ข่าว

ปปช.เต้นถูกปาบึ้มขอกำลังตร.อารักขาเพิ่ม

ปปช.เต้นถูกปาบึ้มขอกำลังตร.อารักขาเพิ่ม

21 มี.ค. 2553

ปปช.เต้นโดนลูบคมปาบึ้มสำนักงานใหม่ ขอกำลังตร.-ทหาร ดูแลความปลอดภัย เชื่อลองของสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง ด้านปธ. ป.ป.ช.-เลขาฯ ดูที่เกิดเหตุ ระบุ ยังทำงานตามปกติ ไม่ร้องขอเจ้าหน้าที่อารักขา

(21มี.ค.) นายอภินันทน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุคนร้ายปาระเบิดใส่สำนักงาน ป.ป.ช.แห่งใหม่ที่ จ.นนทบุรี ว่า เบื้องต้นทราบว่า ระเบิดที่ใช้ปาเข้าไปในป.ป.ช.เป็นระเบิดเข้าไปภายในบริเวณสนามหญ้าหน้าอาคาร ป.ป.ช.แห่งใหม่ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และรอการส่งมอบตึก ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการป.ป.ช.เข้าไปทำงาน

 เลขาป.ป.ช.กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการปาระเบิด ต้องรอการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ป่วนเมืองมากกว่า แต่ไม่ทราบว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองหรือไม่ หลังจากนี้ป.ป.ช.จะเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยสำนักงานป.ป.ช. ที่ถ.พิษณุโลก และที่จ.นนทบุรี ให้มากขึ้น โดยประสานขอกำลังตำรวจ ทหาร มาช่วยดูแลมากขึ้น

 "ที่ผ่านมา สำนักงานป.ป.ช.ได้เตรียมการเฝ้าระวังความปลอดภัยในส่วนของสถานที่ไว้อย่างดีแล้ว แต่ก็ถูกอาศัยจังหวะทีเผลอขึ้นจนได้"
 
 เลขา ป.ป.ช.กล่าวว่า คาดว่า การประชุม ป.ป.ช.วันที่ 23 มี.ค. คงมีการหารือถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในสำนักงานป.ป.ช. ซึ่งนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. แสดงความเป็นห่วงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ป.ป.ช. และได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกคนระวังความปลอดภัย แต่คณะกรรมการป.ป.ช.ทุกคนไม่รู้สึกหวั่นไหวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

 ด้านนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ตนพร้อมเลขาธิการ ป.ป.ช. เดินทางไปดูที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งสำนักงานแห่งใหม่นี้ทาง ป.ป.ช.ยังไม่ได้ย้ายมาทำงานแต่อย่างใด อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง แต่ก็เสร็จเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว เท่าที่ดูความเสียหายก็สามารถซ่อมแซมได้ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามสำนักงานป.ป.ช.จะย้ายมาทำงานที่สำนักงานใหม่นี้ประมาณพ.ค.ที่จะถึงนี้

 ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า กรรมการ ป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่ยังคงทำงานกันตามปกติ แม้ว่าจะมีความไม่สะดวกบ้างในเรื่องการเดินทางเข้าออกสำนักงานบริเวณถนนพิษณุโลก และในสัปดาห์หน้ายังคงทำงานตามปกติเช่นเดิม ส่วนเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่นั้นเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ยังคงปฏิบัติหน้าที่เข้มแข็งเช่นเดิม ส่วนกรรมการทุกคนคงต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่ประมาท การเพิ่มเจ้าหน้าที่อารักขากรรมการ ป.ป.ช.นั้นคงต้องแล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจะพิจารณา ยังไม่ได้มีการร้องขอไปแต่อย่างใด

 นางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)กล่าวถึงเหตุคนร้ายใช้ระเบิดชนิด M 26 ขว้างเข้าไปภายในที่ทำการสำนักงานป.ป.ช. ใหม่บริเวณสนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรีเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา(21 มี.ค)ว่า คณะกรรมการป.ป.ช. และข้าราชการ ยังทำงานที่สำนักงาน ป.ป.ช.เดิมที่ถนนพิษณุโลกอยู่ แต่จะย้ายไปยังที่ทำการสำนักงานใหม่ในเดือนหน้า ซึ่งสำนักงานที่ถูกระเบิดเป็นเพียงตัวตึกที่อยู่ระหว่างการตกแต่งเท่านั้น ยังไม่มีการขนย้ายเอกสารสำคัญไปเก็บไว้ ดังนั้นเหตุที่เกิดขึ้นเชื่อว่าไม่ส่งผลต่อการทำงาน และไม่อยากให้มองว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ข่มขู่ในคดีที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 นางสาวสมลักษณ์ กล่าวว่า ป.ป.ช.อาจนัดประชุมด่วนในวันจันทร์นี้เพื่อหารือเรื่องดังกล่าว เพราะหลังจากเกิดระเบิดกรรมการป.ป.ช.ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการดูแลความปลอดภัยสถานที่ทำงานและคณะกรรมการป.ป.ช. แต่เบื้องต้นยังไม่มีการประสานไปยังฝ่ายความมั่นคงเพื่อขอให้จัดส่งเจ้าหน้าที่มีดูแลเป็นพิเศษเพิ่มเติม เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีเจ้าหน้าที่ของป.ป.ช.ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการดูแลความปลอดภัยทำหน้าที่ติดตามกรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนอยู่แล้ว ขณะที่อาคารสำนักงานได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ของตำรวจทหารดูแลอยู่เช่นกัน

  “ตอนนี้ยืนยันได้ว่าขวัญและกำลังใจในการทำงานของกรรมการป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่ทุกคนยังดีอยู่ และเอกสารหลักฐานการทำงานในคดีต่างๆก็เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว ส่วนการใช้ระเบิดจะเป็นการสร้างสถานการณ์เชื่องโยงต้องการให้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงมีความรุนแรงมากขึ้นหรือไม่นั้น คงยังไม่สามารถบอกได้ในขณะนี้ และไม่อยากให้มองไปในทางใดทางหนึ่งว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด เพราะถึงแม้จะไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง แต่การใช้อาวุธสงครามหรืออาวุธร้ายแรงในการก่อความวุ่นวายก็ไม่ควรเกิดขึ้น และเมื่อมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่จะต้องสืบสวนสอบสวนให้ได้ข้อยุตินำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษ ดังนั้นในฐานะที่เป็นคนทำงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมจึงพูดอะไรที่เป็นการปรักปรำฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดให้ได้รับความเสียหายไม่ได้จนกว่าจะมีความชัดเจน”นางสาวสมลักษณ์กล่าว