ข่าว

ทักษิณเปิดไพ่ออกมาแล้ว

ทักษิณเปิดไพ่ออกมาแล้ว

23 มี.ค. 2553

"ถ้าฝ่ายทักษิณ อยากเจรจาจริงๆ คำถามก็คือ ทำไมการเจรจาครั้งนี้ ถึงไม่มีตัวแทนของกลุ่ม นปช.คนเสื้อแดง เบี้ยในกระดานเมื่อมาถึงจุดหนึ่งแล้วก็พร้อมที่จะสละใช่หรือไม่ ?"

 คงไม่มีใครตั้งคำถามกันแล้วว่า ถึงวันนี้การเจรจาระหว่างรัฐบาลที่นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับกลุ่มคนเสื้อแดงควรจะพูดคุยเจรจากันได้หรือยัง

 เพราะสถานการณ์บ้านเมืองเดินมาจนถึงตรงนี้ ไม่มีใครได้ประโยชน์หากทั้งสองฝ่ายไม่เริ่มพูดคุยกัน

 ปัญหาก็คือ ถ้าหากฝ่ายรัฐบาลให้ อภิสิทธิ์ เป็นผู้เจรจา แล้วฝ่าย นปช.จะเอาใครมาพูดคุย

 แถลงการณ์ นปช.แดงทั้งแผ่นดินเมื่อ 5 โมงเย็นวันที่ 22 มีนาคม นั้นระบุชัดเจนว่า พร้อมเจรจาเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ มาเอง แต่ก็ไม่ได้บอกว่า ฝ่ายเสื้อแดงจะเอาใครมาคุย

 คำตอบของคำถามนี้กลับเป็น 2-3 ชั่วโมงก่อนหน้าที่ นปช.แดงทั้งแผ่นดินจะออกแถลงการณ์

 เมื่อ พายัพ ชินวัตร น้องชาย ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ทักษิณ พร้อมจะเจรจากับ อภิสิทธิ์

 คำถามแรกก็คือ ตกลง ทักษิณ คือผู้นำม็อบเสื้อแดงใช่หรือไม่ ?

 ตกลง "3 เกลอ" ที่ขึ้นเวทีปลุกม็อบมากว่า 1 อาทิตย์ แล้วบอกว่า การสั่งการ การวางแผน เป็นหมู่คณะนั้น เอาเข้าจริง ก็ไม่ใช่หัวโจกตัวจริง 

 พายัพ ซึ่งเป็นประธาน ส.ส.ภาคอีสานของพรรคเพื่อไทย บอกว่า ในฐานะน้องชาย จะประสานให้มีการพูดคุยกันได้ เพียงแต่ว่า ถ้าให้มาคุยในประเทศไทย ต้องรับรองกันก่อนว่า ถ้าทักษิณมาแล้วต้องไม่มีการจับกุมคุมขัง ไม่ดำเนินคดี หรือหากไม่สะดวก ก็ใช้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ก็ได้ไม่มีปัญหา ...ทักษิณ ยินดี

 แรกที่ให้สัมภาษณ์เป็นแบบนั้น แล้วก็มีการเพิ่มเติมในรายละเอียดว่า ฝ่ายทักษิณ เสนอว่า ให้ตั้ง ชวน หลีกภัย บัญญัติ บรรทัดฐาน หรือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

 ขณะที่ฝ่ายทักษิณ อาจจะเป็น พงษ์เทพ เทพกาญจนา หรือ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

 โดยทั้ง ทักษิณ และอภิสิทธิ์ จะต้องอยู่ร่วมวงเจรจาพร้อมกัน

 ผลการเจรจาออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลแห่งชาติ แก้รัฐธรรมนูญ หรือยุบสภา

 กำหนดนัดพูดคุย พายัพ บอกว่า น่าจะหลังวันที่ 27 มีนาคม

 ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นข้อเสนอเพื่อชาติเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง แต่มันก็ยังคงมีคำถามค้างคาอยู่หลายข้อ

 ถ้าฝ่ายทักษิณ อยากเจรจาจริงๆ คำถามก็คือ ทำไมการเจรจาครั้งนี้ ถึงไม่มีตัวแทนของกลุ่ม นปช.คนเสื้อแดง

 เบี้ยในกระดานเมื่อมาถึงจุดหนึ่งแล้วก็พร้อมที่จะสละใช่หรือไม่ ?

 คำถามต่อมาก็คือ หากจะเป็นรัฐบาลแห่งชาติ หากจะยุบสภา หรือหากจะแก้รัฐธรรมนูญ แล้วมันจะเป็นประชาธิปไตยไปมากกว่านี้ได้อย่างไร ?

 ที่สำคัญ แล้ว "อำมาตย์" จะยังคงอยู่หรือไม่ ?

 ไพร่เสื้อแดงที่หอบเสื่อมาจากต่างจังหวัดจะถูกยกระดับขึ้นมาได้อย่างไร และเป็นอะไร ?

 คำถามสำคัญก็คือ ทักษิณ มีเงื่อนไขอะไรเกี่ยวกับตัวเองหรือไม่ ?

 คดีความที่พิพากษาไปแล้ว ให้นิรโทษกรรม ส่วนที่กำลังทยอยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น ต้องยุติลงใช่ไหม ?

 ทรัพย์สินเงินทองที่ถูกยึดไป ใช่ต้องเอาคืนใช่หรือไม่ ?

 ส่วนเรื่องอำนาจนั้น หากให้เดา ก็น่าเชื่อว่า ทักษิณ คงจะเอาไปแลกกับเงื่อนไขที่ว่าด้วยการวางมือทางการเมือง จากนั้นอาจขอไปทำงานเพื่อสังคม สั่งสมบารมี รอจังหวะดีๆ แล้วค่อยมาว่ากันใหม่

 นี่คือคำถามที่น่าเชื่อว่าคงไม่มีคำตอบจากทักษิณ หรือกระทั่ง ตัวพายัพ เองก็คงไม่อยากจะตอบ

 โดยเฉพาะคำถามเกี่ยวกับคนเสื้อแดงที่ "3 เกลอ" ผูกเป็นเงื่อนตายว่าต้อง "ยุบสภา" เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินเพียงประการเดียว

 ซึ่งก็อาจจะเป็นประเด็นนี้ก็ได้ที่ทำให้ ทักษิณ ตัดสินใจสั่งให้พายัพ นำข้อเสนอมายื่นให้ อภิสิทธิ์ ผ่านสื่อ

 ก่อนที่อภิสิทธิ์ จะตัดสินใจคุยกับแกนนำคนเสื้อแดงที่อาจจะเป็นใครก็ได้ ที่เป็นแกนนำบนเวที ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ใช่ทักษิณ หรือ "ตัวแทน" อย่างที่พายัพ อ้างว่า "ฝ่ายทักษิณ" เสนอ

 ขณะเดียวกัน ก็ชัดเจนว่า นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ได้ออกแถลงการณ์ ซึ่งเปรียบเสมือนประกาศให้สัญญาประชาคม ต่อหน้าคนเสื้อแดงแล้วว่า นอกเหนือจากการยุบสภาแล้ว "ไม่มีเงื่อนไขอื่นใดอีก"

 ซึ่งก็เท่ากับปิดโอกาสที่ทักษิณ จะเสนอเงื่อนไขอื่นใดเพิ่มเข้ามาอีก และการตั้งคณะเจรจาเพียงเพื่อจะเอา หรือไม่เอากับเงื่อนไขประการเดียวสั้นๆ มันก็ดูจะเกินจำเป็น

 สถานการณ์ระหว่าง "3 เกลอ" กับ ทักษิณ ที่ส่งสารผ่านพายัพ จึงเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่แปลกแปร่งและชวนให้ค้นหา

 ตกลงจุดมุ่งหมายของ "3 เกลอ" คืออะไร ?

 ส่วนจุดมุ่งหมายของ ทักษิณ นั้น ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนใดๆ เพียงแต่น่าเชื่อว่า เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว ทักษิณ แค่เชื่อว่า สถานการณ์รัฐบาลอยู่ในสภาพที่ลำบาก ไม่สามารถบริหารประเทศต่อไปได้แล้ว

 เพราะเชื่อมาตั้งแต่ต้นว่า ถ้าไม่อยู่ในสภาพยากลำบากเหมือนกัน ก็ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะหันหน้ามาเจรจา

 แต่ทั้งหมดนี้ ก็มีคำถามไปยังอภิสิทธิ์ ว่า จะเจรจากับทักษิณ ด้วยหรือ ?

 ศรายุทธ สายคำมี