
"ไตรรงค์"ไล่บี้เร่งใช้เงินกระตุ้นศก.
ไตรรงค์ จี้เบิกจ่ายงบประมาณ-โครงการไทยเข้มแข็งหลังพบภาพรวมยังไร้ประสิทธิภาพ ขู่เสนอโครงการไม่ทัน 31 มีนาคมตัดงบทิ้งทันทีกว่า 8 หมื่นล้านบาท
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2553 และการเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็งว่า ผลการเบิกจ่ายงบประมาณดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังไม่ถือว่ามีประสิทธิภาพในการเบิกจ่าย เนื่องจากโครงการลงทุนปีนี้เป็นโครงการผูกพันต่อเนื่อง ไม่มีโครงการใหม่เพราะโดยส่วนใหญ่บรรจุอยู่ในงบไทยเข้มแข็ง โดยการเบิกจ่ายเงินรอบแรกในกรอบ 1.99 แสนล้านบาท ได้จัดสรรไปแล้ว 1.64 แสนล้านบาท แต่เบิกจ่ายเพียง 4.7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 28.85% ขณะที่รอบสองในกรอบงบ 1.49 แสนล้านบาท จัดสรรไปแล้ว 8.6 หมื่นล้านบาท เบิกจ่ายไป 4.58 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 52.80%
"การเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็งก็ยังล่าช้าอยู่มาก จึงสั่งการให้หน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบแล้วเร่งเบิกจ่าย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยขณะนี้ถือว่ายังฟื้นตัวช้า จึงไม่มีเหตุผลจะต้องยกเลิกหรือออกจากมาตรการกระตุ้น ขณะเดียวกันยังต้องเร่งอัดฉีดงบเข้าไปในระบบเพิ่มขึ้นด้วย" นายไตรรงค์ กล่าวและว่าส่วนที่ยังไม่ได้เสนอโครงการเข้ามากว่า 8 หมื่นล้านบาทนั้น รัฐบาลยังยืนยันจะไม่ขยายเวลาจากที่กำหนดภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ เนื่องจากต้องเร่งเบิกจ่ายให้ทันภายในปีนี้ โดยกระทรวงที่ยังเบิกจ่ายช้าคือกระทรวงศึกษาธิการ หลังมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการจัดซื้อครุภัณฑ์ และกระทรวงสาธารณสุขที่มีปัญหาราคากลางในการจัดซื้อสินค้าประเภทเดียวกันในแต่ละพื้นที่
สำหรับการจัดทำงบกลางปีจากรายได้ที่เกินเป้า 1.8 แสนล้านบาท รวมถึงรายได้จากการยึดทรัพย์อีก 4.6 หมื่นล้านบาทนั้น ยังไม่ได้หารือ ขณะที่การพิจารณาพ.ร.บ.กู้เงิน อีก 4 แสนล้านบาท อยู่ระหว่างขั้นตอนของรัฐสภา ซึ่งไม่มีความคืบหน้าเพราะติดปัญหาม็อบเสื้อแดง



