ข่าว

โอบามาสร้างปวศ.อีกครั้งเข็นก.ม.ประกันสุขภาพจนผ่าน

โอบามาสร้างปวศ.อีกครั้งเข็นก.ม.ประกันสุขภาพจนผ่าน

23 มี.ค. 2553

วอชิงตัน-โอบามาเข็นกฎหมายประกันสุขภาพเจ้าปัญหาจนผ่านแบบฉิวเฉียด สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แวดวงการเมืองอีกครั้ง

ประธานาธิบดีบารัก โอบามาที่เคยสร้างประวัติศาสตร์มาแล้วครั้งหนึ่งด้วยการก้าวขึ้นเป็นผู้นำผิวสีคนแรกของสหรัฐ สามารถสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยการโน้มน้าวให้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอนุมัติร่างกฎหมายยกเครื่องระบบประกันสุขภาพของชาวอเมริกันครั้งใหญ่ไปเมื่อวันอาทิตย์ (21 มี.ค.) ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนฉิวเฉียดเพียง 219 ต่อ 212 เสียงโดย ส.ส.รีพับลิกันยกมือให้ผ่านทั้งหมด ขณะที่ ส.ส.เดโมแครตลงมติคัดค้าน 34 เสียง

 การผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นชัยชนะด้านนิติบัญญัติครั้งใหญ่สุดของผู้นำหน้าใหม่อย่างโอบามาที่กำลังประสบปัญหาคะแนนนิยมตกต่ำเพราะการอภิปรายเรื่องประกันสุขภาพกันอย่างดุเดือดมานานกว่าหนึ่งปีได้ทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นในหมู่ชาวอเมริกันด้วยกันเอง โดยโอบามากับพรรคพวกต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในช่วงไม่กี่วันสุดท้ายก่อนหน้านี้ เพื่อหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.พรรคเดโมแครตให้ได้ครบ 216 เสียงที่จำเป็นในการผ่านร่างกฎหมาย

 ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโอบามาประกาศว่าการปฏิรูประบบประกันสุขภาพเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันดับ 1 มาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม 2552 แล้ว รายงานข่าวแจ้งว่าผู้นำผิวสีจับตาดูการลงคะแนนอยู่ที่ห้องรูสเวลท์ในทำเนียบขาวพร้อมกับรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน และคณะที่ปรึกษาอีกราว 40 คน เมื่อคะแนนโหวตถึง 216 เสียง ทั้งห้องส่งก็ดังก้องไปด้วยเสียงตบมือ แต่ละคนพากันกอดกันแน่นด้วยความดีใจ โดยประธานาธิบดีโอบามาถึงกับแปะมือทำไฮไฟว์กับนายราห์ม เอ็มมานูเอล เสนาธิการทำเนียบขาวด้วยความดีใจ

 หลังจากที่การลงคะแนนเสร็จสิ้นลง ประธานาธิบดีโอบามาได้กล่าวคำปราศรัยแบบสั้นๆ มาจากทำเนียบขาวว่า "ความเปลี่ยนแปลงมีหน้าตาแบบนี้ คืนนี้ เราได้ตอบรับต่อเสียงเรียกร้องแห่งประวัติศาสตร์"

 ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ชาวอเมริกันจะต้องซื้อประกันสุขภาพขั้นพื้นฐานอย่างน้อย 1 ประกัน มิฉะนั้นจะถูกปรับ เท่ากับว่าจะทำให้มีชาวอเมริกันได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นอีกราว 32 ล้านคน  แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีเงินซื้อประกันสุขภาพนั้น ทางรัฐจะมีการให้เงินอุดหนุนด้านนี้ด้วย

 ประเมินกันว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีมูลค่า 9.4 แสนล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า สำหรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนั้นจะถูกชดเชยด้วยการเรียกเก็บภาษีรูปแบบใหม่ๆ หลายตัว และเงินออมจากภายในระบบเอง

 กฎหมายฉบับนี้ยังปรับปรุงกฎระเบียบในธุรกิจประกันภัยให้เข้มงวดขึ้นด้วย และเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมแข่งขันมากขึ้นเพื่อลดค่าเบี้ยประกัน โดยรัฐหวังว่าการยกเครื่องระบบประกันสุขภาพครั้งนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 17% ของระบบเศรษฐกิจสหรัฐโดยรวม