ข่าว

หอการค้าไทยหนุนรัฐบาลต่ออายุพรบ.มั่นคง

หอการค้าไทยหนุนรัฐบาลต่ออายุพรบ.มั่นคง

22 มี.ค. 2553

หอการค้าเชียงราย เรียกร้องรัฐบาล - นปช.จริงใจในการเจรจา อย่ามั่วเล่นเกมดึงความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ชี้ประเทศชาติบอบช้ำมามากพอแล้ว ระบุสองฝ่ายตกลงเจรจากันได้เชื่อประชาชนยกมือท้วมหัว หวังประเทศกลับสู่ความสงบ

นายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้าจ.เชียงราย กล่าวว่า   แนวทางการเจรจาระหว่งารัฐบาลและ นปช.เพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แม้ยังไม่มีแนวโน้มจะเจรจากันได้เพราะข้อเรียกร้องของทั้งสองฝ่ายยังไม่ลงตัว แต่ในฐานะภาคเอกชนอยากให้ทุกฝ่ายมีความจริงใจในการเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่เอาประเด็นการเจรจามาเป็นเกณฑ์เพื่อดึงความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง   ทั้งสองฝ่ายควรเข้าใจบทบาทของตัวเองว่ากำลังทำอะไร เศรษฐกิจและประเทศชาติกำลังจะไปได้ดีแต่กลับมาถูกฉุดเพราะปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และการช่วงชิงความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างกันจนที่ผ่านมาประเทศได้รับความเสียหาย จึงไม่อยากให้ทั้งสองฝ่ายเล่นเกมกันต่อไปแต่ควรหันหน้ามาเจรจาด้วยความจริงใจ

 ทั้งนี้ หากทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาและตกลงกันได้ ประชาชนจะต้องยกมือท้วมหัวแน่นอน แต่กรอบการเจรจาต้องเป็นสิ่งที่สังคมโลกประชาธิปไตยยอมรับได้ อยู่ในกรอบกติกาเพราะไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล พื้นฐานของประเทศและภาคเอกชนก็เข้มแข็งอยู่แล้ว สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้ แต่ที่ผ่านมาประเทศถูกฉุดลงให้เสียหายและสูญเสียโอกาสเพราะฝ่ายการเมืองมั่วแต่เล่นเกมจึงเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก

 นายวิรุณ กล่าวอีกว่า  ที่ผ่านมาประเทศผ่านบทเรียนมามากมายจึงอยากให้ทั้งรัฐบาลและ นปช.มีความจริงใจในการเจรจา ไม่คิดแต่จะเอาชนะกันเพราะไม่ว่าใครจะมาเแป็นรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี ก็สามารถนำพาประเทศไปข้างหน้าได้เช่นกัน และฝ่ายการเมืองไม่ควรสร้างความบอบช้ำให้ประเทศอีก

หอการค้าไทยหนุนรัฐบาลต่ออายุพรบ.มั่นคง

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่จะครบกำหนด ในวันพรุ่งนี้ว่า แม้สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะยังไม่มีความรุนแรง แต่มีเหตุระเบิดตามสถานที่สำคัญหลายแห่ง อีกทั้งการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มคนเสื้อแดงยังไม่สามารถเริ่มการเจรจาได้ สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้จึงยังน่าเป็นห่วง ดังนั้นรัฐบาลจึงควรขยายระยะเวลาการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ต่อไป