ข่าว

ส่งเทศกิจอำนวยความสะดวกจราจรร่วมตร.รับม็อบ

ส่งเทศกิจอำนวยความสะดวกจราจรร่วมตร.รับม็อบ

19 มี.ค. 2553

“สุขุมพันธุ์” ส่งเทศกิจอำนวยความสะดวกจราจรร่วม ตร.รับม็อบแดงดาวกระจายทั่วกรุงวันเสาร์ 5 พร้อมวอนคนกรุงหลีกเลี่ยงออกจากบ้าน นครบาลติวเข้มปรับแผนรับมือ ม็อบแดงดาวฤกษ์ สั่งปูพรมจับตา " มือที่ 3 " แทรกแซงสถานการณ์ " โฆษก บช.น." แจงคดีระเบิด ท้องที่ทองหล่อ

(19 มี.ค.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะเคลื่อนขบวนลักษณะดาวกระจายทั่วพื้นที่ กทม. ในวันพรุ่งนี้(20 มี.ค.) ว่า ขณะนี้ตนได้สั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เตรียมพร้อม โดยให้เจ้าหน้าที่เทศกิจปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับตำรวจจราจรในการอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร รวมทั้งจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจจากส่วนกลางสำนักเทศกิจ ไม่ต่ำกว่า 200 นาย ช่วยเสริมในการดูแลการจราจรในพื้นที่ต่างๆ ด้วย ขณะเดียวกัน ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(สปภ.) เตรียมพร้อมในกรณีเกิดอัคคีภัย สำนักสิ่งแวดล้อมดูแลความสะอาด และสำนักการแพทย์และสำนักอนามัย พร้อมเรื่องการดูแลผู้ป่วย ซึ่งต้องกระจายกำลังไปตามความเหมาะสม

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับการดูแลชุมชนต่างๆ ในเส้นทางที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนผ่าน โดยเฉพาะชุมชนซอยเพชรบุรี 7 นั้น เบื้องต้นมีหน่วยงานด้านความมั่นคงดูแลอยู่แล้ว แต่ตนอยากเรียกร้องไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมว่าหากรู้ว่าชุมชนใดไม่ยอมรับการเคลื่อนไหวก็ไม่ควรจะเข้าไป ดังนั้นผู้ชุมนุมควรต้องใช้วิจารณญาณว่าการเคลื่อนไหววิธีใดดีที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ทั้งนี้รู้สึกเป็นห่วงเรื่องของการจราจรในพื้นที่ กทม. เพราะที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนจากการเดินทางมากพอแล้ว หากจะกระจายไปทั่วพื้นที่ และมีการปิดถนนเกรงว่าจะส่งผลกระทบหนักกว่าเก่า ดังนั้นจึงอยากขอร้องคนกรุงเทพฯ ว่าหากไม่มีความจำเป็นก็อย่าออกนอกบ้านดีที่สุด ขณะเดียวกันยอมรับว่าหากการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงมีความยืดเยื้อไปถึงสัปดาห์หน้าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความเรียบร้อยจะป้องกันลำบาก เนื่องจากแกนนำระบุว่าเส้นทางที่เคลื่อนขบวนยาวถึง 80 กิโลเมตร จึงอยากขอร้องให้ผู้ชุมนุมเคารพสิทธิของประชาชนคนอื่นด้วย รวมถึงไม่ควรปาอุจจาระหรือของเสียต่างๆ ตามใจชอบด้วย

 ส่วนการที่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดเขตพระนคร ระบุว่าหน่วยงานไม่ได้จัดสรรเบี้ยเลี้ยงให้ในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ตนได้มอบนโยบายให้กับทุกเขตอย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่น่าเห็นใจเพราะงานหนักตกอยู่กับเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายของ กทม. ทั้งเทศกิจ และฝ่ายรักษาความสะอาดด้วย อย่างไรก็ตามตนจะกำชับไปยังเขตพระนครให้พิจารณาเรื่องเบี้ยเลี้ยงให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย

นครบาลติวเข้มระวังมือที่3ป่วน

 เมื่อเวลา 11.00 น.พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)เรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยการชุมนุมและการดูแลด้านการจราจรปรับแผนรับมือกรณีผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนแบบดาวกระจายวันพรุ่งนี้ โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงตั้งแต่ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 - 9 ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจจราจร กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ผู้บังคับการอารักขาถวายความปลอดภัยและควบคุมฝูงชน และผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตำรวจนครบาล ลงไปถึงรอง ผบก.

 พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น.เปิดเผยภ่ยหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า ในส่วนของการดูแลความสงบเรีบยร้อยนั้น ศอ.รส. ได้กำชับสั่งการมายังกองกำลังผู้ปฏิบัติหน้าที่บริเวณที่มีการชุมนุมและกรณีที่มีการเคลื่อนขบวนให้เข้มงวดมือที่ 3 อาจเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ รวมถึงเน้นจุดตรวจจุดสกัดต่างๆเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น และให้เพิ่มสายตรวจเดินเท้าเดินตรวจจุดต่างๆ ทั้งซอกตึก ใต้ต้นไม้ และมุมมืด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมมากขึ้น ให้เพิ่มหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดในการตรวจสอบพื้นที่ จัดวงรอบการตรวจเป็นประจำ โดยประสานงานกับผู้บัญชาการเหตุการณ์พื้นที่ ศปก.น.ส่วนหน้าอย่างต่อเนื่อง

 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปตามจุดต่างๆในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร แบบดาวกระจาย ซึ่งหลักการใหญ่ที่ บช.น.ตั้งไว้คือ ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยทั่วไปให้น้อยที่สุด เพื่อให้ประชาชนใช้เส้นทางการจราจรให้ได้มากที่สุด

 โฆษก บช.น.กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายยิง ปืนเข้าไปในบ้านประชาชนในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิด 2 จุด เหตุแรก เมื่อเวลา 03.45น.คนร้ายยิงปืนใส่บ้านของ นายสุรพงษ์ เตชะวิบูลย์ ถนนสุขุมวิท55 ซอย3 ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน 15 ปลอก ต่อมา เวลา 03.50น. คนร้ายยิงปืนใส่บ้านของนายสุพจน์ เตชะวิบูลย์ ซึ่งอยู่ในซอยสุขุมวิท 53 เจ้าหน้าที่พบ ปลอกกระสุน 28 ปลอก กระสุน 1 นัด และ หัวกระสุน 3 หัว โดยเจ้าของบ้านทั้งคู่เป็นพี่น้องกันและเป็นกรรมการ บ.ยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ จากการสอบเจ้าของบ้านทราบว่ามีปัญหาด้านการเงินและคาดว่าเป็นการทวงหนี้ ธรรมดาไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง