ข่าว

“รักความยุติธรรม” สั้นๆ แต่กินใจ
แบบ “ปุ๊กลุก” ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

“รักความยุติธรรม” สั้นๆ แต่กินใจ แบบ “ปุ๊กลุก” ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

23 มี.ค. 2553

และแล้วมงกุฎเพชรก็หล่นตุ๊บบนศีรษะม้ามืด!! ไม่มีใครเก็งตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ผู้ชนะที่นำแบบม้วนเดียวจบ เพราะปีนี้กูรูนางงามหนักใจมองไม่เห็นใครเตะตา แต่สาวสมุทรปราการร่างกะทัดรัดวัย 19 ปี ว่าที่นักกฎหมายจากรั้วเอแบค “ปุ๊กลุก” ฝนทิพย์ วัชรตระกูล ก็ฟันฝ่าคู่แข่งด

 และที่ทำให้เจ้าตัวถึงกับอึ้ง ก็เพราะมาไกลเกินฝันและไม่ได้คาดหวังว่าจะเข้ารอบลึกๆ เลยตั้งแต่แรก โดยแอบหวังก็เพียงรางวัลปลอบใจเล็กๆ ติดมือ เพราะไหนๆ ก็เลือกพักการเรียนชั่วคราวแล้วร่วมทำกิจกรรมกับกองประกวด

 “ไม่ได้คาดหวังกับการประกวด แต่โอกาสที่จะมาทำตรงนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ เลยเลือกจะดร็อบเพื่อไปเก็บตัวเต็มที่ วินาทีแรกที่ได้ตำแหน่งตื่นเต้นมากค่ะ  หนูตั้งใจ กรรมการน่าจะเห็นว่าเราตั้งใจ เลยทำให้ได้รับตำแหน่งค่ะ” ความรู้สึกแรกของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สคนล่าสุด

 เด็กสาวคนนี้มีดีอะไร?!? จากคำบอกเล่าของ คุณพ่อวัชรพล ซึ่งมีอาชีพทนายความ และคุณ แม่ดาวทิพย์ แม่บ้าน ได้ความกระจ่างว่า คงเป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจทำอะไรทำจริง โดยเฉพาะเรื่องการเรียนที่ลูกสาวเรียนดีตั้งแต่เด็กๆ สมัยอยู่ ม.ต้น เคยทำคะแนนเฉลี่ยได้เต็ม 4.00 มาแล้ว ที่แน่ๆ “รักความยุติธรรมสุดๆ” ซึ่งนั่นเป็นที่มาของการเลือกเรียนด้านกฎหมาย นอกเหนือจากการได้แรงบันดาลใจจากคุณพ่อ ซึ่งทำงานเกี่ยวกับการว่าความตั้งแต่จำความได้

  “มีลูกสาว 2 คน ปุ๊กลุกเป็นคนเล็ก เขาเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบสูง เรียนและทำกิจกรรมไปด้วย การเรียนไม่เคยตก ด้วยนิสัยอย่างนี้ ผมกับแม่เขาเลยเลี้ยงดูแบบให้อิสระในการดูแลตัวเอง แต่คอยดูอยู่ห่างๆ มีอะไรก็มาปรึกษา อย่างการมาประกวดนางงามก็ไม่ห้ามแต่ก็ไม่ปล่อยมาก อยากให้เขาตั้งใจเรียนให้จบมากกว่า” คุณพ่อนักกฎหมายบอก

 ครั้งหนึ่งปุ๊กลุกมีประสบการณ์ไม่สู้ดีนักเกี่ยวกับความยุติธรรมระหว่างหญิงชาย เธอเล่าว่าขับรถอยู่ดีๆ ตำรวจจราจรก็เรียกให้หยุดแล้วตำหนิเรื่องขับขี่ ทั้งๆ ที่มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด หรือเพราะเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิง!! เมื่อเป็นอย่างนี้จึงรู้สึกว่าถ้ามีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายน่าจะสามารถทำให้สิทธิ์ของสตรีสูงขึ้นเท่าเทียมกับชาย จึงอยากเป็นตัวแทนของผู้หญิงในการเรียกร้องความยุติธรรม และนั่นคือความตั้งใจที่อยากทำหลังได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้

 “หนูมีความฝันหลายอย่าง อยากเป็นผู้พิพากษาด้วย เพราะคุณพ่อเป็นทนายความ ด้วยความที่ชอบเรียนกฎหมาย หนูมีความเชื่อมั่นในตัวเองที่อยากจะเรียกร้องสิทธิ์สตรี ซึ่งทุกวันนี้รู้สึกว่ายังไม่ได้รับการคุ้มครองเต็มที่” สาวรักความยุติธรรมเผย

 นี่กระมั่งที่จะเป็นบันไดไต่สู่อาชีพในฝันอันยิ่งใหญ่อีกหนึ่งสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ คือการเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย เพื่อจะได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิ์สตรีได้เต็มที่

 แต่อนาคตเป็นสิ่งที่ยังไกลตัว สิ่งที่ใกล้กว่านั้นคือ ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติที่ยังหาทางออกไม่ได้ ในฐานะที่เธอเป็นคนสนใจกฎหมายและแซมเรื่องการเมืองนิดๆ จึงปรารถนาให้คนไทยรักกันโดยเริ่มจากการตัวเองในการมอบความรักให้คนรอบข้างก่อน แล้วความสามัคคีจะตามมา

 “ขนาดครอบครัวเป็นส่วนที่เล็กที่สุดคนในบ้านยังทะเลาะกัน แล้วระดับประเทศที่ใหญ่มาก ต้องมีการทะเลาะกันบ้างอยู่แล้ว คนคนเดียวรักสามัคคีจากหนึ่งก็จะกลายเป็นร้อยค่ะ คิดว่าประชาชนคนไทยทุกคนต้องกลับมามีความรักใคร่สามัคคีกันดังเดิม แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาค่ะ” เธอชี้ชวน

 มองดูเป็นสาวเข้มแข็ง และคิดใหญ่เกินตัว แต่ใครจะรู้ว่าอีกมุมหนึ่งภายใต้บุคลิกจริงจังกับชีวิต ปุ๊กลุกเป็นสาวร่าเริง สดใส และรักสุนัขตัวยง ครั้งหนึ่งเคยรับอุปการะสุนัขไว้ถึง 15 ตัว แต่หลังจากเข้ามหาวิทยาลัย ด้วยภารกิจที่ต้องทุ่มให้แก่การท่องตำรากฎหมายและฝึกฝนภาษาอังกฤษ จึงทำให้ห่างหายจากน้องหมาไปบ้าง ทุกวันนี้จึงเหลือเพื่อนคู่ใจเพียง 5 ตัว และพยายามเลี้ยงให้ดีที่สุด

 “เวลาเห็นหมาจรจัดบาดเจ็บแล้วสงสารมาก คิดว่าถ้าตัวเองให้การช่วยเหลือจริงจัง คนอื่นๆ ก็จะทำตาม อย่างการทำหมันให้หมา คิดว่าน่าจะช่วยลดประชากรหมาจรจัดได้บ้าง จะได้ไม่เป็นปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ไม่มีที่อยู่ ไม่มีอาหาร เดินตามท้องถนนจะได้ไม่ถูกรถทับตายค่ะ” นางงามรักสัตว์บอก

 การเต้นและการแสดงยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เธอชื่นชอบ ผลพลอยได้คือสเต็ปเท้าในการเดินรอบตัดสินจึงเป๊ะๆได้ใจกองเชียร์ และส่วนหนึ่งอาจเพราะการมีแรงบันดาลใจจากไอดอล ซึ่งเป็นนางงามรุ่นพี่อย่าง “เอมมี่” มรกต กิตติสาระ ด้วยมองว่าเป็นคนมีความมั่นใจ มีความสามารถหลายด้าน แถมภาษาอังกฤษก็เลิศ

 ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เธอจะเดินทางไปร่วมประกวดนางงามจักรวาลพร้อมสาวงามทั่วโลก นอกจากการตั้งใจฟิตหุ่นลดน้ำหนัก และฝึกภาษาอังกฤษแล้ว เจ้าตัวบอกจะนำรอยยิ้มและความอ่อนหวานแบบสาวไทยไปประชาสัมพันธ์ให้ชาวโลกได้รับรู้

 นี่อาจไม่ใช่บทสรุปทั้งหมดของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สคนล่าสุด แต่ก็พอจะบอกอะไรเกี่ยวกับความเป็นตัวตนของผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนหนึ่งได้ไม่น้อย...