ข่าว

 เมื่อ“ใจ”กับ“สมอง”ไม่สามัคคี

เมื่อ“ใจ”กับ“สมอง”ไม่สามัคคี

21 มี.ค. 2553

วินาทีนี้ ถ้าจะใช้คำแรงๆ อย่าง “เบื่อหรือเซ็ง” ผู้อ่านก็คงจะพอให้อภัยผม

 เพราะอะไรหรือ? ถ้าไม่ใช่ความขัดแย้งที่ซ้ำๆ ซากๆ เหลืองไปแดงมา อย่างกับสงครามกีฬาสีเด็กมอปลาย แถมยังคุกรุ่นไม่รู้จักจบ ชาวบ้านร้านตลาดต่างพูดเป็นเสียงเดียว มองไม่ออกว่าเกมนี้จะลงเอยยังไง? การรอมชอมแบบแฮปปี้เอนดิ้ง จะเป็นฝันลมๆ แล้งๆ หรือเปล่า?

ถ้าบุญกุศลที่ประเทศทำมามีจริง และจะส่งผลใดๆ ผมขอเพียงให้ศึกครั้งนี้จบลง ทุกคนกลับมารักกันเหมือนเดิม และเต็มใจที่จะลืมอดีต เร่งลงมือพัฒนาชาติต่อไป 

คิดๆ ดู ผมอดสูไม่น้อยที่วันนี้เราได้แต่นั่งตาปริบๆ มองดูชาติอื่นวิ่งแซงหน้า ขณะที่ตัวเองกลับเดินถอยหลัง ย่ำอยู่กับปัญหาเดิมๆ ที่บานปลายเป็นไฟลามทุ่ง

แต่แม้ “สามัคดี” จะดูไร้ความศักดิ์สิทธิ์ไปบ้างในทางการเมือง คำคำนี้ก็ยังทรงพลัง มีความหมาย อยู่ที่ความเข้าใจ รู้จัก และนำไปใช้ให้ถูกทาง

 ผมนึกพิเรนทร์ ลองลุกขึ้นเดินแบบฝืนความสามัคคีดู เมื่อขยับขาซ้ายและขวาไปกันคนละทิศ เดินได้ไม่กี่ก้าวก็รู้สึกทรมาน อึดอัดและเกือบล้มหน้าคว่ำในที่สุด 

 นี่แค่เบาะๆ ครับ ที่ซับซ้อนกว่านี้ยังมี ลองทบทวนก็พบว่าในชีวิตหนึ่งๆ เราต้องเคยสัมผัสประสบการณ์ที่อวัยวะในร่างกายแตกคอ ไม่เต็มใจทำงานร่วมกัน

เคยบ้างมั้ย? ที่ “หัวใจ” กับ “สมอง” แก่งแย่งชิงดี ประเมินค่าและตัดสินกันคนละมุม

ใจหนึ่งสั่งอย่าง แต่สมองสั่งตรงข้าม อารมณ์และเหตุผลคัดง้างกัน   

 หนึ่งใจให้อีกคน แต่สมองกลับบอกคนที่สองดีกว่า ถ้าแต่งไปแล้ว ชีวิตบั้นปลายจะไม่ลำบากเท่า หรือล่าสุดเพื่อนโทรมาปรึกษา ไม่รู้จะเลื่อนตำแหน่งให้ใคร เก่งทั้งคู่ ใจโน้มเอียงไปอีกทาง ขณะที่สมองก็อ้างเหตุผลสารพัดอยากโปรโมทอีกคน… เฮ้อ กลุ้ม

อย่างผม ครั้งหนึ่งก็เคยเป๋ๆ ช่วงดอกเบี้ยขาลง คิดไม่ถูกว่าจะเอาเงินไปลงทุนที่ไหนดี ใจหนึ่งก็อยากเล่นหุ้น เพราะเซ้นส์บอกว่าเลือกดีๆ เผลอๆ จะแรงกว่าถูกหวย แต่สมองก็สั่งว่าการเมืองยังเอาแน่ไม่ได้ ไปลงกองทุนพันธบัตร หรือซื้อหุ้นกู้น่าจะปลอดภัยกว่า

อาการ “ขาดความสามัคคี” ของผมไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่กับบางคน บางเรื่อง เมื่อออกฤทธิ์แล้ว เป็นทุกข์สุดๆ เหตุหรือครับ…ก็เพราะกล้วว่าจะเลือกผิด ยิ่งถ้าเป็นการตัดสินใจใหญ่ๆ ที่มีผลต่อทั้งชีวิต ผมเห็นหลายคนเครียดหนัก กระสับกระส่ายสุดๆ  

 ถ้าถามวิธีแก้ แนะนำสองวิธีครับ ปรึกษาผู้รู้ใกล้ตัวคือทางออกแรก ถามความเห็นกันตรงๆ เอาแบบไม่อ้อมค้อม ไม่ต้องมากคน แต่เน้นคุณภาพ เลือกคนที่ไม่ลำเอียง ไม่ได้ผลดีผลเสียกับเรา

 อีกทาง ลองนั่งนิ่งๆ ใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ ไล่ไปทีละข้อ เริ่มที่ใจก่อน ใจคิดยังไง ยังไม่ต้องโต้แย้ง เขียนให้หมด แล้วต่อด้วยสมอง เหตุผลบอกยังไง ว่าไปให้ครบ

 ต้องอย่าลืมหาข้อมูลสนับสนุนให้มากที่สุดด้วย พร้อมๆ กับถามตัวเองว่า การไม่เลือกอีกทางจะส่งผลอย่างไร รวมถึงหากเกมนี้ตัดสินใจผิด ความเสียหายของแต่ละข้างอยู่ที่ไหน รับได้หรือไม่?

เมื่อต้องตัดสินใจ ก็ง่ายๆ ครับ…ทางไหนเสี่ยงน้อย ได้มาก ก็เลือกทางนั้น

 เชื่อเถอะ ใช้หลักอย่างนี้บ่อยๆ “ใจ” กับ “สมอง” ก็สามัคคีกันได้ เพราะผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ

และที่สำคัญ ไม่เสมอไปที่การเลือกด้วยสมอง จะต้องถูกทุกครั้ง…ผมยืนยัน

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]