ข่าว

ผู้นำโคตรโกงกับกรรมตามสนอง (1)

ผู้นำโคตรโกงกับกรรมตามสนอง (1)

22 มี.ค. 2553

ขณะที่ชายคนหนึ่งซึ่งทิ้งสัญชาติไทยหันไปถือสัญชาติมอนเตเนโกรอันไกลโพ้นกำลังสนุกกับการวิดีโอลิงก์ยามค่ำแก้เหงา ทั้งปลุกระดมและยั่วยุให้คนไทยแตกกันเอง ดิฉันก็กำลังสนุกกับการติดตามขุดคุ้ยบรรดาผู้นำคอรัปชั่นทั่วโลกที่มีอันฉิบหายวายป่วงแพ้กรรมตัวเองที่โกงบ้านโ

 นอกเหนือจาก 10 ผู้นำโคตรโกงที่เคยพูดถึงแล้ว อดีตผู้นำอีกคนหนึ่งที่มีประวัติคล้ายคลึงกับคนสัญชาติมอนเตฯ คนนั้น ทั้งในเรื่องของการทุจริตฉ้อฉล การใช้นโยบายประชานิยม การประกาศทำสงครามชนชั้น การหลบหนีคดีและการไปขอหลบภัยในต่างประเทศและถูกกรรมตามสนองทันตาเห็นก็คือ อัลฟองโซ ปอร์ติลโญ อดีตประธานาธิบดีกัวเตมาลา วัย 59 ปี ที่เคยบริหารประเทศตั้งแต่ปี 2543-2547

 ปอร์ติลโญสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเม็กซิโกและได้เป็นอาจารย์ด้านรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยในประเทศนั้น ก่อนจะหลบหนีกลับประเทศหลังเกิดคดียิงนักศึกษาตาย 2 คน อ้างว่าเพื่อป้องกันตัวเอง แต่ข่าวหลายกระแสแฉว่าสาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาทและนักศึกษาทั้ง 2 คนที่ถูกยิงตายนั้นไม่มีอาวุธแต่อย่างใด

 หลังหนีกลับมาประเทศบ้านเกิด ก็กระโจนสู่วงการเมืองโดยย้ายพรรคไปเรื่อยๆ ก่อนได้รับเลือกเป็นส.ส.สังกัดพรรคคริสเตียนเดโมแครตกัวเตมาลา(ดีซีจี) แต่ปอร์ติลโญพร้อมส.ส.ร่วมพรรค 7 คนจาก 13 คนได้ตบเท้าออกจากพรรคประกาศตัวเป็นส.ส.อิสระท่ามกลางเสียงครหาว่ามีการทุจริตคอรัปชั่นในหมู่ส.ส.พรรคนี้

 ชีวิตการเมืองของเขามีความก้าวหน้ามากขึ้นตามลำดับ กระทั่งได้เป็นตัวแทนพรรคแนวร่วมรีพับลิกันกัวเตมาลา (เอฟอาร์จี) ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ปอร์ติลโญก็สร้างความฮือฮาด้วยการชูนโยบายจะฟื้นฟูจิตสำนึกและคุณธรรมขึ้นในหมู่นักการเมือง จะเร่งปราบการทุจริตคอรัปชั่น จะปกป้องสิทธิของคนพื้นเมืองที่เป็นชนกลุ่มน้อยได้พ้นจากการถูกเอารัดเอาเปรียบจากเหล่าอำมาตย์หรือพวกชนชั้นสูงที่เป็นคนผิวขาว

 ในช่วงนั้น เม็กซิโกกำลังเป็นข่าวใหญ่จากกรณีสังหารหมู่ประชาชน ปอร์ติลโญจึงฉวยโอกาสโหนกระแสเปิดโปงว่าตัวเองเคยสังหารนักศึกษา 2 คนที่เม็กซิโก แต่ได้หลบหนีกลับประเทศไม่ยอมถูกนำตัวขึ้นศาล สืบเนื่องจากความผูกพันทางการเมืองประกอบกับเป็นชาวต่างชาติ แค่พลิกลิ้นเพียงนิดเดียวทำให้เขากลายเป็นชื่นชอบของประชาชนจนสามารถบดขยี้คู่แข่งได้ง่ายๆ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนใหม่สมใจนึก

 เปิดโอกาสให้เขาได้แปลงทำเนียบประธานาธิบดีให้เป็นตู้เอทีเอ็มส่วนตัวนานถึง 4 ปี

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์