ข่าว

กลยุทธ์ กลยุบ

กลยุทธ์ กลยุบ

24 มี.ค. 2553

ไม่ว่าจะอย่างไร ชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในระยะนี้ก็คงจะต้องประสบความลำบากมากขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของการคมนาคมและการสัญจรในเส้นทางต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับบริเวณที่มีการชุมนุมของ นปช.และกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งมีทีท่าว่าจะยืดเยื้อต่อไปโดยไม่มีกำหนด และคงเป็นเรื่องที

ประชาธิปไตย เป็นระบอบการปกครองที่ประชาชนมีส่วนร่วม และต้องมีการเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และปรับตัวผ่านกระบวนการต่างๆ จนได้รูปแบบที่ต้องการต่อจริตและความต้องการของสังคมนั้นๆ ดังนั้นความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน และการแสดงออกโดยสันติวิธีและอารยวิถี เป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย แต่ก็ต้องประกอบด้วยการเคารพในสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นด้วยเช่นกัน เพราะมิเช่นนั้นก็จะเป็นการเผด็จการทางความคิดไปโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม ในช่วงการชุมนุมที่ผ่านมาแต่ละฝ่ายก็ยังใช้ความอะลุ้มอล่วยต่อกัน จึงยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอย่างที่เป็นห่วงกันเกิดขึ้น

 ถ้ามองยุทธศาสตร์ของ นปช.และกลุ่มคนเสื้อแดง ก็พอจะคาดได้ว่าต้องการที่จะยึดพื้นที่ชุมนุมในกรุงเทพฯ ในขณะนี้ไว้ให้นานที่สุด เพื่อใช้เป็นที่มั่น โดยคงผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งไว้ และนำกลุ่มคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดเข้ามาสมทบเมื่อมีความจำเป็น ทั้งนี้เพื่อสร้างแรงกดดันพรรคร่วมให้ถอนตัวจากการเป็นรัฐบาล และให้ภาคเอกชนและภาคธุรกิจซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการชุมนุมยืดเยื้อโดยตรงเรียกร้องให้หาทางยุติข้อขัดแย้ง ซึ่งจะเป็นการบีบบังคับให้นายกรัฐมนตรีต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจรวมถึงการยุบสภาหรือลาออกด้วยก็ได้

 เมื่อมองย้อนกลับไปถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลืองในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เรื่อยมาจนถึงนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะเห็นได้ว่าการชุมนุมในครั้งนั้น ได้ทำให้นายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่าน ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้เต็มที่แม้จะเป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภา และเป็นแรงกดดันที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และการหลุดจากตำแหน่งของอดีตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน แม้ว่าเงื่อนไขของคนเสื้อแดงกับคนเสื้อเหลืองจะแตกตางกันอย่างสิ้นเชิง แต่หากวันนี้กลุ่ม นปช. และคนเสื้อแดง สามารถใช้กลยุทธ์เดียวกับคนเสื้อเหลืองในครั้งนั้น โดยทางหนึ่งใช้วิธีการยึดพื้นที่ ดึงการชุมนุมให้ยืดเยื้อ แสวงหาแนวร่วมและผู้สนับสนุน และอีกทางหนึ่งใช้วิธีการเจรจาแบบประวิงเวลา หรือสร้างเงื่อนไขต่างๆ ก็มีทางเป็นไปได้ว่าเกมนี้อาจจะยาวไปอีกพักใหญ่ แต่จะจบลงด้วยการที่นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่คงไม่มีใครตอบได้ในเวลานี้

 แต่หากพิจารณาถึงพฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมาๆ ไม่ค่อยจะเห็นการเสียสละตนเองด้วยการ “ตายเดี่ยว” หรอกครับ แต่จะนิยม “ตายยกแก๊ง” ด้วยการยุบสภาเสียมากกว่า ดังนั้นถ้าฟังจากที่ท่านนายกฯ เปรยไว้ บางทีเมืองไทยอาจจะมีการยุบสภาใน...ปลายปีนี้ ก็ได้ครับ