ข่าว

ปธ.กลุ่มสตรีกาญจน์แนะทักษิณหยุดทำร้ายไทย

ปธ.กลุ่มสตรีกาญจน์แนะทักษิณหยุดทำร้ายไทย

21 มี.ค. 2553

นักวิชาการเปิดอนุสรณ์ 14 ต.ค. 16 ระบุเสื้อแดงสู้เพราะความไม่ยุติธรรม เหยียดหยามชนชั้นล่าง แค่ วัว- ควายให้ลากจูง จนรากหญ้าสุดทน ออกมาต่อสู้ทวงสิทธิ์ เชื่อชุมนุมยืดเยื้อ ขณะที่นักวิชาการอิสระ ชี้ แนวคิด ปชต. ใหม่ ไม่จำเป็นต้องเสียงส่วนใหญ่- มีความยุ

เมื่อเวลา 11.00 น.ของวันที่ 21 มี.ค.2553 ที่ผ่านมา นางภินันต์ โชติรศเศรณีย์ ประธานกลุ่มสตรี และประธานกลุ่มอนุรักษ์จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ที่มีการศึกษาสุงสุด มีเงินทองทรัพย์สินมากที่สุด มีอำนาจและวาสนาสุดๆ มาวันนี้กลายเป็นนักโทษต้องคดี คำพิพากษา จำคุก และยึดทรัพย์ ต้องหนีคดี ทั้งหมดนี้ เกิดจากความโลภที่พ.ต.ท.ทักษินจัดการขึ้นเอง  ตลอดเวลาที่พ.ต.ท.ทักษินหนีคดีบัญชาการทำร้ายประเทศไทย ควรหยุดพฤติกรรมต่างๆ  ที่จะทำร้ายประเทศไทย ในเมื่อย้ายไปอยู่ประเทศอื่นแล้ว ควรปล่อยให้การแก้ไขปัญหาประเทศไทย เป็นหน้าที่ของประชาชนชาวไทย

นักวิชาการระบุเสื้อแดงสู้เพราะความไม่ยุติธรรม

 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ต.ค. 19 แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนินกลาง  มีการสัมมนาวิชาการ  “ทำไมต้องทำความเข้าใจการชุมนุมของคนเสื้อแดง” จัดโดยเครือข่ายองค์กรในภาคอีสานกว่า 10 แห่ง โดยมีวิทยากรได้แก่ นายประพาส ปิ่นตบแต่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์  นายจีรพล เกตุชุมพล  ภาควิชาประวัติศาสตร์ ม.รามคำแหง  นายพฤกษ์ เถาถวิล คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี นายศิโรฒน์  คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์

 นายประพาส กล่าวว่า    กล่าวว่า  คนเสื้อแดงถูกมองในในทฤษฎีถูกจูงวัวจูงควาย มองว่าการชุมนุมนั้นถูกจูงมา ขณะที่แกนนำเสื้อเหลืองบางคนมองว่าเสื้อแดงมาเที่ยว กทม.และได้เงินใส่กระเป๋าเท่านั้น  และบางคนยังบอกว่า”คนพวกนี้เป็นคนชนบท เลวกว่าหมาข้างถนน”

  แต่หากมองให้ชัดเจนว่าสภาพในวันนี้เสื้อแดงได้เปลี่ยนไป เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังของชนบทไม่เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา เป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังทางการเมือง มาด้วยศักดิ์ศรี ไม่มีความรุนแรงมา และความปลอดภัย เพื่อเรียกร้องสิทธิทางการเมือง จากแต่ก่อนที่ถูกมองว่า เป็นแค่บุคคลภายนอก  ขณะที่รัฐบาลพยายามสร้างเรื่องวัวควาย โดยไม่รับฟังความจริง ซึ่งจะทำให้ความขัดแย้งลงลึกไปอีก

 นายจีรพล กล่าวว่า การต่อสู้ของคนเสื้อแดงมีผลมาจากความ ไม่ยุติธรรม  ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และกฎหมาย โดยอะไรที่ทำเหมือนกันคนจนกลับถูกดูถูก แต่คนรวยจะได้รับการยกย่อง อย่างเช่น คนจนกินเหล้าหาว่าเครียด คนรวยกินไวน์ขวดระหลายแสน บอกว่าหรู    โดยปรากฏตัวครั้งสำคัญสุด  คงเป็นเรื่องความไม่ยุติธรรมทางการเมือง เพราะถูกพรากเงิน ถูกเหยียดหยามวัฒนธรรม อย่างหม่ำ จ๊กมก จะให้รวยแค่ไหนก็เป็นแค่ตลก  และที่สำคัญ คือ การพรากเสรีภาพโดยการปล้นอำนาจจากประชาชนด้วยการทำรัฐประหาร

 “ จึงสะท้อนในการเรียกตัวเองว่า “ไพร่” ซึ่งเป็นสมบัติของมูลนายทำให้เหมือนวัว เหมือนควายไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไร ทั้งที่เสรีภาพเป็นความสำคัญของความเป็นมนุษย์ที่สุด วันนี่เสื้อแดงยังแคร์ความรู้สึกรัฐ และชาวกรุงฯเพื่อมาชุมนุม แต่หากต่อไป รัฐและชาวกรุงไม่แคร์ ต่อข้อเรียกร้องของเขา ระวังว่าคนเสื้อแดงก็จะไม่แค่พวกคุณบ้าง เรื่องอาจจะรุกลามและไปหาลาวหรือเวียดนามหรือไม่ในเมื่อไม่มีใครแคร์เขา” อ.จากรามคำแหงระบุ

 นายพฤกษ์ กล่าวว่า  การจากได้เก็บข้อมูลจากคนเสื้อแดงในจังหวัดอุบลฯ พบว่าหลังจากเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มเสื้อแดงกลับขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการไปเปิดโรงเรียน นปช.กลับพบว่ามีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะเป็นผู้นำชาวบ้านที่มีเสียงในสังคม  ซึ่งในภาคเหนือและอีสานคงมีสภาพไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม การชุมนุมครั้งนี้ใน กทม.ที่รัฐบาลพยายามบอกว่ามีการจับใส่รถ และมาเที่ยว กทม.นั้นไม่เป็นความจริง 

 “พวกเขามีเจตจำนง ทางการเมืองหากไม่พอใจ ดังนั้นหากไม่มีอะไรติดไม้ติดมือคงไม่กลับแน่นอน  หากกลับไปด้วยวิธีอย่างอื่นเรื่องก็ไม่จบ และอย่างเลวร้ายหากกลับไป เพราะถูกรัฐใช้ความรุนแรงจะทำให้เกิดกลียุค เพราะคนที่มาเป็นคนที่มีเสียงในสังคมในหมู่บ้าน”

 อ.จาก ม.อุบลฯกล่าวต่อว่า  แต่ก่อนชาวบ้านไม่มีที่ยืนในสังคมถูก เพราะถูกทางราชการควบคุม เป็นผู้ที่ถูกทำให้จนให้เจ็บ เพราะภาครัฐมากำกับ ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงในการกระจายอำนาจ ทำให้ คนไม่มีเสียงกระโดดขึ้นมาบนเวทีจากผู้เลือกกลายเป็นผู้เล่น และแย่งพื้นที่กับคนชั้นกลาง และทำให้คนชั้นล่างไม่อยากจะลงแล้ว  ซึ่งตนอยากจะบอกว่าถึงเวลาที่สังคมจะต้องยอมรับเสียงของคนกลุ่มนี้ที่ออกมาเสียงร้องสิทธิของพวกเขา

 “คนกลุ่มนี้พยายามพูดเรื่องความเสมอภาค ความเป็นธรรมในสังคมซึ่งเป็นพื้นฐานหลักของประชาธิปไตย ขณะที่ฝ่ายอมาตย์กลับพยามพูดว่า คนกลุ่มนี้ใช้ความรุนแรง ถูกจ้างมา พูดจากไม่ไพเราะ   ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่สังคมจะต้องทบทวนมุมมองใหม่” นายพฤกษ์ ระบุ

 นายศิโรฒน์ กล่าวว่า วันนี้กลุ่มเสื้อแดงทำให้เห็นแล้วว่าการเรียกร้องไม่ใช้ความรุนแรง และ เรื่องจำนวนคนนั้นมีมาก  เป็นความจริง ดังนั้นอยากเสนอให้ มีหนังสือไปถึงรัฐบาลเพื่อให้ออกมารับผิดที่ตลอด 1-2 เดือน ที่พยายามปลุกปั่นให้สังคมเกิดความหวาดกลัวจากการชุมนุมของคนเสื้อแดง ทั้งที่ตลอดชุมนุมมาประมาณเกือบ 10 วัน ไม่มีเหตุการณ์อย่างที่ถูกกล่าวหา

 “ หลังจาการต่อสู้ของคนเสื้อแดงนั้น ทางรัฐบาลจะปรับเปลี่ยนการชี้แจงต่อสังคมในรูปแบบใหม่ ว่า ต่อไปเสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่สิ่งสำคัญต่อระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งจะไม่สอนเรื่องความยุติธรรม และความเท่าเทียมในสังคมด้วย   แต่จะปรับเปลี่ยนวิธีคิดในสังคมใหม่ คือ  ต้องมีศีลธรรม และฟังการสั่งสอนของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง   ให้คิดแต่ส่วนร่วม  อยู่อย่างพอเพียงอยากเรียกร้องอะไรมาก  อย่ามีอำนาจมากเกินไป” นักวิชาการอิสระ ระบุ