
ร้องผู้ว่าฯอย่าศึกคนอุตรดิตถ์แย่งน้ำทำนา
ชาวนารวมตัวร้องผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ช่วยเหลือ หลังเกิดศึกแย้งน้ำในฤดูแล้ง ระบุ นาข้าวที่อยู่ปลายน้ำขาดแคลนน้ำหนัก ด้านผู้ว่าฯลงสำรวจความเสียหาย ประสานเขื่อนสิริกิตติ์ เพิ่มการระบายน้ำช่วยเหลือ ด้านชาวอ.วังทองโวย จ.พิษณุโลก ถูกเจ้าของนาต้นน้ำนำดินมาถมทับคลองสาธ
(14มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณประตูระบายน้ำคลองน้ำไหล หมู่ 12 ต.คอรุม อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เกษตรกรผู้ทำนานับร้อยคน จากหมู่ 4 หมู่ 7 หมู่ 9 และหมู่ 12 ของ ต.คอรุม ได้รวมตัวเพื่อขอความช่วยเหลือจากนายธวัชชัย ฟักอังกูร ผู้ว่าฯจ.อุตรดิตถ์ หลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งที่ขยายวงกว้าง สร้างความเสียหายพื้นที่ทำนาปรังที่กำลังตั้งท้องใกล้ออกรวง
นายผจญ พูลด้วง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคอรุม กล่าวว่า คลองบกและคลองน้ำไหล เป็นคลองส่งน้ำซึ่งรับน้ำจากแม่น้ำน่าน เป็นหัวใจสำคัญของชาวบ้านตำบลคุมรุม โดยเฉพาะด้านการเกษตร ปีนี้ภัยแล้งรุนแรงคลองส่งน้ำทั้ง 2 แห่งปริมาณน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว จนบางจุดแห้งขอด มองเห็นพื้นดินสามารถดินห้ามไปมาได้
เกษตรกรที่อยู่ตอนบนเมื่อรู้ว่าระดับน้ำลดลง ต่างนำดินมาทำทำนบกั้นน้ำ ส่งผลให้เกษตรกรที่อยู่ช่วงล่างได้รับผลกระทบ ไม่มีน้ำใช้ บางครั้งขั้นมีปากเสียงเกือบลงมือกัน
“ขณะนี้ข้าวนาปรังของเกษตรกรกว่า 5,000 ไร่ต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องใกล้ออกรวงขาดน้ำหล่อเลี้ยง หากระยะ 2-3 วันนี้ไม่มีหล่อเลี้ยงต้นข้าวต้องยืนต้นตาย ชาวนาขาดทุน จึงขอความช่วยเหลือจากจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อหาทางช่วยเหลือชาวนาเป็นการเร่งด่วน”นายผจญกล่าว
นายสมหวัง พ่วงบางโพธิ์ นายอำเภอพิชัย กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าอำเภอพิชัยซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ในเขตชลประทาน ทุกปีปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบน้อยมาก แต่ปีนี้ยอมรับว่ารุนแรง ปัจจุบันมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้ว 13,015 คน 2,947 ครอบครัว ส่วนใหญ่เป็นน้ำเพื่อการเกษตร ส่วนใหญ่แหล่งน้ำแห้งขอด จึงมีการขุดลอกแหล่งน้ำ สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 2.5 แสนบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธวัชชัย ฟักอังกูร ผู้ว่าราชการจ.อุตรดิตถ์ พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ร่วมหาทางช่วยเหลือ พร้อมตะเวนสำรวจเส้นทางของน้ำทั้งที่คลองบกและคลองน้ำไหล
นายธวัชชัย กล่าวว่า คลองส่งน้ำทั้ง 2 แห่งเป็นคลองขนาดใหญ่ มีประตูระบายน้ำหลายจุด ในช่วงหน้าแล้ง น้ำลดลงถึงขั้นวิกฤติ น้ำจึงไม่สามารถไหลผ่านประตูระบายได้ เนื่องจากระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าช่องประตูระบาย ประกอบกับเกษตรกรพยายามสร้างทำนบกั้นน้ำ ไม่ยอมเปิดทางน้ำให้ผู้ใช้น้ำตอนล่าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนาปรัง คลองส่งทั้ง 2 รับน้ำจากแม่น้ำน่าน หากปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านอยู่ในระดับสูงระดับน้ำในคลองส่งน้ำก็จะเพิ่มสูงตามไปด้วย
จึงมอบให้ชลประทานจังหวัดอุตรดิตถ์ ประสานเขื่อนสิริกิติ์ เพื่อขอให้เพิ่มการระบายน้ำออกจากเขื่อนในปริมาณที่สม่ำเสมอ เพื่อรักษาระดับแม่น้ำน่าน อย่างน้อยวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร จะสามารถทำให้เพิ่มปริมาณน้ำในคลอง 2 แห่งได้ เป็นการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น แต่ที่สำคัญช่วงหน้าแล้งขอความร่วมมือเกษตรกรหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย พืชที่มีอายุสั้นแทนการทำนาปรัง ที่ต้องใช้น้ำในปริมาณที่มากมีโอกาสเสี่ยงต่อการขาดน้ำค่อนข้างสูง
นายนัฐจพนธ์ ภูมิเวียงศรี ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์อยู่ที่ระดับ 63 เปอร์เซ็นต์ หรือ 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้งานได้เพียง 3,200 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือ 48 เปอร์เซ็นเท่านั้น และมีการปล่อยน้ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรพื้นที่ทำนาปรังภาคเหนือตอนล่างภาคกลางกว่า 5 แสนไร่ในช่วงหน้าแล้งกว่าวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าปกติกว่า 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และการปล่อยน้ำในแต่ละวันเขื่อนสิริกิติ์ได้รับการประสานจากกรมชลประทาน
ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวนาหมู่ที่ 3 บ้านดงข่อย ต . วังพิกุล อ . วังทอง จ . พิษณุโลก ว่า ขณะนี้ พื้นที่นาข้าวในเขตบ้านดงข่อย กำลังประสบปัญหาขาดน้ำอย่างหนัก เนื่องจากปัญหาการแย่งน้ำ มีชาวนารายหนึ่งในพื้นที่บ้านดงข่อยที่อยู่ทางต้นน้ำ ได้นำดินมาถมลำคลองสาธารณะ ที่เชื่อมกับบึงราชนก บึงน้ำสาธารณะขนาด 3,700 ไร่ ที่อบจ.พิษณุโลก เป็นผู้ดูแลอยู่
ส่งผลให้น้ำจากบึงราชนก ไม่สามารถไหลผ่านคลองสาธารณะนี้ได้ ชาวนาบ้านดงข่อยที่อยู่ปลายน้ำ จึงไม่สามารถดึงน้ำจากคลองสาธารณะมาใช้ได้ นาข้าวประมาณ 100 ไร่ กำลังประสบปัญหาขาดน้ำข้าวเริ่มยืนต้นตาย
นายศาศวัต เอี่ยมพงษ์ ชาวนาหมู่ที่ 3 บ้านดงข่อย ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ได้ทำการร้องเรียนในพื้นที่ไปทั้งหมดแล้ว ทั้งผู้ใหญ่บ้านบ้านดงข่อย กำนันตำบลวังพิกุล นายกอบต.วังพิกุล แต่ก็ไม่มีใครสามารถแก้ปัญหาให้พวกตนได้เลย ปกติแล้วอาศัยน้ำจากบึงราชนกมาทำนาในช่วงฤดูแล้ง บึงราชนกอยู่ห่างจากที่นาของชาวบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร มีลำคลองสาธารณะที่เชื่อมระหว่างบึงราชนก มาลงคลองธรรมชาติในเขตบ้านดงข่อย
ที่ผ่านมา มีชาวนารายหนึ่งมีที่นาประมาณ 200 ไร่อยู่ติดกับบึงราชนก นำดินและคอนกรีตมาถมขวางลำคลองสาธารณะด้านที่ติดกับบึงราชนก ทำให้น้ำจากบึงไม่สามารถไหลผ่านมาได้ ขณะที่นาพื้นดังกล่าวซึ่งเข้าของผู้กั้นคลองกลับมีน้ำใช้อย่างสบาย
นายศาศวัต เผยต่อว่า นาข้าวของผู้ถมคลองสาธาณะก็ไม่เดือดร้อน เพราะมีน้ำแต่พวกตนที่อยู่ปลายน้ำกำลังเดือดร้อนหนัก ข้าวที่หว่านกำลังขาดน้ำอย่างหนัก และไม่มีแหล่งน้ำจากแหล่งอื่นมาบรรเทาได้ ได้ร้องเรียนในพื้นที่ก็ไม่เป็นผล ขณะนี้กำลังรวมตัวกันไปร้องเรียนนายกอบจ .พิษณุโลก ให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเป็นการด่วน ถ้าร้องเรียนแล้วไม่เป็นผลก็คงต้องช่วยเหลือตน
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับที่นาที่มีข้อพิพาทแย่งน้ำกับชาวบ้านที่อยู่ปลายน้ำ กำลังมีปัญหาเรื่องสิทธิการครอบครองที่ดินระหว่าง อบจ.พิษณุโลก เรื่องอยู่ระหว่างฟ้องร้องในศาล



