
พาณิชย์ประเดิมจัดเวทีเหนือติวเข้มอาฟตา
พาณิชย์จัดทีมให้ความรู้ผู้ประกอบการส่วนภูมิภาครับมืออาฟตา ทั้งในส่วนของภาคเกษตรและอุตสาหกรรม แนะช่องทางใช้ประโยชน์และรับมือการกีดกันการค้าของผู้นำเข้า ประเดิมพื้นที่ภาคเหนือในเชียงใหม่วันที่ 24 มีนาคมนี้
นายวิจักร วิเศษน้อย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือการเปิดตลาดภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา กรมการค้าต่างประเทศมีแผนที่จะจัดส่งทีมงานจากส่วนกลางไปให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นแผนการทำงานต่อเนื่องในการเข้าถึงกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการเปิดตลาด สำหรับเตรียมความพร้อมในการใช้ประโยชน์และปรับตัวรองรับ หลังจากที่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา อาเซียนรวมทั้งไทยได้ลดภาษีสินค้าส่วนใหญ่ทั้งเกษตรและอุตสาหหกรรมเหลือ 0% ไปแล้ว
สำหรับการอบรมให้ความรู้ครั้งนี้ จะเริ่มต้นในภาคเหนือ ที่จ.เชียงใหม่ วันที่ 24 มีนาคม ซึ่งจะเชิญผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม มาให้ความรู้เกี่ยวกับการเปิดตลาดอาฟตา การตรวจสอบคุณสมบัติ และการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า รวมถึงมาตรการเตรียมความพร้อมของกรม ผู้ประกอบการจะใช้ประโยชน์จากการเปิดตลาดอาฟตาได้อย่างไรบ้าง หรือหากมีผลกระทบ จะรับมืออย่างไร รัฐบาลมีแผนช่วยเหลืออะไรบ้าง เป็นการช่วยเหลือที่ต่อเนื่องและจะลงลึกไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ ในปี 2553 ไทยต้องยกเลิกโควตาสินค้าเกษตร 10 รายการ ได้แก่ ข้าว เมล็ดถั่วเหลือง ชา เมล็ดกาแฟ กาแฟสำเร็จรูป เนื้อมะพร้าวแห้ง มะพร้าว น้ำมันมะพร้าว น้ำนมดิบ/นมปรุงแต่ง และนมผงขาดมันเนย ซึ่งกรมอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพื่อออกประกาศการจัดระบบบริหารการนำเข้า จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรของไทย
นอกจากนี้ กรมจะให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันการแอบอ้างแหล่งกำเนิดสินค้า เพราะขณะนี้ประเทศผู้นำเข้าเริ่มปกป้องอุตสาหกรรมภายในของตนเอง โดยใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีมากขึ้น เช่น การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน และส่งผลให้มีการแอบอ้างแหล่งกำเนิดสินค้ามากขึ้น โดยนำสินค้าจากประเทศอื่นมาสวมสิทธิ์ว่าเป็นสินค้าจากไทย ซึ่งหากมีการตรวจสอบพบ จะกระทบต่อการส่งออก ทั้งทางตรงท้างอ้อม สินค้าไทยอาจถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้า หรือถูกใช้มาตรการตอบโต้ได้



