ข่าว

ตามรอย...ปิกอัพโฟกัสมือลั่น "อาร์พีจี"

ตามรอย...ปิกอัพโฟกัสมือลั่น "อาร์พีจี"

23 มี.ค. 2553

ความรุนแรงที่เริ่มเกิดขึ้นเป็นระลอกๆ ทำให้นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมประกาศขยาย พ.ร.บ.ความมั่นคง ออกไปอีก 7 วัน จนถึงวันที่ 30 มีนาคมนี้

 ชนวนเหตุที่ทำให้รัฐบาลต้องขบคิดนี้เกิดขึ้นในค่ำคืนวันที่ 20 มีนาคม สถานที่ราชการสำคัญในกรุงเทพฯ และปริมณฑลตกเป็นเป้าโจมตีเพียงชั่วข้ามคืน ทั้งสำนักงาน ป.ป.ช.แห่งใหม่ที่สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี หรือสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือหนึ่งในเป้าหมายเป็นกระทรวงกลาโหม ส่อเจตนาท้าทายทหารโดยตรง

 คนร้ายใช้จรวดอาร์พีจีหมายถล่มกระทรวงกลาโหม แต่กระสุนพลาดเป้าติดสายไฟระโยงระยางแล้วเกิดระเบิดขึ้นเสียก่อน ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่กองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด หลักฐานที่พบมากเพียงพอให้ตำรวจแกะรอยไปหาคนร้าย

 ทั้งภาพจากกล้องวิดีโอวงจรปิดที่จับภาพชายต้องสงสัยได้ 2 คน หลังเกิดเหตุระเบิดเพียงไม่กี่นาที รวมถึงรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ตศ 9818 กรุงเทพนมหานคร ที่คนร้ายจอดทิ้งไว้ในซอยแพร่งสรรพศาสตร์ ใกล้ๆ โรงแรมศิริมิตรหลังศาลเจ้าพ่อเสือ ห่างจากจุดระเบิดหรือจุดยิงออกไปราว 500 เมตร ภายในรถพบเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี ระเบิดเอ็ม 67 ปืนสั้นและกระสุน

 รถกระบะคันนี้นี่เองที่ชุดสืบสวนตั้งความหวังเอาไว้ว่า น่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการสาวไปถึงตัวคนร้าย เนื่องจากหลักฐานที่พบในรถค่อนข้างแน่ชัดว่าเป็นยานพาหนะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ นอกจากอาวุธแล้วยังมีร่องรอยความเสียหาย ที่ช่วยอธิบายถึงการทำงานของชุดยิงได้เป็นอย่างดี

 กระบะโหลดเตี้ย กระจกหน้าต่างข้างซ้ายแตกละเอียด ปรากฏรอยเขม่าดินปืนอยู่เต็มไปหมด ตัวถังซ้ายยุบ แรงอัดยังทำให้กระจกแค็บด้านหลังคนขับหลุดกระเด็นออกไปทั้งบาน ที่สำคัญคือหยดเลือดจำนวนหนึ่ง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคนร้ายเองก็ "ได้รับบาดเจ็บ" จากปฏิบัติการครั้งนี้

 หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนออกหาพยานแวดล้อมที่อาจจะพอเห็นเหตุการณ์บ้างก็ได้ตัวพยานบุคคลเป็นหญิงบริการในย่านดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องสงสัยสวมหมวกแก๊ป 2 คน ทำทีเข้ามาสอบถามราคาซื้อบริการ ก่อนจะขึ้นรถกระบะคันที่ปรากฏในข่าวออกไป ซึ่งสอดคล้องกับพยานบุคคลอีกหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ โดยคนร้ายเองก็ไม่รู้ว่ามีคนอยู่ในละแวกที่ลงมือ

 อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบทะเบียนรถกระบะโตโยต้า วีโก้ พบว่าเป็นทะเบียนปลอม ทะเบียน ตศ 9818 กรุงเทพมหานคร แท้ที่จริงแล้วเป็นของรถมาสด้า ต่อมาตำรวจตรวจสอบรายชื่อผู้ครอบครองจากเลขแชสซีรถและเลขเครื่อง ทราบเลขทะเบียนที่แท้จริง คือ บว 8802 สงขลา ผู้ครอบครองเปลี่ยนมือไปมาถึง 4 ครั้ง ครั้งสุดท้ายตกอยู่ในความครอบครองของ "สุนันทา" (ขอสงวนนามสกุล) มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

 เมื่อตรวจสอบลึกลงไปพบอีกว่า รถกระบะคันนี้ได้หลบหนีไฟแนนซ์ โดนนำไปจำนำกับ "เฮีย ซ" ที่รับจำนำรถจากแหล่งพนันในเมืองหาดใหญ่ ก่อนที่รถกระบะคันนี้จะถูกเปลี่ยนมือไปอีกถึง 5 ครั้ง ครั้งสุดท้ายขายให้ผู้ชายคนหนึ่งใน จ.พัทลุง ก่อนที่ชายคนที่ว่านี้จะได้รับการติดต่อขอให้ขายรถคันนี้ให้คนชื่อ "โก้" แถวปริมณฑล โดยโอนเงินผ่านธนาคาร 1 แสนบาท เมื่อราววันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา

 หลังจากนั้นมีการฝากรถกระบะคันนี้ใส่ตู้คอนเทนเนอร์เข้ากรุงเทพฯ ในเวลาต่อมา !?!

 หนึ่งในชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดของ บก.สปพ.บอกกับ "คม ชัด ลึก" ว่าอาวุธที่ยิงใส่กระทรวงกลาโหม คือ เครื่องยิงจรวดอาร์พีจี 7 ติดหัวพีจี 2 จากการจำลองเหตุการณ์ยิงอาวุธชิ้นนี้เชื่อว่า คนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คนเลือกจุดยิงได้แล้วก็หาที่จอดรถ แล้วคนร้ายที่นั่งมากับคนขับได้เปิดประตูลงจากรถ หันท้ายกระบะไปทางกระทรวงกลาโหม นำเครื่องยิงอาร์พีจีประทับบ่าแล้วลงมือยิงห่างจากรถไปประมาณ 5 เมตร

 "คนร้ายออกมายืนอยู่ข้างๆ รถ ด้านหลังมีประตูรถเปิดอ้าอยู่ เขาคงคิดไม่ถึงว่าเครื่องยิงชนิดนี้ เวลายิงแล้วจะมีพลังงานความร้อน เขม่าดินปืน และแรงอัดออกมาทางท้ายเครื่อง ทำให้ตัวถังรถถูกแรงอัดจนยุบ กระจกประตูซ้ายแตก และมีรอยเขม่าเกิดขึ้นมากมาย" เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ให้ความเห็น

 ด้านเจ้าหน้าที่กองสรรพาวุธมองว่า คนร้ายไม่ใช่มืออาชีพ แค่ยิงจรวดอาร์พีจีเป็น ไม่ถึงกับชำนาญ คนยิงต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ไม่ใช่ว่าใครก็ยิงได้ ถ้าไม่ชนสายไฟอาจจะเข้าเป้ากระทรวงกลาโหม แต่ถ้าทำมุมสูงอาจจะเลยเป้าหมายไป