
ปชป.ขอความร่วมมือกลุ่มเสื้อแดงอย่ายั่วยุ
โฆษกพรรคปชป.ขอความร่วมมือกลุ่มคนเสื้อแดงอย่ายั่วยุ วอนคนกรุงอดทน
(20มี.ค.) เวลา 11.00 น. นายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเดินขบวนของกลุ่มนปช.ทั่วกรุงเทพในวันนี้ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมอย่าดำเนินการใด ๆ ที่เกิดความเสี่ยงและเหตุการณ์ความวุ่นวายใน 5 ข้อได้แก่ 1) การไม่เคลื่อนขบวนปิดกั้นพื้นที่เจรจรเป็นอันขาด 2) ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการยั่วยุ โดยเฉพาะใช้สิ่งปฏิกูลขว้างใส่ตามที่ได้มีการขอรับบริจาคมาก่อนหน้านี้ และการกล่าวว่าจะนำเลือดที่เหลือไปขว้างปาสถานที่ต่างๆ เช่นอาคารชิโนไทย เป็นต้น 3) การเคลื่อนขบวนออกนอกเส้นทางตามที่แกนนำ นปช. ระบุไว้ หรือแตกออกนอกเส้นทางเข้าตรอกซอกซอย 4) การเปิดคลิปเสียงที่เป็นเท็จ หรือเผยข้อมูลที่บิดเบือนในระหว่างการเคลื่อนขบวน ที่จะเป็นการปลุกระดมที่เป็นเท็จ 5) การไม่เข้าใกล้โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งในขณะนี้มีการตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ป้องกันหากเกิดกลุ่มผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงสกัดการเข้าถวายรายงาน ตามที่แกนนำระบุก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า การเคลื่อนขบวนจะลุล่วไปด้วยดี หากไม่มีการละเมิด 5 ข้อดังกล่าว
นายแพทย์บุณัชย์ กล่าวว่า มีรายงานมายังพรรคประชาธิปัตย์ว่า มีการเตรียมการจัดฉาก และจัดตั้งกองเชียร์เหมือนว่า คนกรุงเทพฯ ให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงหวังจะปลุกกระแส เพื่อดึงให้คนต่างจังหวัดเข้ามาชุมนุมสมทบเพิ่มเติม ซึ่งทางพรรคขอให้มีการชุมนุมเป็นไปตามธรรมาติ โดยพร้อมจะให้การดูแลการเจรจา และอำนวยความสะดวกการชุมนุม
ส่วนคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนากรัฐมนตรี ที่เอาชีวิตความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ เป็นตัวประกัน โดยกล่าวว่า การชุมนุมจะต่อเนื่องไป หากไม่ได้รับชัยชนะ ทางพรรคเห็นว่า แกนนำ นปช. ควรรักษาคำพูด และอดทนต่อการชักจูงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ ทุกฝ่ายอยากเห็นการเจรจาเริ่มต้นขึ้น ขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณจะให้โอกาสประเทศชาติแสวงหาทางออกให้วิกฤติของประเทศ
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องหาคำตอบว่า การเจรจาหาทางออกของปัญหาจะจบลงที่ไหน ทำไมต้องปฏิเสธและต่อต้านการเจรจาดังกล่าว เนื่องจากต้องการนำเรื่องคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเงื่อนไขของการเจรจา ที่นำมาใช้ประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่ ในทางกลับกัน หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ทำตัวเป็นอุปสรรคให้แกนนำ นปช. เข้าร่วมกระบวนการเจรจา เชื่อว่า ในปลายสัปดาห์หน้า กระบวนการเจรจาระหว่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกับรัฐสภาจะเดินหน้าไปได้
ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนรู้สึกห่วงกังวลต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. เกรงว่า จะมีการกระทบกระทั่งกับคนกทม. โดยเฉพาะเช้านี้ มีขบวนรถกลุ่มคนรักสันติออกมาเคลื่อนไหว หากสองกลุ่มนี้เจอกันบนท้องถนน อาจมีการท้าทายให้เกิดการปะทะกัน ตนขอเรียกร้องให้คน กทม. ใช้ความอดทนอดกลั้น และเลี่ยงกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง
นอกจากนี้ ทางพรรคได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากประชาชนเขตมีนบุรีว่า มีการจ้างรถปิคอัพ คันละ 2,000 - 3,000 บาท โดยไม่คำนึงจะมีคนในกระบะ เพียงขอให้แสดงสัญลักษณ์สีแดง และจัดจ้างคนเชียร์เสื้อแดงอัตราขั้นต่ำคนละ 500 บาท
การที่แกนนำบอกว่า งดเคลื่อนขบวนไปแถวจรัญสนิทวงศ์ และพระปิ่นเกล้า โดยอ้างว่ารัฐเตรียมสร้างสถานการณ์นั้น ในความเป็นจริงรัฐบาลยืนยัน จะไม่ยอมให้กลุ่มเสื้อแดงเคลื่อนไหวใกล้โรงพยาบาล ระยะ 2 กิโลเมตร
นายเทพไท กล่าวอีกว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เชิญชวนผ่านวิดีโอลิงค์ให้คน กทม. ให้การสนับสนุนเสื้อแดง โดยใส่เสื้อสีอะไรก็ได้ ตามกลยุทธ์ดอกไม้หลากสี รวมทั้งให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยรวมตัวกันที่ชุมนุม และขึ้นเวทีปราศรัยใส่ร้ายรัฐบาล เป็นการยุติบทบาทในสภาชั่วคราว สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการเคลื่อนไหวรับกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เปลี่ยนแผนการชุมนุมแบบม้วนเดียจบ มาเป็นการชุมนุมที่ยืดเยื้อ โดยใช้มวลชน 1 หมื่นคนต่อวัน เพื่อตรึงพื้นที่การชุมนุมไว้ให้ได้ ทำให้แกนนำต้องแบกรับภาระ ซึ่งทางพรรคทรบมาว่า ได้มีการขนชาวบ้านในจ.ปริมณฑล อย่างสมุทรสาคร เดินทางมาชุมนุมแบบเช้าเย็นกลับ จึงทำให้ยืดเวลาชุมนุมนี้ได้ไม่น้อยกว่า 1 เดือน
นอกจากนี้ การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาปฏิเสธการเจรจากับรัฐบาล และโจมตีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่จะเป็นตัวประสานการเจรจาหาทางออกนี้ รวมทั้งทางสามเกลอประกาศว่า การเจรจาจะเริ่มต้นขึ้นได้ หากรัฐบาลยุบสภา ทางพรรคเห็นว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ หากเปลี่ยนเป็นหยุดการชุมนุม แล้วถึงมาเจรจากล่าวกัน จะมีความเป็นไปได้มากกว่า
นายเทพไท กล่าวอีกว่า การที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวพาดพิงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีว่า หากเป็นตนยุบสภาไปนานแล้ว ตนขอถามกลับว่า ตอนที่นายสมชายเป็นนายกรัฐมนตรี เกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้ ทั้งผู้นำ 4 เหล่าทัพก็เรียกร้องให้ลาออก ทำไมถึงไม่ตัดสินใจยุบสภา ทั้งนี้หากเปรียบเทียบเหตุการณ์เห็นว่า แตกต่างโดยสิ้นเชิง เนื่องจากขณะนี้ สามารถดูแลให้สถานการณ์อยู่ภายใต้กฎหมายได้ และไม่สร้างความหวาดหวั่นให้กับประชาชน จึงอยากให้นายสมชายไตร่ตรองให้ดีก่อนจะเสนอความเห็นต่อนายอภิสิทธิ์
ส่วนการที่นายสมชายแนะให้นายอภิสิทธิ์ ไปเยี่ยมผู้ชุมนุมเสื้อแดง ตนไม่รู้เข้าใจว่า แนะนำได้อย่างไร ขณะที่มีการปิดทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และมีการขว้างเลือดเข้าไปในบ้านนายกรัฐมนตรี
“นายสมชาย เอาสมองส่วนไหนคิดที่จะให้นายอภิสิทธิ์ ไปเยี่ยมม็อบ อาจด้วยนายสมชายคิดตื้นๆ และคิดแปลกจากคนอื่น จึงทำให้นายสมชายไปซื้อตู้เย็นในโฮมโปรจึงทำให้ถูกจับได้คาหนังคาเขา” นายเทพไท
นอกจากนี้นายเทพไท ได้กล่าวถึงการที่ ส.ว. เตรียมรวบรวมรายชื่อเสนอขอเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติ ตามาตรา 161 ว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ซึ่งในส่วนของรัฐบาลพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ พร้อมปฏิเสธกรณีที่นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว. สรรหา ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญต่อกระบวนการนิติบัญญัติ โดยยืนยันว่าการที่รัฐบาลไม่เปิดโอกาสให้วุฒิสภาได้อภิปรายทั่วไป เพราะรัฐบาลไม่มีอำนาจตามมาตรา 161 ที่จะเปิดให้วุฒิสภาอภิปรายได้ แต่เป็นหน้าที่ของวุฒิสภาที่ต้องยื่นญัตติเพื่อใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญในการขอเปิดอภิปรายทั่วไปเอง
ส่วนแนวทางที่จะให้รัฐบาลเปิดประชุมร่วมรัฐสภา ตามาตรา 179 เพื่อรับฟังความเห็นจากสมาชิกรัฐสภานั้น เห็นว่าบรรยากาศขณะนี้คงไม่สามารถทำได้ ซึ่งคงต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายก่อน แต่ก็ยืนยันรัฐบาลไม่เคยหลีกเลี่ยงการให้ความร่วมมือกับสภา และย้ำว่าพรรคยังเชื่อมั่นการทำงานในระบบรัฐสภา และไม่เคยหนีปัญหา
ขณะที่นายแพทย์บุรณัชย์ กล่าวว่า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จะร่วมกาiประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในสัปดาห์หน้าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การชุมนุมว่าเป็นอย่างไร



