
"หงส์"ฟอร์มเทพบุกถล่ม"ผีแดง"4-1
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มเฉียบบุกไปพิชิตชัยเหนือ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ต้องเหลือผู้เล่นในสนาม 10 คนไปแบบขาดลอยถึง 4-1 ส่งผลให้สถานการณ์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เริ่มเปิดกว้างอีกครั้ง ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เตรียมเปิดบ้านรับมือ "เรือใ
ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ 14 มีนาคม ซึ่งเป็น "ศึกแดงเดือด" นัดที่ 177 ของ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งลีกสูงสุเมืองผู้ดีระหว่าง "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงที่ต้องเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 3 ที่ต้องการบุกไปเก็ยชัยชนะจากเกมนัดนี้ เพื่อต่อลมหายใจในการลุ้นแชมป์นั่นเอง
โดยเกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเจ้าถิ่นตัดสินใจดร็อป ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ เป็นตัวสำรอง เพื่อเปิดโอกาสให้ คาร์ลอส เตเบซ ลงไปทำเกมรุกร่วมกับ เวย์น รูนีย์ และ คริสเตียโน โรนัลโด้
ขณะที่ "ราฟา" ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือทีมเยือนส่ง ซามี ฮูเปีย ลงไปยืนคุมแนวรับ เช่นเดียวกับ ลูคัส ไลวา ที่ได้ลงเล่นแทน ซาบี้ อลอนโซ ซึ่งมีปัญหาบาดเจ็บไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรอง แต่ยังคงใช้งาน 2 แข้งหลักอย่าง "สตีวีจี" สตีเวน เจอร์ราร์ด กับ "เอลนินโญ" เฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นตัวจริงเหมือนเดิม
เริ่มเกมในช่วง 20 นาทีแรก ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกสู้กันได้แบบสูสี แต่หลังจากนั้นอีก 3 นาที "ปีศาจแดง" กลับเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ปาร์ค จี ซุง ได้บอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะโดน โฆเซ เรนา รวบล้มลงไป จึงทำให้ อลัน ไวลีย์ ผู้ตัดสินในเกมนัดนี้ต้องเป่าเป็นลูกจุดโทษทันที และก็เป็น คริสเตียโน โรนัลโด้ รับหน้าที่สังหารเข้าไป
แต่ทว่า "หงส์แดง" ไล่ตามตีเสมอ 1-1 ได้อย่างรวดเร็วในนาที 28 จากความผิดพลาดของ เนมันยา วิดิช ที่อ่านจังหวะบอลตกพื้นจากลูกโยนยาวไม่ดี ก่อนที่จะโดน เฟอร์นันโด ตอร์เรส ใช้ความเร็ววิ่งสปีดแซงหน้า พร้อมกับฉกบอลเข้าไปยิงผ่านมือ เอดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ แบบเดี่ยวๆ
หลังจากนั้น "หงส์แดง" สามารถพลิกสถานการณ์แซงขึ้นนำ 2-1 ในช่วงก่อนหมดครึ่งแรกเพียงแค่นาทีแรก จากจังหวะที่ ปาทริค เอวรา เสียบสกัด สตีเวน เจอร์ราร์ด ล้มลงในกรอบเขตโทษ ส่งผลให้ ไวลีย์ ต้องเป่าลูกจุดโทษให้ทีมเยือน ก่อนที่ เจอร์ราร์ด จะลุกขึ้นมาซัดจุดโทษเข้าไป จบ 45 นาทีแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายตามหลัง ลิเวอร์พูล 1-2
เข้าสู่ครึ่งหลัง "ปีศาจแดง" พยายามเปิดเกมรุกกดดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังพังประตูตีเสมอ แต่ทว่าแนวรับของ "หงส์แดง" ยังคงต้านทานเอาไว้ได้ ก่อนที่เจ้าถิ่นต้องเหลือผู้เล่นในสนาม 10 คน หลัง วิดิช ถูกใบแดงไล่ออกสนามในนาที 76 เพราะไปทำฟาว์ล เจอร์ราร์ด บริเวณนอกกรอบเขตโทษ ก่อนที่ ฟาบิโอ ออเรลิโอ รับหน้าที่ปั่นฟรีคิกจากตรงจุดนี้เข้าสู่ก้นตาข่าย ส่งผลให้ "หงส์แดง" ขยับหนีห่างเป็น 3-1 หลังจากนั้น "หงส์แดง" ได้ประตูปิดท้ายอีกลูกจากฝีเท้าของ อันเดรีย ดอสเซนา จบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายชนะ 4-1
อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป แข่ง 28 นัด มี 65 คะแนน แต่เหลือช่องว่างห่างจาก ลิเวอร์พูล ที่แซงหน้า เชลซี ขึ้นมารั้งตำแหน่งรองจ่าฝูง แข่ง 29 นัด มี 61 คะแนน เหลือเพียงแค่ 4 แต้มเท่านั้น ส่งผลให้โอกาสลุ้นแชมป์เริ่มกลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง แม้ว่า "หงส์แดง" ลงแข่งมากกว่า 1 เกมก็ตาม
ด้านความเคลื่อนไหวก่อนเกม ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งกัน 2 คู่ เริ่มจากเวลา 20.30 น. "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมรองจ่าฝูง เปิดถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ทีมอันดับ 8 โดยเกมนี้ที่จะมีการถ่ายทอดสดทางทรูวิชั่นส์ 59
ส่วนอีกคู่ในเวลา 23.00 น. ซึ่งช่อง 3 และทรูวิชั่นส์ 59 ถ่ายทอดสด "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า ทีมอันดับ 4 เฝ้าถิ่นวิลล่า ปาร์ค รับมือ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 12



