ข่าว

ชุมพลยันพรรคร่วมไม่ถอนตัวชี้รบ.-นปช.จูนก่อนเจรจา

ชุมพลยันพรรคร่วมไม่ถอนตัวชี้รบ.-นปช.จูนก่อนเจรจา

21 มี.ค. 2553

“ชุมพล”ยันไร้ปัจจัยให้พรรคร่วมถอนตัวจากรัฐบาล ซ้ำยังต้องร่วมเดินหน้าแก้ปัญหาชาติ ชี้ แดง-รบ.ต้องจูนคลื่นให้ตรงกันก่อนเจรจายุติความขัดแย้ง ชี้ ครม.ประชุมนอกทำเนียบได้ไม่เดือดร้อน อ้างม็อบแดงป่วนไม่กระทบท่องเที่ยว

(21มี.ค.) นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการเจรจาระหว่างคนเสื้อแดงกับรัฐบาลว่า การเจรจาคงไม่ใช่วันเดียวจบ ต้องใช้ระยะเวลาในการพูดคุยทำความเข้าใจ ส่วนกรณีที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องให้พรรคชาติไทยพัฒนาถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ตนไปรอรับกุหลาบที่แกนนำ นปช.จะนำมาให้ แต่ยังไม่เห็น แต่เชื่อว่า คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะคนรู้จักมักคุ้นกันคงมาเยี่ยม และเห็นว่า หัวหน้าพรรคเป็นคนน่ารัก จึงคิดว่า น่าจะพูดจาง่าย จึงขอมาพูดจาด้วย

 นายชุมพล กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พรรคฯเสนอให้กลับไปใช้ข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ต้องให้กรอบการเจรจาชัดเจนเสียก่อน ซึ่งอาจจะนำไปสู่ในหลายประเด็น และกรรมการสมานฉันท์เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับกรอบของคณะกรรมการที่จะมอบหมายให้ไปเจรจา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาอะไร เพราะการเจรจาผ่านสื่อ หรือทางวิทยุกระจายเสียงไม่ถือเป็นการเจรจา

 เมื่อถามว่า รัฐบาลกับกลุ่มคนเสื้อแดงจะจูนเข้าหากันเพื่อแก้ปัญหาได้หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า อย่าไปคิดถึงขนาดนั้น ต้องให้มีการนั่งโต๊ะคุยกันก่อน จูนคลื่นให้ต้องกันก่อนว่าอะไรคืออะไร เมื่อจูนคลื่นตรงกันเรียบร้อยแล้ว ค่อยตั้งต้นว่า จะทำอะไรกันต่อไป ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่า จะจูนได้ตรงกันหรือไม่ เพราะต้องรอให้มีการพูดคุยกันเสียก่อน แต่ขณะนี้ทุกฝ่ายอยากให้แก้ไขปัญหาให้จบลง รัฐบาลจะได้บริหารงานได้ รัฐสภาจะได้ทำงานได้ และม็อบก็สามารถใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญได้ หากทำเป็นคู่ขนานทุกอย่างจะไปด้วยกันได้

 ส่วนที่กลุ่มผุ้ชุมนสมจะเคลื่อนย้ายมาปักหลักหน้าทำเนียบนั้น นายชุมพล กล่าวว่า เป็นการคาดคะเนเท่านั้น แต่รัฐบาลต้องเข้าไปทำงานให้ได้ แต่จะเข้าไปเมื่อไรต้องดูสถานการณ์อีกครั้ง การที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)เข้าทำเนียบไม่ได้ ไม่ใช่ว่า ทำงานไม่ได้ เพราะอย่างสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรีฐมนตรี ยังไปประชุมครม.นอกสถานที่ได้ ทั้งนี้ตนอยากให้ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันได้ เราเคารพประชาธิปไตย

 เมื่อถามว่า พรรคชาติไทยพัฒนาให้สัจจะกับพรรคประชาธิปัตย์ในการอยู่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลต่อไปหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า เราอยู่พรรคร่วมรัฐบาล ต้องทำตามรัฐบาล จะไปไหนต้องไปด้วยกัน ตอนนี้ยังไม่มีปัจจัยอะไรจะนำไปสู่การถอนตัวจากรัฐบาล ซึ่งขณะนี้เรากำลังดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และร่วมกันบริหารเหตุการณ์ ซึ่งไม่มีปัญหาอะไรต่อกัน ขณะนี้รัฐบาลต้องร่วมมือกันในการบริหารแก้วิกฤติของชาติบ้านเมือง จึงต้องบริหารบ้านเมืองด้วยความสุขุมรอบคอบ เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งใช้กฎกติกาประชาธิปไตย แล้วเราจะไปใช้อำนาจรัฐไปดำเนินการกับภาคประชาธิปไตยคงไม่ถูก

 เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า พรรคชาติไทยพัฒนาจะอยู่เรือลำเดียวกับรัฐบาลจนกว่าจะแก้ไขปัญหาสำเร็จ นายชุมพลกล่าวว่า เพื่อประโยชน์ประเทศชาติ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาด้วยกัน ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลพยายามร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ ส่วนรัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ จะให้บอกตอนนี้ยังเร็วไป เพราะรัฐบาลยังเหลืออายุในการบริหารงานอีกตั้ง 2 ปี ตนไม่ใช่หมอดูจึงไม่รู้ว่า รัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ต้องทำทุกวันให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

 เมื่อถามว่า แสดงว่า ยังมั่นใจการบริหารของพรรคประชาธิปัตย์ นายชุมพล กล่าวว่า อย่าไปพูดเจาะจงพรรคการเมือง แต่พูดเรื่องผลการทำงานดีกว่า ตนอยากถามว่า ขณะนี้เดินไปด้วยดี และมีประสิทธิภาพหรือไม่ และทำประโยชน์ประเทศชาติหรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องหลัก พรรคประชาธิปัตย์เป็นคนละพรรคกับพรรคาติไทยพัฒนา และมีคนละกติกา แต่เราทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยน์ประเทศชาติจึงไม่มีปัญหาอะไร

 เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ขณะนี้นายบรรหาร ป่วยเป็นงูสวัด แต่กรอบในการทำงานทั้งหมดขึ้นกับตนเป็นผู้ตัดสินใจ อย่าไปพูดถึงนายบรรหาร เดี๋ยว กกต.จะหาว่า นายบรรหาร ครอบงำตน 

 เมื่อถามถึงการชุมนุมที่อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว นายชุมพล กล่าวว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร แต่ในประเทศเอเชีย คือ จีน ญี่ปุ่น มีจำนวนคนท่องเที่ยวลดลงบ้าง แต่ที่ลดลง คือ จำนวนคนที่เดินทางเข้าประเทศมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพ แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กลับไปท่องเที่ยวในภาคใต้เพิ่มขึ้นกว่า 90 % ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบต่อการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติจึงไม่จำเป็นต้องมีมาตรการรองรับ เพราะจากสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์มีจำนวน 1,591,451 คน ซึ่งมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนมกราคมที่มีจำนวน 1,579,198 คน และการชุมนุมในช่วงเดือนมีนาคมไม่ได้มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และประเมินว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไม่น้อยไปกว่าในช่วง 1 - 2 เดือนนี้ และการปิดสนามบินสุวรรณภูมิที่ผ่านมา ถือว่า รุนแรงที่สุด แต่ตนสามารถกู้วิกฤติขึ้นมาได้