ข่าว

อปท.ติงสปร.ศึกษาปรับซีเป็นแท่ง

อปท.ติงสปร.ศึกษาปรับซีเป็นแท่ง

22 มี.ค. 2553

การปรับปรุงระบบจำแนกตำแหน่ง และค่าตอบแทนของ ขรก.ท้องถิ่น อลเวงอปท.หวั่นถูกมัดมือชก ติง สปร.ศึกษาน้อย และไม่ถามท้องถิ่นก่อน

ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้มีการจัดเสวนาเรื่อง การปรับปรุงระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ซีเป็นแท่ง) เพื่อใคร ใครได้ ใครเสีย...? โดยสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล จัดการอบรมและสัมมนาขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ทราบถึงรูปแบบการบริหารทรัพยากรบุคคลท้องถิ่นรูปแบบใหม่ โดยการเสวนาครั้งนี้มีวิทยากรผู้ร่วมวงเสวนา ประกอบด้วย นายจักรี ระเบียบโลก นายกสมาคมข้าราชการ อบจ.แห่งประเทศไทย นายเชื้อ ฮั่นจินดา คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) นายอดิศัย กุญชร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ (สปร.) และนายสุชาติ แสงทองสวัสดิ์ สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยมีนายโดม สุวาวัลย์  บก.ภูมิภาค นสพ."คม ชัด ลึก" พิธีกรจากเนชั่นทีวี เป็นผู้ดำเนินรายการ และมีสมาชิกปลัด อบต.จากทั่วประเทศเข้าร่วมฟัง 2,000 คน

   นายสุชาติชี้แจงว่า ระบบซี หรือพีซี คือ ระบบตำแหน่งที่มีมาตรฐานกลาง ส่วนระบบแท่งไม่ใช่ชื่อที่ทาง ก.พ.เรียก แต่จะเรียกว่าพีซีเวอร์ชั่นใหม่ เนื่องจากระบบซีไม่ได้ถูกยกเลิกแต่คนเข้าใจว่าถูกยกเลิกแล้ว โดยเป็นตำแหน่งที่มีการปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย คือ ระบบจำแนกตำแหน่งที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว

   ขณะที่นายเชื้อกล่าวว่า หากกล่าวในสถานะเป็นปลัด อบต. เรื่องระบบจำแนกตำแหน่งถือว่าค่อนข้างชัด เนื่องจากของฐาน ก.พ.ไปสู่การจำแนกตำแหน่ง จากนั้นจึงมาจ่ายค่าตอบแทน แต่ของท้องถิ่นจะต่างกัน เนื่องจากฐานหากจบที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเลย ไม่ว่าจะเดินไปตามระบบจำแนกตำแหน่งหรือระบบเดิม มองว่าเป็นไปได้ลำบาก เนื่องจากผู้ใช้อำนาจอยู่ใกล้ตัว และจบที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ยกตัวอย่างเช่น หากข้าราชการส่วนท้องถิ่นทำดีขนาดไหนก็ตาม แต่หากผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่น หรือนายก อบต.ไม่ชอบ จะเป็นไปตามระบบจำแนกหรือไม่

 และในสถานะที่เป็น ก.ถ.ซึ่งได้มีส่วนในการว่าจ้าง สปร.เพราะว่าข้าราชการพลเรือนมีการเปลี่ยนแปลงจากระบบซีไปสู่การจำแนกระบบใหม่ก็ได้มีการเตรียมพร้อมโดยไปเสียบกับกระทรวงมหาดไทย และให้ สปร.ศึกษาไว้ก่อนว่าการที่ท้องถิ่นจะยกเลิกระบบซีไปสู่ระบบตำแหน่งตามที่ ก.พ.เขาไปกันนั้นว่าตำแหน่งหรือที่ปฏิบัติอยู่นั้นเป็นการจำแนกตำแหน่งหรือไม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนำมาปฏิบัติ ซึ่งต้องดูของ ก.พ.ด้วยว่า ที่ทำไปแล้วนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร จึงจะมาสรุปว่า ก.ถ.จะเอาอย่างไร

   “ปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปัจจุบัน คือ ฐานการใช้อำนาจอยู่ที่นักการเมืองจุดเดียว ยังไม่ลงไปที่ปลัด หรือรองปลัด หรือหัวหน้าส่วน หรือผู้อำนวยการ จึงควรที่จะแก้ที่การกระจายอำนาจเสียก่อน ไม่ใช่อยู่เพียงนักการเมืองอย่างเดียว แม้จะมีการประเมินผลดีเพียงใด แต่หากนักการเมืองไม่เอาด้วยบุคคลผู้นั้นจะได้รับการพิจารณาหรือไม่” นายเชื้อ กล่าว

   นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนของ ก.พ.ที่ได้ดำเนินการนั้น เป็นเพียงบางส่วน โดยที่มีการวางแผนไว้นั้นยังไม่ได้นำออกมาใช้ทั้งหมด บางส่วนก็ยังคงมีการอิงระเบียบเดิมอยู่ หนังสือเวียน หรือแนวทางการปฏิบัติในการบริหารงานบุคคลยังใช้อ้างอิงระบบซีเดิม เพราะหากเปลี่ยนในครั้งเดียว ก็อาจจะเกิดความไม่เข้าใจ จึงต้องค่อยๆ เปลี่ยน เพราะเป้าหมายสุดท้ายที่วางไว้คือจะต้องดีกว่าเดิม ฉะนั้นในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านจะต้องมีการชี้แจงทำความเข้าใจว่าของใหม่ดีอย่างไร

 "ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการใช้บทเฉพาะกาลที่อิงระเบียบเดิมอยู่ ซึ่งในขณะนี้ก็อยู่ระหว่างดูว่าวิธีการประเมินผลการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินการไปแล้วบางส่วนเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อนำมาเทียบกับของเดิม และจะมีการปรับให้ได้มาตรฐานที่ดีกว่าเดิม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับส่วนราชการนั้นที่จะนำรายละเอียดกำหนดกฎเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติไปปรับใช้ในองค์กร เนื่องจากยังไม่สำเร็จรูป เพราะระบบของ ก.พ.เป็นระบบที่เปิดกว้าง"

 ด้านนายอดิศัย กล่าวว่า จากการศึกษาของ สปร.นั้น ได้มีการแบ่งเป็น 5 แบบ ข้อเสนอแรกให้ใช้ระบบซีเดิมในกระบวนการการบริหารบุคคลเป็นการเปลี่ยนแปลงกันภายใน ข้อเสนอที่ 2 เพื่อให้รักษามาตรการของข้าราชการเข้าระบบ ก.พ. แต่มีปัญหาค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นลักษณะงาน ประเภทการทำงานที่ไม่เหมือนกัน หรืออำนาจที่ไม่เหมือนกัน ข้อเสนอที่ 3 มีการแบ่งระดับซีใหม่แต่เปลี่ยนให้เป็นของ ก.ถ.มากขึ้น เช่น จากเดิมที่มี 4 แท่งก็ให้มี 4 แท่งเหมือนกัน แต่มีระดับที่เยอะขึ้น มีการเปลี่ยนก้านเงินเดือนที่ไม่เหมือนกับทางข้าราชการพลเรือน ข้อเสนอที่ 4 จะมีทั้งหมด 3 แท่ง โดยให้ระดับสำนัก กอง และฝ่ายอยู่ระดับเดียวกับปลัด ช่วงการเปลี่ยนถ่ายน่าจะง่ายเพราะเดิมมีอยู่ก่อนแล้ว ข้อเสนอที่ 5 ให้อิสระในการกระจายอำนาจ ท้องถิ่นไหนอยากจะใช้รูปแบบใดก็สามารถทำได้ตามความต้องการ แต่ก็กังวลว่าหากไม่มีการจัดระบบที่ดีก็จะเกิดปัญหาขึ้นได้

 "ข้อเสนอที่ได้มานั้น มีทั้งการศึกษาแบบอย่างจากของเดิม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรูปแบบของต่างประเทศที่ใช้ปฏิบัติอยู่มาปรับใช้ ส่วนของการชี้แจงให้ความรู้และทำความเข้าใจกับ อปท.ต่างๆ ยังค่อนข้างน้อย เพราะในส่วนของ สปร.ในปีแรกเน้นเรื่องของการศึกษารูปแบบต่างๆ ในส่วนของปี 2553 จะเป็นการสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยไปชี้แจงในแต่ละท้องถิ่นให้ได้รับทราบรายละเอียดของแต่ละแนวทางให้ทราบถึงข้อดีข้อเสียว่าเป็นอย่างไร แต่จากการสำรวจทางเว็บไซต์พบว่าส่วนใหญ่ชอบทางเลือกที่ 4 อย่างไรก็ตาม โครงการนี้แบ่งเป็นหลายเฟสที่ต้องดำเนินการต่อ"
 
 นายเชื้อ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเลือกแบบใด เพราะแต่ละแบบก็ยังมีข้อแตกต่างกัน รวมทั้งในส่วนของท้องถิ่นก็มีหลายระดับ รวมถึงจำนวนบุคลากรที่แตกต่างกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษา การจะตัดสินใจเลือกแบบใด ก็ต้องรอผลการศึกษาก่อนว่าเป็นอย่างไร แล้วนำไปเปรียบเทียบกับในส่วนของ ก.พ.แล้วนำมาปรับใช้เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ดังนั้นขณะนี้จึงเป็นการสื่อความหมายที่ทำให้เข้าใจผิดว่าจะเข้าสู่ระบบแท่งแน่ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะยังต้องรอผลการศึกษาที่ชัดเจนก่อนว่าออกมาในรูปแบบใด และมองว่าในระยะ 2-3 ปีนี้ก็ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
 
 นายจักรี กล่าวว่า ได้มีการติดตามเรื่องนี้มานานและมีความเห็นแย้งมาตลอด โดยเฉพาะเดิมเราเป็นข้าราชการท้องถิ่น ซึ่ง ก.พ.จะตามเรามาตลอด ระยะแรกเป็นชั้นยศ แต่ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นซี และกำลังจะมีการเปลี่ยนอีกแล้ว เนื่องจากเจอปัญหาในส่วนของ ก.กลาง พยายามที่จะปรับระบบของท้องถิ่นให้ไปด้วยกัน และมีระบบแท่งออกมา และ สปร.ก็พยายามชี้นำให้ไปเข้าสู่ระบบแท่ง ซึ่งเคยสอบถามไปเหมือนกันว่าจะขออยู่ระบบเดิมได้หรือไม่ เพราะเกือบจะหลงทางไปเหมือนกัน ทั้งนี้ในการชี้แจงทำความเข้าใจควรที่จะทำให้จบกระบวนการ ไม่ใช่อธิบายแบบครึ่งๆ กลางๆ เพราะจะก่อให้เกิดความสับสนและไม่เข้าใจได้ รวมทั้งจะมีปัญหาตามมาอีก อยากบอกว่า ก.ถ. ไม่ใช่องค์กรลูกของ ก.พ. เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำตามทุกอย่าง สำคัญคือ เรื่องของการบริหารงานบุคคลที่กำลังแก้ไขกันอยู่จะออกมาอย่างไรด้วย