
ผอ.สันติฯเชื่อแผนแดงปิดกรุงประกาศชนชั้นไร้ผล
ผอ.สถาบันสันติศึกษามอ.หาดใหญ่เชื่อแผนดาวกระจายปิดกรุง20มี.ค.ประกาศทำสงครามชนชั้นไร้ผลกดดัน "นายก" ยุบสภา ชี้พลังขับเคลื่อนเริ่มแผ่วเบาแถมเจอศึกร้าวภายในกลุ่มกระทบความเชื่อมั่น อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดมชี้เสื้อแดงอ่อนแรงหากรุนแรงมีแต่ตาย-คนกรุงเกลียดชัง
(19มี.ค.) รศ.ผดุงยศ ดวงมาลา ผอ.สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.หาดใหญ่) เปิดเผยว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงตลอด1สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถกดดันให้รัฐบาลยุบสภาตามข้อเรียกร้องได้ กระทั่งการเคลื่อนไหวด้วยการสละเลือดผู้เข้าร่วมชุมนุมที่นำไปราดที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ และที่บ้านพักนายกรัฐมนตรี แต่ก็ยังไม่มีการสนองตอบข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงจากรัฐบาล ผลพวงดังกล่าวยอมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ชุมนุมไม่น้อยเนื่องจากยังไม่มีสิ่งใดที่ทำให้มวลชนที่ร่วมเคลื่อนไหวรู้สึกได้รับผลในแง่รูปธรรม มีเพียงผลทางจิตวิทยาที่แกนนำใช้เป็นการเพิ่มข้อกล่าวอ้างในการโจมตีรัฐบาลเท่านั้น
ขณะเดียวกันแม้ล่าสุดแกนนำคนคนเสื้อแดงประกาศยกระดับการชุมนุมประกาศทำสงครามชนชั้น และใช้แผนดาวกระจายทั่วกรุงเทพในวันที่ 20 มี.ค.นี้แต่คาดว่าผลหรือคำตอบที่ได้คงไม่แตกต่างไปจากช่วงหลายวันที่ผ่านมาที่ไม่สามารถเรียกร้องให้ยุบสภาได้ "การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่ได้ผลในการกดดันรัฐบาลให้ยุบสภา เนื่องจากปัญหาภายในทั้งในเรื่องของการจัดการ โดยเฉพาะรอยร้าวของแกนนำเสื้อแดงหลายกลุ่ม จนถึงขั้นประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ จะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องความเชื่อมั่นของมวลชนที่เคลื่อนไหว" รศ.ผดุงยศ กล่าว
นอกจากนี้การประกาศสงครามชนชั้น โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ในการต่อสู้ครั้งนี้ อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากภาพลักษณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ปรากฎต่อสายตาประชาชนคือภาพนักธุรกิจที่มีทรัพย์สินจำนวนมาก ดังนั้นการเรียกร้องของแกนนำเพื่อให้คนกรุงเทพ หรือคนในสังคมเมืองออกมาร่วมชุมนุมเพื่อกดดันรัฐบาลในการประกาศสงครามชนชั้นครั้งนี้ อาจไม่ประสบผลสำเร็จได้ตามยุทธศาตร์ที่แกนนำวางไว้ได้
นักวิชาการชี้เสื้อแดงอ่อนแรงหากรุนแรงมีแต่ตาย-คนกรุงเกลียดชัง
ศ.พิเศษ ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการด้านมานุษยวิทยาและโบราณคดี และกรรมการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กล่าวถึงปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเห็นได้ชัดว่า กำลังอ่อนแรง ซึ่งไม่นานก็น่าจะจบลง แต่หากคนกลุ่มนี้หันมาใช้ความรุนแรง ตนเห็นว่า มีแต่ตายกับตายเพียงอย่างเดียว และมีแต่จะทำให้คนกรุงเทพมหานครเกิดความเกลียดชังกลุ่มคนเสื้อแดงเพิ่มมากขึ้น เพราะคนเหล่านี้เหมือนเป็นผู้อาศัย ยังมาทำให้บ้านของคนกรุงเทพฯเขาเดือดร้อน เขาก็รับไม่ได้ เช่น การขัดขวางการจราจร เป็นต้น
" ในขณะเดียวกันผมก็เห็นใจคนกลุ่มนี้ ที่ส่วนใหญ่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถูกกดขี่หรือใช้ความไม่เป็นธรรมจากระบบอำมาตย์ ก็คือ ข้าราชการ หรือนักการเมือง ซึ่งเดือดร้อนจริงๆ แต่ก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งนำมาเชื่อมโยง เพื่อเรียกร้องประโยชน์ให้คนเพียงคนเดียว ด้วยการอาศัยความเดือนร้อนของประชาชนมาบังหน้า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง" ศ.พิเศษ ศรีศักร กล่าว
ศ.พิเศษ ศรีศักร กล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ก็คือเรื่องของการกดขี่ข่มเหงประชาชนของระบบราชการ หากแก้ปัญหาไม่ได้ เรื่องการชุมนุมโดยมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งนำมาเชื่อมโยงกับการเมืองเหล่านี้ ก็จะไม่หมดสิ้น รวมทั้งการใช้ระบบประชานิยมทำให้ประชาชนเคยตัว ชอบความสบาย เมื่อรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี แจกเงินคนก็ชอบ ไม่มีใครหรอกที่ไม่ชอบ แม้แต่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เองก็ยังทำ
"รัฐบาลต้องเลิกสร้างนิสัยประชานิยมเหล่านี้ให้ประชาชน ต้องสร้างให้เขามีอาชีพที่สุจริต และอยู่อย่างพอเพียง อีกทั้งต้องยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักความรู้รักสามัคคี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาให้ประชาชนเรียนรู้อย่างจริงจัง เมื่อเขาท้องอิ่ม รัฐไม่ข่มเหง มีความรู้เรื่องการใช้ชีวิตพอเพียง ชุมชนสามัคคี ก็จะไม่มีใครใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือในการต่อรองทางการเมืองได้อีกในอนาคต ”ศ.พิเศษ ศรีศักร กล่าว



