ข่าว

 “สตึก”หมู่บ้านอุดมน้ำ

“สตึก”หมู่บ้านอุดมน้ำ

21 มี.ค. 2553

ทุกวันนี้ประเทศชาติของเราต้องประสบปัญหามากมายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้

 ทั้งยังมีปัญหาน้ำแล้งจัดในภาคเหนือและอีสาน ที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก ที่ต้องทำมาหากินพึ่งพาอาศัยแหล่งน้ำ โดยเฉพาะผู้คนในบ้านเมืองนี้ที่มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ทรัพยากรน้ำ จึงนับเป็นปัจจัยสำคัญที่หล่อเลี้ยงและยังสร้างสรรค์ให้เกิดวัฒนธรรมต่างๆ ของผู้คนในท้องถิ่นมาเนิ่นนาน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เป็นอำเภอหนึ่งที่ชื่อบ้านนามเมืองมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร “น้ำ” เนื่องมาจาก อ.สตึก เมื่อคราวอดีตมีสภาพเป็นป่าดงดิบ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำมากมายนั่นเอง

 ต่อมามีประชากรส่วนหนึ่งได้อพยพมาตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ โดยคนเหล่านี้ใช้ภาษาเขมรสื่อสารกัน จึงได้เรียกป่าดงดิบนี้ว่า “สเราะตึก” หรือ “หมู่บ้านน้ำ” จนถึงปัจจุบันได้เพี้ยนเสียงมาเป็น “สตึก” นั่นเอง

 ชื่อ “สตึก” เป็นคำเขมร เพี้ยนมาจากคำว่า "สเราะตึก" ซึ่ง สเราะ แปลว่า เมือง และตึก แปลว่า น้ำ

 แปลความหมายรวมๆ ของชื่อคือ บ้านหรือชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำ เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ของชุมชนแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำมูลและน้ำชีไหลผ่าน ทั้งยังมีน้ำซึมน้ำซับ ไหลเปียกชุ่มอยู่ตลอดปี

 เมื่อมีผู้คนอพยพมาจากที่อื่น มาตั้งรกรากกันมากขึ้น ทางราชการจึงยกฐานะประกาศตั้งเป็นกิ่งอำเภอเมื่อ พ.ศ.2481

 ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกา ยกฐานะจากกิ่งอำเภอ เป็นอำเภอสตึก เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 จนถึงปัจจุบัน

 นับว่าเป็นโชคดีของชาว อ.สตึก ที่อยู่ในแหล่งลำน้ำน้ำซับน้ำซึม เพราะยังมีพื้นที่แห้งแล้ง น้ำแล้งอีกหลายแห่ง ที่ประสบวิกฤติการณ์ การดำรงรักษาอ่อนน้อมต่อธรรมชาติคงเป็นวิถีทางที่จะช่วยยืดอายุแหล่งน้ำให้คงอยู่ สมเป็นบ้านอุดมน้ำถึงลูกถึงหลานได้ต่อไป

เรือนอินทร์ หน้าพระลาน