ข่าว

ศอ.รส.ชี้บึ้ม'ปปช.-กห.'โยงแกนนำแดงแตก

ศอ.รส.ชี้บึ้ม'ปปช.-กห.'โยงแกนนำแดงแตก

21 มี.ค. 2553

โฆษก ศอ.รส. เชื่อ บึ้ม “ปปช.-กลาโหม” โยงแกนนำแดงแตกคอ ชี้ ส.ส.ขนมวลชนร่วมม็อบแดงทำยอดพุ่ง 6 หมื่นคน หวั่นแกนนำคุมฮาร์ดคอร์ไม่ได้ทำแรง รับระวังเต็มที่แต่ป้องกันไม่ได้ เผย “สุเทพ”คาดไว้แล้วต้องบึ้ม รับ จนท.หละหลวมป้องกันในสถานที่ สั่งคุมเข้ม 30 สถานที่สำคัญ

(21มี.ค.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) แถลงข่าวภายหลังการประชุม ศอ.รส ว่า ที่ประชุมมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. เป็นประธานการประชุม เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องออกรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ซึ่งที่ประชุมได้มีการพูดคุยกัน 2 เรื่อง คือ การรายงานการเคลื่อนย้ายของกลุ่มผู้ชุมนุมไปตามถนนในพื้นที่ กทม. เมื่อวานนี้ และเรื่องความพยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งในเรื่องที่ประชุมได้วิเคราะห์คงเป็นความพยายามของผู้ที่พยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้น และพยายามเร่งเร้าสถานการณ์ โดยเจ้าหน้าที่พยายามทำงานอย่างเต็มที่ แต่เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ที่จ้องจะกระทำ และ ผู้ที่พยายามป้องกัน

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกว่าทาง ศอ.รส. เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ และกังวล เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่เป็นที่ทราบกันว่าแกนนำทั้งหลายไม่เป็นเอกภาพ มีความคิดแตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแกนนำในปัจจุบันได้ชี้แจง และยอมรับกับสังคมว่า ไม่สามารถควบคุมการปฏิบัติของแกนนำอื่น ๆ ที่เคยอยู่ร่วมกันด้วยความไม่เป็นเอกภาพนี้ มีแนวโน้มที่สามารถที่จะเป็นไปได้ว่าเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในการสร้างสถานการณ์การวางระเบิดอาจจะมีส่วนเชื่อมโยง หรือมีความเกี่ยวข้องกันกับความไม่เป็นเอกภาพของแกนนำที่ว่า อย่างไรก็ตาม ทาง ผอ.ศอ.รส. ได้กำชับให้ผู้บังคับหน่วยที่รับผิดชอบในพื้นที่ได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ ในการตั้งจุดตรวจสายตรวจให้เข้มข้นขิ้น   และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น และชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ

 “ทาง ศอ.รส.ไม่ได้ฟันธงว่าผู้ที่สร้างสถานการณ์เป็นฝ่ายใด เพียงแต่กังวล และไม่สบายใจจากภาพที่เกิดขึ้น ซึ่งสื่อมวลชนก็เห็นว่าความไม่เป็นเอกภาพในบรรดาแกนนำของกลุ่มผู้ชุมนุม เกรงว่าตรงนี้อาจจะมีโอกาสและมีความเป็นไปได้ที่จะมีส่วนที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ ซึ่งพยายามเต็มที่ ที่จะป้องกันเพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องสืบสวนสอบสวน เพราะในที่เกิดขึ้นพบวัตถุพยานหลายอย่างทั้งอุปกรณ์ อาวุธ วัตถุระเบิดที่ยึดได้ และรถยนต์ ทั้งนี้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนตำแหน่ง ผบ.ตร. ถึงเบาะแสเชื่อมโยง ส่วนจะต้องต่อ พรบ.ความมั่นคงหรือไม่ ที่ประชุมยังไม่ได้มีการพูดถึง แต่ ศอ.รส. ก็มีส่วนที่จะประเมินสถานการณ์ และนำเสนอขึ้นไป และภายในเย็นวันนี้จะเรียนถามในที่ประชุม ศอ.รส.อีกครั้ง” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

 เมื่อถามถึงกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ออกมาระบุว่า ทหารเป็นผู้สร้างสถานการณ์ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เป็นแนวทางที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะชี้แจงก็เป็นเรื่องของกลุ่มคนเสื้อแดงแต่เรายืนยันมาตลอดว่าเจ้าหน้าที่รัฐพยายามทุกอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น คงเป็นความพยายามสร้างสถานการณ์ในสถานที่ที่เป็นสัญญลักษณ์ เช่น ปปช.แห่งใหม่ กระทรวงกลาโหม เป็นต้น ซึ่งการทำงานของเจ้าหน้าที่ตามจุดต่าง ๆ ยังไม่ถือว่าล้มเหลว เพราะพื้นที่ กทม. กว้าง ทั้งนี้ ได้มีการเพิ่มจุดตรวจจาก 50 กว่าจุด เป็น 141 กว่าจุด แต่ก็ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ แต่ในโอกาสต่อไปก็จะต้องทำให้รัดกุมมากกว่านี้ เพราะได้มีการกำชับกันในที่ประชุม ทั้งนี้เรื่องความรุนแรงเป็นสิ่งที่กังวล เพราะมีข่าวสารมาก่อนหน้านี้แล้วว่ามีบุคคลพยายามสร้างสถานการณ์ เราจึงได้เพิ่มมาตรการในจุดตรวจ สายตรวจ แต่เหตุการณ์ก็ยังเกิดขึ้น ส่วนการดูแลที่พักอาศัยของบุคคลสำคัญ เราก็ดำเนินการอยู่แล้ว

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า จากการประเมินกลุ่มผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนไหวเมื่อวานนี้จำนวน 65,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าที่ได้คาดการณ์เอาไว้อยู่ที่ประมาณ 30,000 คน ทั้งนี้การกลุ่มชุมนุมที่เพิ่ม 6,000 คน เป็นคนต่างจังหวัด ส่วนที่เหลือเป็นคน กทม. โดยส่วนใหญ่มีความเป็นไปได้ที่เป็นมวลชนที่มาจากการจัดตั้งของกลุ่มหัวคะแนนของพรรคการเมืองหนึ่ง โดยเฉพาะบรรดาวินมอร์เตอร์ไซค์ ส่วนการประชุม ครม. ที่จะมีขึ้นนั้นยังไม่ได้มีการกำหนดสถานที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาอยู่

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ศอ.รส.ประเมินว่า สาเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของ ศอ.รส. เพราะที่ผ่านมามีการประเมินสถานการณ์ตลอดเวลาว่า จะเกิดเหตุระเบิดในสถานที่สำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ต่าง ๆ ทั่ว กทม. แต่ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถป้องกันได้ เพราะผู้ก่อเหตุมักจะปฏิบัติแบบเหวี่ยงแหไปตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ระมัดระวัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่า ในพื้นที่ได้ระวังป้องกันเต็มที่ แต่เกิดจากความหละหลวมจนส่งผลให้เกิดเหตุได้   ซึ่งจากการที่จัดกำลังจำนวนมากออกไปตั้งจุดตรวจกับตำรวจในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น จนทำให้กำลังในพื้นที่ไม่เพียงพอที่จะป้องกันเหตุได้ อย่างไรก็ตามนายสุเทพ ไม่ได้ตำหนิอะไร แต่ก็ได้กำชับให้กองทัพต้องระมัดระวังการดูแลรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ในสถานที่ตั้งหน่วยทหาร และ สถานที่สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ทั่ว กทม. จำนวน 30 แห่ง เช่น กระทรวงต่าง ๆ ศาลาว่าการ สถานที่ราชการต่างๆทั่ว กทม.