“สาทิตย์”ลั่นพุธ-พฤหัสนี้นายกฯไปสภา

“สาทิตย์”ลั่นพุธ-พฤหัสนี้นายกฯไปสภา

23 มี.ค. 2553

รัฐบาลรุกหน้าบริหารแผ่นดินหลังถกครม.“สาทิตย์” เผย พุธ-พฤหัสฯนี้ “อภิสิทธิ์"ไปสภา ชี้ เพื่อส่งสัญญาณความเชื่อมั่นรบ.ยังทำงานได้ ปัดท้าทายเสื้อแดง ยังมั่นใจพรรคร่วมรบ.ไม่ตีจากก่อนเวลา หาก "พล.อ.ชวลิต" ต่อสายคุยแกนนำพรรคร่วมจริง

(23มี.ค.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเงื่อนไขการเจรจาของกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่จะเจรจากับรัฐบาล ว่า ตอนนี้จะไปกันใหญ่และกรณีของนายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ออกมาระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ยอมเจรจาแต่ต้องไม่จับเข้าคุกนั้นกลายเป็นเอาเรื่องส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามา ซึ่งกรอบที่นายกฯวางไว้ตั้งแต่ต้น ถ้าจะเจรจาต้องอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ประเทศชาติส่วนรวม ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไม่ดำเนินการตามคดี ข้อเสนอนี้เกินสิ่งที่เคยคุยกันไว้ตั้งแต่ต้นว่าต้องไม่มีเรื่องส่วนตัว ไม่มีเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องเป็นเรื่องประเทศชาติ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่เขาระบุวันเจรจาชัดเจนว่าน่าจะเกิดหลังวันที่ 27 มี.ค.นี้ เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ เพราะจะเป็นการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงอีกครั้งหนึ่ง นายสาทิตย์ กล่าวว่าประเด็นก็อยู่ตรงนั้นแหละ เพราะขณะนี้แนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามว่าจริงๆแล้วมีแผนอย่างไร ซึ่งรัฐบาลมีความกังวลเรื่องนี้ เราก็ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดและการออกมีเคลื่อนไหวอย่างหนักในเรื่องการเจรจา และต่างคนพูดคนละแบบและโยนประเด็นเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ ออกมา ยิ่งทำให้เห็นชัดว่าเป้าหมายการเคลื่อนไหวเป็นเป้าหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่เป้าหมายเรื่องประชาธิปไตย เมื่อเป้าหมายเป็นไปลักษณะอย่างนั้นการยกระดับเพื่อกดดันรัฐบาลจะมีอะไรที่ทำให้เกิดปัญหาต่อไปอีกหรือไม่ ซึ่งจากการฟังเสียงประชาชนเป็นว่าคนเริ่มเร่งว่าเมื่อไหร่การชุมนุมจะยุติลง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางเราต้องคุยกัน

 เมื่อถามว่าได้มีการประเมินการชุมนุมวันที่ 27 มี.ค.นี้ว่าเขาจะยกระดับแตกหักหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนถึงขนาดบอกว่าจะแตกหักหรือไม่ แนวทางตอนนี้คือรัฐบาลประชุมครม.ได้ ประชุมสภาได้ ซึ่งต้องดูทิศทางการเคลื่อนไหวของเขาวันสองวันนี้ การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่วีดีโอลิ้งค์เมื่อคืนนี้ เป็นเรื่องที่ติดตามประการหนึ่งว่าเกิดอะไรระหว่างกลุ่มพ.ต.ท.ทักษิณ กับผู้ชุมนุม อันนี้จะเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มคนเสื้อแดง

 เมื่อถามว่าสิ่งที่นายพายัพพูดสอดคล้องกับสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าภายใน 7 วัน นายสาทิตย์ กล่าวว่า อันนี้คือสิ่งที่ต้องตามกันอย่างใกล้ชิด เพราะเป้าหมายการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มสะเปสะปะมากขึ้น ฉะนั้นแนวทางของเขาในวันที่ 27 มี.ค.ที่บอกว่าจะมีเคลื่อนไปรอบกรุงเทพฯ กำลังดูเป้าหมายที่แท้จริงว่าเป็นเรื่องอะไร จากเดิมเขาเรียกร้องประชาธิปไตย ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เมื่อนายพายัพมาเปิดประเด็นนี้มันชัด ซึ่งจะเชื่อมโยงกับทิศทางการเคลื่อนไหวของเขาหรือไม่นี่คือประเด็น รวมถึงการเอาเต๊นท์มาต่อเต๊นท์ หรือเรื่องตรวจค้นอาวุธ ก็เป็นการยั่วยุให้สถานการณ์ตรึงเครียดขึ้น สวนแนวทางที่เขาประกาศไว้จากเดิม

 เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 26 มี.ค.นี้หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เข้าใจว่ามีส่วนเชื่อมโยงกัน และประเด็นการเจรจาหากเป็นกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ การเจรจาก็ไม่เกิด ก็บังคับใช้กฎหมายโดนเคร่งครัด แต่ถ้าเป็นเจรจาเพื่อหาทางออกพื้นฐานประโยชน์ส่วนรวม เราจะทำ แต่เราจะเห็นว่าการเจรจาครั้งแล้วครั้งเล่า ฉะนั้นทิศทางของเขาต้องกำหนดให้ชัด ขณะเดียวกันรัฐบาลจะต้องคืบหน้าต่อในการทำให้สังคมกลับคืนสู่ภาวะปกติสุขด้วยการขอคืนพื้นที่ การบังคับใช้กฎหมายดำเนินการกับผู้ทำผิดกฎหมาย ก็ต้องเดินหน้าต่อ

 เมื่อถามว่า หากการประชุมครม.ผ่านไปด้วยความเรียบร้อยจะส่งผลในเชิงสัญลักษณ์อะไรในแง่การบริหาร นายสาทิตย์ กล่าวว่า รัฐบาลยังบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ อันนี้สำคัญที่สุด และวันพุธที่ 24 มี.ค.นี้ และวันพฤหัสบดีทื่ 25 มี.ค.จะมีการประชุมสภา เราก็จะไปประชุมกัน ถ้า 2 อย่างนี้เดินหน้าต่อไป ก็เป็นสัญญาณทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลยังบริหารต่อไปได้ และความพยายามที่จะติดต่อพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่รัฐสภาจะเป็นจุดเปราะบางหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตรงนี้ต้องดูแลกันค่อยข้างจะเข้มงวด และต้องขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า วันพุธนี้บริเวณแถบรอบรัฐสภา อาจจะไม่ค่อยสะดวก แต่เราจำเป็นต้องทำเพื่อให้การบริหารประเทศเดินต่อไปได้ สิ่งที่เราทำหลักใหญ่คือเป็นเรื่องการป้องกัน ไม่ให้มีการบุกรุกมาประชิด ไม่ให้มีการใช้กำลังในลักษณะที่จะทำให้เกิดเหตุเหมือนวันที่ 7 ตุลาคม ทุกอย่างจะเดินไปตามขั้นตอนหลักสากล และแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครอง ซึ่งตอนนี้ได้มีการดำเนินการเตรียมพื้นที่ไว้แล้ว หากกลุ่มผู้ชุมุนุมไม่ยอมเราก็มีขั้นตอนปฏิบัติการจากเบาไปหาหนัก

 เมื่อถามว่า จะมีเหตุแทรกซ้อนอะไรหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตรงนี้ต้องระมัดระวังมาก ต้องมีการเตรียมการไว้ค่อนข้างรัดกุมมาก ซึ่งเราได้เอาประสบการณ์ที่เกิดขึ้นมาดู และวางแผนกันมาเป็นอาทิตย์แล้ว ยืนยันว่า จะพยายามดูแลอย่างดีที่สุด และขอให้ผู้ชุมนุมยึดแนวทางที่คุณประกาศไว้ด้วย คือ สันติ อหิงสา ไว้ด้วย เมื่อถามต่อว่า รัฐบาลท้าทายหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า การประชุมสภาไม่ได้ท้าทายใคร แต่เป็นหน้าที่ของส.ส. รัฐบาล และครม.ต้องทำงาน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อเข้าประชุมสภาฯได้ก็สามารถเข้าทำงานทำเนียบได้เลยใช่หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ต้องเป็นขั้นเป็นตอนไป เราพยายามทำให้ทุกอย่างเป็นปกติมากยิ่งขึ้น และนายกฯเป็นส.ส.ก็ต้องไปสภาฯ เมื่อถามว่า ที่บอกว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะไปติดต่อพรรคร่วมรัฐบาล แสดงว่า พรรคร่วมรัฐบาลให้ความมั่นใจอะไรมา นายสาทิตย์ กล่าวว่า จริงๆ ได้มีการพูดคุยกันมาตลอด อย่าว่าแต่ฝ่ายรัฐบาล นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ยังบอกเลยว่า ที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ไปเจรจาคงไม่มีผลอะไร

 เมื่อถามว่า มั่นใจได้อย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ทิ้งไปก่อนเวลาอันควร นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรามีการพูดคุยกันตลอด ทุกครั้งที่พูดคุยกันก็มีการยืนยันท่าทีของการทำงานร่วมกัน อย่างไรก็ตามหากพรรคร่วมรัฐบาลจะไปคุย เพราะรู้จักกันส่วนตัวปฏิเสธกันไม่ได้ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ยังมั่นใจว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังทำงานร่วมกันต่อไป คนเราถ้าจะคุยกันหลายๆ เรื่อง ก็คุยกันได้ ถ้าจุดยืนยังมั่นคงกับรัฐบาลก็ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่า เรื่องมารยาททางการเมือง นายสาทิตย์ กล่าวว่า ทุกคนเป็นผู้ใหญ่แล้ว 

 เมื่อถามว่า เรื่องการขอคืนพื้นที่นอกจากบริเวณลานพระบรมรูป ยังมีบริเวณอื่นอีกหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ก็ดูตามข้อเท็จจริง เรามีเจ้าหน้าที่ติดตามดูแลตลอดเวลา ถ้าพื้นที่เขาใช้ลดน้อยลง เราก็จะขอคืนพื้นที่มากขึ้น เพื่อให้การจราจรที่เป็นปัญหาใหญ่เคลื่อนตัวได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามในพื้นที่สภาฯที่มีข่าวว่า ปิดห้ามคนเข้านั้น นายสาทิตย์ กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้สั่ง วันนี้วิปรัฐบาลยังไปประชุมที่รัฐสภา