
ชมหนังกลางแปลง-แข่งกีฬาทหารรีแลกซ์"พักรบ"ที่ราบ11
ผ่านศึกใหญ่ที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งทัพคนเสื้อแดงหลายหมื่นคนยกพลไปเยี่ยมทหารถึงหน้าค่ายโดยไม่มีเลือดตกยางออก แถมยังแยกย้ายกันกลับแบบขำๆ ด้วยมุกที่ฮากระจายของทหารชุด "ปจว." จากหน่วยรบพิเศษ
เหล่าทหารน้อยใหญ่หลายพันนายที่เหนื่อยล้าจากการเฝ้าระวังม็อบ ท่ามกลางแดดที่ร้อนเปรี้ยงมานานหลายวัน จึงได้รับโบนัสจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เจียดงบจิ๊บๆ 2.5 หมื่นบาท เอามาจ้างรถหนังกลางแปลงมาฉายหนังคลายเครียดให้ลูกน้อง
โปรแกรมประเดิมวันแรกเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ด้วยหนังเรื่อง "คนเหล็ก 4" และ "วงษ์คำเหลา" ทำให้ทหาร 34 กองร้อยที่ระดมมาจากกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 3 ส่งเสียงฮากันลั่นค่าย หายจากความเครียดในบัดดล
ส่วนวันที่ 20 มีนาคม ก็ตบโบนัสอีกรอบ ด้วยหนังฟอร์มยักษ์บนเวทีออสการ์เรื่อง "อวตาร" ซึ่งก็เป็นที่ถูกอกถูกใจของพี่น้องทหารเช่นกัน
นอกจากนี้ เนื่องจากเห็นว่าช่วงนี้อากาศร้อนจัดเป็นพิเศษ พล.อ.อนุพงษ์ จึงสั่งการให้ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ มาคอยอำนวยความสะดวกดูแลสุขภาพ และรักษาอาการเจ็บป่วยของกำลังพลด้วย
พ.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ร.11 รอ.บอกว่า จอหนังกลางแปลงภายในราบ 11 ตั้งอยู่ในสนามฟุตบอลโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์เพชราวุธวิทยา โดยในช่วงเย็นก่อนฉายหนังยังอนุญาตให้กำลังพลรีแลกซ์กันเต็มที่ด้วยการเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล ตะกร้อ เปตอง เป็นต้น
พ.อ.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผบ.กรมทหารราบที่ 4 (ร.4) ซึ่งนำกำลังพลมาปักหลักในราบ 11 ด้วย ยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ตลอด 7-8 วันที่ผ่านมา ไม่ได้มีอุปสรรคใดๆ แม้จะให้อยู่เป็นเดือน กำลังพลก็สามารถปฏิบัติงานได้ ไม่มีปัญหา
พ.อ.ผดุง ย้ำให้ผู้ชุมนุมสบายใจว่า การปฏิบัติหน้าที่ของทหารจะไม่มีการใช้อาวุธทำร้ายประชาชน มีเพียงกระบองและโล่เท่านั้น เพราะภารกิจที่ได้รับมอบหมาย คือ การดูแลความเรียบร้อย ไม่ใช่การปราบปราม หรือเข่นฆ่าคนไทยด้วยกันเอง
"ในการปฏิบัติหน้าที่ ทหารจะต้องอดทน เพราะถ้าทหารไม่อดทน ใช้ความรุนแรงตอบโต้ สถานการณ์บ้านเมืองก็จะบานปลายไม่จบไม่สิ้น ตอนนี้เราคิดอยู่อย่างเดียว อยากให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข และอยากให้ทุกคนคิดถึงบ้านเมืองให้มากๆ ดังนั้น การทำงานจะต้องไม่ให้เกิดเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ทหารทุกคนรู้อยู่ว่าควรทำอะไรในสถานการณ์ยามนี้" พ.อ.ผดุง กล่าวย้ำ
จ.ส.อ.บุญล่ำ อินทรศร ผบ.หมู่ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 4 จ.นครสวรรค์ ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับกำลังพลในสังกัดจำนวน 200 นาย บอกว่า กำลังพลในหน่วยจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในราบ 11 คนละ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน โดยมีการผลัดเปลี่ยนกำลังวันละ 3 ผลัด
การเดินทางมากรุงเทพฯ ครั้งนี้ เขาบอกว่า ทุกคนรู้ล่วงหน้าเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น จึงต้องมีการยกเลิกการฝึกซ้อมการต่อต้านฝูงชนที่ จ.สุโขทัย โดยนำเสื้อผ้าติดตัวมาเพียง 2 ชุดเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรค เพราะทหารต้องสามารถอยู่ได้ในทุกสถานการณ์
ในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาเน้นย้ำให้ปฏิบัติภารกิจด้วยความอดทน-อดกลั้น อย่าหวั่นไหวต่อการยั่วยุของผู้ชุมนุม เพราะทหารเป็นเพียงกลไกในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย อย่าใช้อารมณ์ และมองว่าใครดี-ใครชั่วไม่ได้
จ.ส.อ.บุญอ่ำ ย้ำว่า ทุกคนล้วนเป็นคนไทย เป็นพี่น้องร่วมชาติเดียวกัน เพียงแต่ขณะนี้ความคิดเห็นแตกต่างกันเท่านั้น แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จะต้องเดินหน้าต่อไป ดังนั้น จึงอยากให้ทุกฝ่ายยึดหลักสันติ และเวลาจะทำอะไรก็ขอให้นึกถึง "พ่อหลวง" ของเราให้มากๆ
คำพูดที่กลั่นออกมาจากใจทหารกล้าทั้งหลายคงตรงกับใจของคนส่วนใหญ่ในประเทศ ที่ไม่ต้องการให้คนไทยต้องลุกขึ้นมาปะทะ หรือเข่นฆ่ากันเองเพียงแค่คนคนเดียว หรือแค่ความคิดเห็นที่แตกต่างกันเพียงเท่านั้น
แม้ฉากหน้าทหารเหล่านี้จะดูขึงขัง พร้อมที่จะใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกับอริราชศัตรูได้ทุกเมื่อ แต่เนื้อแท้แล้ว พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับเราๆ ท่านๆ ที่เวลาปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องเข้มแข็งดุดันเต็มร้อย แต่ยามว่างจากภารกิจพวกเขาก็ตั้งวงเตะตะกร้อ เตะบอล หรือโยนเปตองกันตามปกติ
บ้างก็แปรภารกิจให้กลายเป็น "อารมณ์ขัน" เช่น การประดิษฐ์ชุด "โรโบคอบ" จากขวดน้ำเปล่าที่เหลือทิ้ง ซึ่งเรียกรอยยิ้มได้ถ้วนหน้า หรือบ้างก็นั่งหลบแดดตามสุมทุมพุ่มไม้พูดคุยเรื่องสัพเพเหระ หรือกระทั่งเรื่องการเมืองที่กำลังร้อนแรงกันอย่างออกรสออกชาติ
บางส่วนก็ใช้เวลาว่างซักซ้อมยุทธวิธีรับมือฝูงชน โดยแบ่งกำลังส่วนหนึ่งเป็นฝูงชนที่กำลังคุคลั่งด้วยอารมณ์ ส่วนอีกฝ่ายเป็นทหารที่ต้องตั้งสติ สะกดกลั้นอารมณ์เพื่อรับมือฝูงชน โดยแต่ละฝ่ายต่างออกแรงกันอย่างหนักจนฝุ่นตลบเพื่อให้การฝึกซ้อมสมจริงมากที่สุด
แต่พอตกเย็น...พอหนังกลางแปลงเริ่มฉาย พวกเขาก็มานั่งจับจองที่นั่ง ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะครื้นเครงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ละทิ้งภารกิจที่หนักอึ้ง และความวิตกกังวลว่าพี่น้องไทยจะลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากันเองไปจนหมดสิ้น
ทีมข่าวความมั่นคง



