
อำนาจเป็นของปวงชน !
1 สัปดาห์ของการชุมนุมของคนเสื้อแดง เสียงเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายคือ ฝ่ายเสื้อแดงกับฝ่ายรัฐบาล หันหน้าเจรจากันดูเหมือนว่าจะทำได้เพียงความพยายามเท่านั้น
เงื่อนไขที่สูงสุดกู่ ได้แยกทั้งสองฝ่ายออกจากกันอย่างน่าใจหาย
ฝ่ายรัฐบาลประกาศพร้อมพูดคุยเงื่อนไข หากยกเอา ทักษิณ ชินวัตร ออกไปจากเงื่อนไขทั้งสิ้นทั้งปวง ขณะที่ฝ่ายม็อบเสื้อแดงสวนกลับมาด้วยท่าทีแข็งกร้าวเช่นเดิมว่า หากไม่ยุบสภาก่อน การเจรจาจะไม่เกิดขึ้น
การตอบโต้ของทั้งสองฝ่ายมีขึ้นท่ามกลางความเดือดร้อนของคนเมืองหลวงที่ต้องทนกับสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก โดยเฉพาะในยามที่ม็อบเคลื่อนผ่าน
หลายจุดที่ประชาชนออกจากชุมชนมาดักรอเพื่อแสดงให้เห็นว่า คัดค้านการชุมนุม ยกป้าย ตะโกนด่าทอ บางแห่งถึงกับขว้างปาขวดน้ำเข้าใส่ม็อบเสื้อแดง
เสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเกิดเหตุจลาจล !
เสี่ยงอย่างยิ่งหากม็อบเสื้อแดงจะเคลื่อนขบวนอีกครั้งในวันข้างหน้า !
อย่างไรก็ตาม นอกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่พยายามเป็นตัวกลางเพื่อให้เกิดการเจรจาระหว่างแกนนำม็อบกับรัฐบาลแล้ว วุฒิสภาก็ได้ประสานไปยังรัฐบาลและแกนนำคนเสื้อแดง
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ยอมรับว่า ได้รับการประสาน
วีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. ก็ยอมรับบนเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ ก็ยอมรับกับผู้ชุมนุมว่าได้รับการประสานงานจากวุฒิสภา เพื่อไปเจรจาหาทางออกจากวิกฤติ
แต่ดูเหมือนเส้นทางเดินของ นปช.และคนเสื้อแดงที่คลุกในสมรภูมิ จะเป็นคนละเรื่องกับแนวทางของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่แกนนำนัดหารือในช่วงเวลาใกล้กัน
ขณะที่แกนนำเสื้อแดงพร้อมที่จะเจรจา แม้จะไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ แกนนำพรรคเพื่อไทยกลับมีมติไม่ร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาล หากว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ยุบสภาในทันที
ดูเผินๆ ก็อาจมองได้ว่า นี่คือเกมที่สอดประสานกัน ตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่แรก
แต่เมื่อเห็นหน้าค่าตาแกนนำพรรคเพื่อไทยที่หารือกันแล้ว...ก็ใช่เลย เพราะล้วนเป็นคนที่ "สายตรง" ถึงทักษิณทั้งสิ้น
สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ สงวน พรหมณี ส.ส.ลำพูน วิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา และประธานวิปฝ่ายค้าน
ในทันทีที่เสื้อแดงเคลื่อนผ่านเมืองหลวง กลับสู่ที่ตั้งเวทีใหญ่ชนิดไร้เลือดตกยางออก ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด นี่คือจังหวะที่วางเอาไว้แต่แรกแล้ว
ใช้เวทีสภาเพื่อล่มสภา !
บีบบังคับให้รัฐบาลยุบสภา ด้วยเหตุผลที่ไม่ต้องพูดว่า เกิดความขัดแย้งขึ้นในสภาแล้วอย่างแท้จริง
ความขัดแย้งที่พรรคเพื่อไทยอ้าง ก็คือ มีมวลชนจำนวนมากออกมาขับไล่รัฐบาล หากรัฐบาลยังอยู่ต่อความไม่ปรองดองก็จะเกิดไม่จบสิ้น
ชัดเจนว่า นี่คือเกมแย่งชิงอำนาจอย่างแท้จริง
คนเสื้อแดงเป็นเพียงเบี้ยในกระดานที่ถูกใช้ขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดเหตุและผลให้ฝ่ายการเมืองนำไปอ้างถึงความชอบธรรมในการปฏิบัติเรื่องราวที่สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความเสื่อมของระบบในอนาคต
พรรคเพื่อไทยกำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ ที่น่าเชื่อว่า ระดับสากลน่าจะคลางแคลงใจว่า นี่คือ แนวทางที่ถูกต้องหรือไม่ ในเมื่อความเคลื่อนไหวของจำนวนคนที่มาชุมนุมนั้น สัมพันธ์โดยตรงกับ ส.ส.เพื่อไทยเอง
ที่สำคัญนี่จะกลายเป็นวิธีการที่สภาชุดต่อไป เมื่อฝ่ายที่ไม่ได้อำนาจบริหาร ก็อาจจะใช้เวทีนิติบัญญัติบอยคอตเวทีสภาได้หรือไม่
นี่คือข้อวิตกกังวลว่า จะเกิด "ความเสื่อม" ในอนาคต
ในขณะที่หลายฝ่ายพยายามมองหาวิธีการที่ประนีประนอมเพื่อรักษาชาติบ้านเมือง รักษาผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง และรักษาคนเมืองหลวงที่ได้รับความเดือดร้อน ท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่ออกมาดูราวกับว่าก้าวข้ามเรื่องเหล่านี้ไปเสียสิ้น
คนเสื้อแดงที่ระดมมาจากต่างจังหวัดระลอกแล้วระลอกเล่า ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า นี่คือมวลชนที่รัฐบาลไม่อาจปฏิเสธ
แต่สุดท้ายแล้วการตัดสินใจที่จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองด้วยความอดทน ด้วยสันติ ของคนเสื้อแดงเป็นเพียงหมากตาหนึ่งในกระดานใหญ่
น้ำเสียงปลุกเร้า หรือปลอบประโลมในยามเหน็ดเหนื่อยจากการโฟนอิน หรือวิดีโอลิงก์ในยามค่ำคืน ก็เพื่อดึงพลังมวลชนให้ตอกตรึงอยู่กับเวทีเสื้อแดง จนกว่าจะถึงจังหวะที่หมากอีกตัวจะพร้อม
การขับเคลื่อนกดดันเป็นเรื่องมวลชน แต่การตัดสินใจเป็นฝ่ายการเมือง !
ไม่ว่าการชุมนุมครั้งนี้จะบรรลุถึงสิ่งที่เรียกร้องหรือไม่ แต่ก็ชัดเจนว่า นี่ก็เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นว่า ขึ้นชื่อว่านักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ก็ล้วนแต่เผ่าพันธุ์เดียวกัน
อ้างถึงอำนาจเป็นของปวงชน แต่สุดท้ายปวงชนก็ได้เพียงลมผ่านหูและกลับไปอยู่ใต้อำนาจเช่นเดิม



