ข่าว

ส่งแก๊งซิ่งชนตร.จราจรโคกครามเข้าสถานพินิจฯ

ส่งแก๊งซิ่งชนตร.จราจรโคกครามเข้าสถานพินิจฯ

15 มี.ค. 2552

แก๊งซิ่งจยย.เหิมพุ่งชนรองสว.จร.ล้มหัวฟาดพื้นหลังกระจายกำลังร่วม70นายปิดล้อมถ.ประดิษฐ์มนูธรรม อ้างไม่ได้ตั้งใจแค่ขี่รถหนีตร.รวบได้ร่วม100 คน

          เหตุการณ์ตำรวจปิดถนนจับแก๊งซิ่งรายนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา  00.15 น.วันที่ 15 มีนาคม พ.ต.ต.นิพนธ์ จันสุมาวงศ์ สว.จร.สน.โคกคราม.ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนและฝ่ายปราบปราม พร้อมกำลังกว่า 70 นาย เข้ากระจายปิดกั้นถนนสายเกษตร-นวมินทร์ตั้งแต่บริเวณ หน้าโรงเรียนคลองลำเจียก ไปจนถึง ใต้ทางด่วนประดิษฐ์มนูธรรม ระยะทาง 200 เมตร โดยใช้รถบรรทุก 2 คันและรถกระบะร่วม 10 คันเพื่อเข้าจับกุมแก๊งจักรยานยนต์ซิ่ง ที่ประลองความเร็วบนถนนดังกล่าว 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   ในระหว่างเจ้าหน้าที่ปิดถนนดังกล่าว กลุ่มแก๊งซิ่งดังกล่าวเมื่อรู้ว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุม ปรากฏว่าทางกลุ่มแก๊งซิ่งได้ทำการบิดคันเร่งหลบหนี บางคันใช้วิธีการขี่ย้อนศรกลับ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมแก๊งซิ่งได้ส่วนใหญ่ ส่วนที่ขี่รถย้อนศรนั้นปรากฏว่าเด็กซิ่งได้ขี่รถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ ร.ต.อ.สุรพล ดาวแจ้ง รองสว.จร. ในระหว่างที่จะเข้าไปจับกุม แก๊งซิ่งที่ขี่รถย้อนศรที่กำลังจะหลบหนี จึงถูกชนอย่างแรง ทำให้ร.ต.ต.สุพรล ล้มศีรษะฟาดพื้น  เบื้องต้นนำตัวส่งรพ.สินแพทย์ แพทย์ระบุว่าก้านคอและศีรษะได้รับความกระเทือนอย่างแรงเนื่องจากศีรษะฟาดกับพื้นถนนอย่างแรง  ก่อนที่จะร.ต.อ.สุรพล จะถูกนำตัวรักษาต่อที่รพ.ตำรวจต่อไป เพื่อเอ็กซเรย์สมองและดูอาการทางสมองต่อไป
           อย่างไรก็ตามสำหรับแก๊งซิ่งที่ขี่รถพุ่งชนตำรวจ สามารถจับกุมตัวได้  หลังจากที่รถได้เกิดพลิกคว่ำ ทราบชื่อนายเอ (นามสมมติ) วัย 15 ปี เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ชนตำรวจจริง พร้อมกับระบุว่า ไม่ได้ตั้งใจที่ขี่รถชนตำรวจ ตอนเกิดเหตุเห็นตำรวจปิดถนน จึงต้องขี่รถย้อนศรเพื่อที่จะหลบหนี ในระหว่งที่จะหลบหนี จึงทำให้เบรคไม่ทันเพราะตำรวจวิ่งเข้ามาหาอย่างกระชั้นชิด จึงทำให้มองไม่เห็นจนกระทั่งถูกรถชน และถูกจับกุมได้ 
            พ.ต.อ.มาโนช รัตนโชติ ผกก.สน.โคกคราม กล่าวว่า การเข้าจับกุมครั้งนี้เพราะได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ว่าให้จับกุมแก๊งซิ่งดังกล่าว กลุ่มวัยรุ่นได้มีการแข่งขันรถจักรยานยนต์และรถยนต์จำนวนมาก และที่ผ่านมาเคยมีผู้ใช้รถใช้ถนน จอดติดสัญญาณไฟแดง เมื่อสัญญาณไฟเขียว แก๊งซิ่งดังกล่าวไม่ยอมให้ผู้ใช้รถใช้ถนนขับรถผ่านไป สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จนกระทั่งวันนี้ได้รับแจ้งจากประชาชนอีก จึงได้ระดมกำลังตำรวจในสน.ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและตำรวจฝ่ายสืบสวน จำนวนกว่า 70 คนเข้าทำการปิดล้อม โดยสามารถจับกุมส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่น ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 80 คนแบ่งเป็นผู้หญิงประมาณ 10 คน ที่เหลือเป็นผู้ชาย พร้อมด้วย รถจักรยานยนต์ 57 คัน อายุน้อยที่สุดเป็นเด็กชาย 12 ปี ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลาต่อมาประมาณ 02.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.มาโนช ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.นิพนธ์  ให้นำเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นและจับกุมรถยนต์ที่รวมตัวและแข่งขันกับบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ใต้ทางด่วนเลียบรามอินทรา ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำกำลังไปตรวจค้น ปรากฏว่ารถยนต์ที่เข้าแข่งขันจำนวนหลายสิบคัน รวมถึงคนที่ไปรอดูการแข่งขันดังกล่าว เมื่อทราบว่าตำรวจได้เข้าทำการปิดล้อมและจับกุมต่างพากันขับรถหลบหนี เร่งเครื่องรถดังสนั่นไปทั่วบริเวณ เบื้องต้นสามารถจับกุมรถยนต์ได้กว่า 10 คัน ผู้ต้องหาประมาณ 10 คน รถยนต์ที่จับกุมได้มีทั้งรถยนต์ และรถกระบะ ส่วนใหญ่เป็นรถญี่ปุ่น รวมถึงคนดูข้างทาง  ส่วนใหญ่จะเป็นรถที่ดัดแปลงสภาพรถ ดัดแปลงท่อไอเสีย อุปกรณ์ตกแต่ง เจ้าหน้าที่ได้นำรถไปตรวจสอบพร้อมแจ้งข้อหา เปลี่ยนแปลงอุปกรณ์รถ โดยสั่งปรับคันละ 2,000 บาท

ผบช.น.เยี่ยม ตร.จราจรโคกครามถูกแก๊งซิ่งชน
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 15 มี.ค. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 พ.ต.อ.มาโนช รัตนโชติ ผกก.สน.โคกคราม ได้เดินทางมาที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ์ ชั้น 6 หอผู้ป่วยข้าราชการตำรวจบาดเจ็บ ห้อง 601 เพื่อเยี่ยมอาการบาดเจ็บของ ร.ต.อ.สุรพล ดาวแจ้ง รอง สว.จร.สน.โคกคราม โดย พล.ต.ท.วรพงษ์ ได้มอบกระเช้าเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 1.5 หมื่นบาท
 ทั้งนี้ พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า ได้เดินทางมาเยี่ยมและสอบถามอาการบาดเจ็บของ ร.ต.อ.สุรพล ที่ได้รับบาดเจ็บขณะปฎิบัติหน้าที่จับกุมแก๊งวัยรุ่นแข่งรถจักรยานยนต์บนถนน เกษตรนวมินทร์ เบื้องต้นทราบว่ากระดูกหน้าแข้งแตก หัวเข่าร้าว ต้องรอบาดแผลยุบประมาณ 1 สัปดาห์ แพทย์จึงจะทำการผ่าตัดได้ หลังจากนั้นต้องพักอีกประมาณ 2-3 เดือน ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเด็กมีโทษปรับ ส่วนผู้ต้องหาที่ขี่รถชน ร.ต.อ.สุรพล นั้นได้แจ้งข้อหา พยามยามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม อยากฝากไปถึงผู้ปกครองว่าช่วงปิดเทอมให้ช่วยดูแลบุตรหลานโดยหากิจกรรมที่ดีให้เด็กทำ จะได้ไม่ต้องมาจับกลุ่มแข่งรถ และหากพบว่าผู้ปกครองปล่อยปละละเลยก็จะถูกดำเนินคดีตามกฏหมายใหม่ด้วย
 ด้าน ร.ต.อ.สุรพล กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุยืนปิดถนนอยู่บนถนนเกษตรนวมินทร์ ขาเข้ามุ่งหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยใช้รถเก๋งปิดถนนประมาณ 3 ช่องทางของถนน และเปิด 1 ช่องทางให้รถของประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องขับออกไป ระหว่างนั้นเห็นรถจักรยานยนต์คันหนึ่งพยายามจะเข้าช่องทางที่เปิดอยู่ ตนจึงขวางไว้เพื่อให้หยุด แต่รถคันดังกล่าวไม่หยุด ตนจึงเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ถูกชนจนสลบ และมารู้ตัวอีกครั้งเวลา 05.00 น.ที่โรงพยาบาล อยากฝากบอกไปยังผู้ปกครองว่าอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตนเป็นคนสุดท้าย
 นายสุริยะ ดาวแจ้ง อายุ 21 ปี ลูกชาย ร.ต.อ.สุรพล กล่าวว่า วันเกิดเหตุได้ออกไปช่วยบิดาปิดล้อมจับกุมแก๊งซิ่งรถด้วย เพราะเป็นห่วงบิดา ไม่รู้ว่ากลุ่มวัยรุ่นจะพกอาวุธอะไรบ้าง โดยใช้รถเก๋งส่วนตัวปิดถนน ระหว่างปิดล้อมตนเห็นรถจักรยานยนต์วิ่งชนบิดาจนหงายหลังไปกับพื้นทำให้ศรีษะด้านหลังแตก เลือดไหลอาบ ตาค้างนอนหมดสติ
 พ.ต.ท.นพ.ประดิษฐ์ ปรีดีพร้อมพงศ์ นายแพทย์ (สบ 2) แผนกศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า อาการผู้ป่วยเบื้องต้น กระดูกสะบ้าหัวเข่าด้านขวาแตก แต่ยังไม่ทราบว่าแตกมากน้อยแค่ไหน ต้องตรวจสอบด้วยการทำสแกนด์ หลังจากนั้นจะผ่าตัดโดยใช้น็อตยึดกระดูกที่แตกเข้าด้วยกัน ส่วนอาการทางสมองต้องรอดูอาการ 24 ชั่วโมง ส่วนที่คอมีอาการกระดูกเคล็ดจึงใส่เผือกคอดามไว้
 พ.ต.อ.มาโนช กล่าวว่า ขณะนี้มียอดผู้กระทำความผิดที่จับกุมได้ 47 ราย แบ่งเป็นเยาวชน 27 คน ผู้ใหญ่ 20 คน เบื้องต้นได้แจ้งข้อเดียวกันทั้งหมดคือ แข่งรถจักรยานยนต์ในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติ พร้อมทั้งให้พนักงานสอบสวนเร่งทำสำนวน พร้อมนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฟ้องศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้า มีบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองและญาติๆ ผู้ต้องหา เดินทางมาที่ สน.โคกคราม เพื่อเยี่ยมบุตรหลานที่ถูกควบคุมตัวไว้ในห้องขังของโรงพัก พร้อมกับซื้ออาหารและน้ำมาให้ โดยผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีทั้งหมดมี 47 คน แยกเป็นชาย 45 คน และหญิง 2 คน โดยเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 27 คน และอายุเกิน 18 ปี จำนวน 20 คน ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือที่ถูกจับกุมพร้อมกับผู้ต้องหาทั้ง 47 คน พบว่าเป็นเพียงผู้ไปสังเกตการณ์เท่านั้น จึงนำไปทำประวัติ ก่อนปล่อยตัวกลับ
 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่จะแยกเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ไปส่งที่สถานพินิจฯ ส่วนเด็กที่อายุเกิน 18 ปี จะไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยในวันที่ 16 มีนาคม จะให้พนักงานสอบสวนนำตัวส่งศาลแขวงพระนครเหนือ แล้วให้ผู้ปกครองไปทำเรื่องประกันตัวในชั้นศาล สำหรับผู้ต้องหาที่ขับรถชนเจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ และขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หลังจากนี้จะสอบปากคำพยานเพิ่มเติมว่าจะเข้าข่ายพยายามฆ่าเจ้าพนักงานหรือไม่