
พายุถล่มอุบลฯพังยับ7หมู่บ้านมืดทั้งอำเภอ
พายุฤดูร้อนถล่มอุบลฯพังยับ 7 หมู่บ้าน ไฟฟ้าดับมืดทั้งอำเภอ นายอำเภอ สั่งลูกบ้านสำรวจบ้านเรือนเพื่อซ่อมแซม ด้านจ.นครพนม ถูกพายุถล่มหลัง คาโรงไม้พังพินาศ ขณะป้องกันฯจ.กาฬสินธุ์ สั่งเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุ 24 ชั่วโมง รับมือพายุ กำชับมิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังพื้
(14มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกคืนวันที่ 13 มี.ค.เชื่อมต่อเช้าวันที่ 14 มี.ค.ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดผ่านจากฝั่งประเทศลาว เข้าสู่ไทย โดยเข้าสู่พื้นที่ของ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ได้เกิดพายุฝนพัดถล่มบ้านเรือนของชาวบ้านเสียหาย 14 หลังคาเรือน ต้นไม้หักล้มระเนระนาด โดยเฉพาะต้นไผ่ขนาดใหญ่ถูกพายุพัดโค่นล้มทั้งยืน ทับสายไฟฟ้า ทำให้ไฟฟ้าดับทั้งเมือง เจ้าหน้าที่เร่งแก้ไข จนถึงเวลา 10.00 น.จึงใช้การได้ปกติ
นายวัฒนา พุฒิชาติ นอภ.เขมราฐ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับรายงานแล้ว ก็ออกไปสำรวจพบหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบถึง 7 หมู่บ้าน 14 ครัวเรือน พร้อมกันนี้ก็จะได้รายงานความเสียหายเบื้องต้นไปยัง ผวจ.ให้ได้รับทราบ เพื่อจะได้รีบหาแนวทางให้ความช่วยเหลือต่อไป คาดมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 1 ล้านบาทพร้อมกันนี้ ก็ได้ฝากเตือนประชาชน ให้พากันระมัดระวังในเรื่องที่อยู่อาศัย โดยการให้ตรวจสอบที่พักอาศัย ว่ามีความแข็งแรงดีหรือไม่
หากไม่มั่นใจก็ให้รีบซ่อมแซมทันที เพราะช่วงนี้อุตุฯได้เตือนมาว่าจะมีพายุฤดูร้อนพัดผ่านเข้ามาในพื้นที่อีสานตอนล่างไปจนถึงสัปดาห์หน้า ประชาชนควรอยู่ในที่ปลอดภัย จงหลีกเลี่ยงอย่าอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ และบ้านเรือนที่คิดว่าไม่แข็งแรงพอ พร้อมกันนี้ก็จงอย่าสวมใส่สร้อยคอ แขน หรือสื่อกระแสไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด และหากมีหมู่บ้านประสบกับภัยธรรมชาติเช่นนี้แล้ว ก็ให้ ผู้ใหญ่บ้านรีบรายงานเข้ามาให้อำเภอทราบโดยด่วนที่สุด
นายเข็มเภา สาริกา อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 10 บ้านพนมดี ต.หนองผือ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ซึ่งบ้านถูกพายุฝนพัดเสียหายทั้งหลังกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกับภรรยาซึ่งอยู่ด้วยกันสองคนบนบ้าน กำลังพากันนอนหลับสนิท ตื่นขึ้นมาก็เนื่องจากได้ยินเสียงสังกะสีบนหลังคาบ้านดัง พร้อมมีลมพัดมาอย่างเร็วและแรงมาก ได้ยินเสียงดังคล้ายต้นไม้ล้มหลายครั้ง มองดูท้องฟ้าเป็นสีแดง
ด้วยความกลัวจึงชวนกันหลบลงมาอยู่ชั้นล่าง ไม่ถึง 5 นาที หลังคาบ้าน ถูกพายุพัดไปทั้งแผง อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆเสียหายหลายรายการ ไฟฟ้าในหมู่บ้านดับลงทันที ฝนตกอยู่ ประมาณ 30 นาที นอกจากนั้นก็จะมีแต่ลมพัดกระโชกอย่างรุนแรงและต่อเนื่องยันสว่าง ค่อยทุเลาลง แต่ก็ยังมีลมพัดพร้อมกับความหนาวเย็นอยู่ตลอดทั้งวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากนครพนมว่าเมื่อกลางดึกคืนนี้เวลาประมาณ 24.30 น.เกิดพายุฝนฟ้าคะนองถล่มอย่างรุนแรงเมื่อกลางดึกหลังออกตรวจสอบช่วงเช้าพบว่าพายุได้สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนอาคารร้านค้าประชาชนหลายหลังเสาหักโค่นในเขตเทศบาลเมือง อาทิ อาคารเพิงเหล็กขายอาหารตามสั่งติดอู่เฉลิมการช่างเลขที่ 162 ถ.รอบเมืองเสาหัก 2 ต้นทำให้เพิงยุบตัว ขณะที่สนามซ้อมก๊อปณัฐก๊อปเสาโครงเหล็กยึดตาข่ายสูงหักพับ 4 เสาจนต้องปิดซ่อม
โดยหนักสุดเกิดขึ้นที่โรงเก็บไม้แปรรูปของบริษัทแนนซี่ ถนนรอบเมือง สายนครพนม-ธาตุพนม เลขที่ 15 บ้านน้อยใต้เทศบาลนครพนม หลังคาโรงเก็บไม้ขนาดใหญ่ยาวหลาย 10 เมตร พังถล่มยับเยินเศษโครงไม้สังกะสีมุงหลังคาปลิวว่อนคนละทิศทางเดชะบุญไม่มีผู้ได้รับอันตรายเนื่องจากเป็นช่วงกลางคืน
นายสุระพิพัฒน์ วงศ์อุดม เจ้าหน้าที่ยามรักษาความปลอดภัยผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าพายุรุนแรงมากไม่เคยเห็นลักษณะนี้มากว่า 10 ปีแล้ว โดยพายุมาช่วงประมาณ 6 ทุ่ม เกิดลมฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรงสักพักก็ได้ยินเสียอาคารโครงไม้ที่มุงสังกะสีโรงเก็บไม้ขนาดใหญ่พังลงมาพร้อมเศษสังกะสีปลิวกับกระ แสลมเสียวีดหวิวน่าหวาดเสียวมากซึ่งตนก็หลบในซุ้มอาคารปูนชั้นเดียวที่ตั้งไว้หน้าบริษัทพอรุ่งเช้าออกมาตรวจสอบพบหลังคาโรงเก็บไม้ยุบทั้งหลังส่วนใหญ่ทั้งสังกะสีและโครงหลังคาไม้ปลิวไปตกเต็มที่นาชาวบ้านทางบริษัทต้องระดมคนงานเก็บอย่างเร่งด่วน
นายวิทยา มากปาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากที่กรมอุตุนิยมทวิทยาฯ ได้แจ้งเตือนในพื้นที่ให้เฝ้าระวังการเกิดพายุฤดูร้อน ที่อาจจะทำให้เกิดความเดือดร้อน ทรัพย์สินของประชาชนเสียหายได้ เนื่องจากที่ผ่านมาจ.กาฬสินธุ์ได้รับผลกระทบ และความเสียหายจากพายุฤดูร้อนบ่อยครั้ง ที่ในแต่ละปีหมู่บ้านที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำจนเสียหายไม่ต่ำกว่า 20 หมู่บ้านและมีมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท พร้อมกับการสูญเสียชีวิต
ทั้งนี้เพื่อการเตรียมการณ์รับมือ และการช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ได้เพิ่มอัตราเจ้าหน้าที่เปิดเป็นศูนย์เฉพาะกิจ ในการเตรียมแจ้งเหตุอันเนื่องจากพายุฤดูร้อนตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังประสานไปยังมิสเตอร์เตือนภัย อปพร. ใน 18 อำเภอ เครือข่ายกว่า 20,000 คน ให้เฝ้าระวังเหตุในพื้นที่อย่างเข้มงวด ที่หากได้รับแจ้งความเดือดร้อนของประชาชน ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ จะส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือในทันที โดยเปิดสายด่วนที่ 043-814694
ขณะที่นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ความแห้งแล้งในพื้นที่กาฬสินธุ์เริ่มรุนแรงขึ้นเนื่องจากปริมาณน้ำลดน้อยลงมากทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 18 อ่าง และเขื่อนลำปาวเองก็เหลือน้อยมากไม่ถึงร้อยละ 50 แล้ว ที่เบื้องต้นได้มีการสั่งการไปยังนายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ เร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งการแจกจ่ายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามหมู่บ้านที่ราษฎรร้องขอน้ำ อีกส่วนหนึ่งคือน้ำเพื่อการเกษตรได้ขอความร่วมมือไปยัง อปท.ให้ช่วยเกษตรกรด้วยการจัดหาเครื่องสูบน้ำ-น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อให้เกษตรกรได้สูบน้ำเข้านาข้าว โดยเฉพาะพื้นที่ 5 อำเภอ ตามเขตชลประทานที่มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังกว่า 260,000 ไร่ เนื่องจากเกรงว่าน้ำจากเขื่อนลำปาวที่ระบายตามเขตชลประทานจะไม่เพียงพอและไปไม่ทั่วถึง
อย่างไรก็ตามขณะนี้มีนาปรังที่เสียหายจากภัยแล้งแล้วกว่า 14,000 ไร่ และมีพืชไร่ - พืชสวนเสียหายประมาณ 1,000 ไร่ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์กำลังเร่งสำรวจและเตรียมการช่วยเหลือแล้ว



